
ลูกไม้ใต้บอลลูน
“บอลลูน” ยานพาหนะคุ้นชื่อ แต่ไม่คุ้นเคย เพราะคนธรรมดาคงไม่เดินทางด้วยบอลลูน
โดย...กาญจน์ อายุ
“บอลลูน” ยานพาหนะคุ้นชื่อ แต่ไม่คุ้นเคย เพราะคนธรรมดาคงไม่เดินทางด้วยบอลลูน คนที่บังคับมันได้จึงมีไม่มาก และน้อยคนนักที่สนใจเรียน แต่สำหรับเขาคนนี้ “เพชร วาณิชชานนท์” จำเป็นต้องเรียน เพราะบอลลูนคือส่วนหนึ่งของชีวิต แม้จะเริ่มต้นจากการบังคับของบิดา แต่ท้ายที่สุดก็ต้องยอมจำนนต่อความสนุกและท้าทายของมัน
ลูกไม้ใต้บอลลูน
เพชร คือทายาทตระกูลวาณิชชานนท์ เจ้าของ บริษัท เอิร์ท วินด์ แอนด์ ไฟร์ ผู้นำด้านธุรกิจบอลลูนอากาศร้อนในประเทศไทย เพชรอยู่กับบอลลูนตั้งแต่ชั้นประถมการศึกษาปีที่ 1 เพราะติดตามคุณพ่อ (คุณยุทธ วาณิชชานนท์) ไปทำงานด้วย แต่ความสนุกในวัยเด็กเริ่มกลายเป็นความจริงจังเมื่อเขาเข้ามหาวิทยาลัย คุณพ่อให้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยให้หน้าที่เซตอัพ เติมแก๊สบอลลูน และควบคุมคนงานเอง ความเครียดเริ่มเข้ามาแทนความสนุก เพราะบอลลูนใบหนึ่งราคาเป็นแสน มือใหม่อย่างเพชรจึงกลัวทำพลาด ซึ่งแน่นอนว่าเขาพลาด
“พอเริ่มต้องรับผิดชอบงานเองก็ไม่เข้าใจ ไม่สนใจ และขี้เกียจ ตั้งคำถามตลอดว่าทำไมต้องมาแบกหาม โทร.เรียกคนงานขนบอลลูนจากโรงงาน หรือเติมแก๊สเอง เมื่อไม่ตั้งใจทำก็ทำให้ผิดพลาด ครั้งหนึ่งผมหมุนหัวแก๊สผิด อีกครั้งผมนำบอลลูนขึ้นสาย ผมถูกคุณพ่อดุจนรู้สึกว่าไม่อยากทำแล้ว แต่พ่อก็ให้สติผมว่า มันเป็นอาชีพของเรา งานของเรา ที่ให้ทำงานเพราะอยากให้เรียนรู้ พ่อให้ลูกเป็นหัวหน้านั่นแปลว่าลูกต้องคุมทั้งงานทั้งคนได้ ได้ฟังแล้วผมก็เริ่มเข้าใจชีวิตการทำงาน”
และเมื่อเวลาผ่านไป เพชรคลุกคลีกับบอลลูนจนเหมือนเป็นเพื่อนสนิท เริ่มให้ความสำคัญกับมัน และใส่ใจมันทุกขั้นตอน “ผมเริ่มดูเทคนิคจากคุณพ่อ ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง จนในที่สุดก็จัดการทุกอย่างได้” เพชรถือคติส่วนตัวอย่างหนึ่งคือ “ต้องทำจนสำเร็จ” และรางวัลจากความสำเร็จสำหรับเพชรไม่ใช่รางวัลใดๆ แต่คือคำชมจากคุณพ่อผู้เคี่ยวเข็ญเขามาตั้งแต่ศูนย์ เขาได้บอกความในใจว่า “คำชมของพ่อมากกว่าทุกสิ่งที่ผมต้องการ”
อีกสิ่งหนึ่งนอกจากประสบการณ์และมีค่าต่อชีวิตเพชรมากคือ “ความผูกพันระหว่างพ่อลูก” การทำงานด้วยกัน เหนื่อยไปพร้อมกัน ทำให้พ่อลูกคู่นี้สนิทกันมากขึ้น (แม้ว่าคุณพ่อจะดุมากก็ตาม) ซึ่งถ้าเพชรถอดใจไม่สนบอลลูน ความสัมพันธ์และความผูกพันระหว่างพ่อลูกคงไม่แนบแน่นเหมือนวันนี้
“สิ่งที่พ่อให้ผมคืออนาคตของผมเลย เพราะนับวันพ่อก็แก่ลงๆ ผมซึ่งเป็นลูกชายคนเล็กก็ต้องเข้ามาช่วย และในอนาคตอาจต้องเข้ามาดูแล ดังนั้นถ้าพ่อไม่ดุไม่บังคับ ผมคงไม่มีวันนี้”
นอกจากงานบอลลูนที่เพชรเป็นงาน เขายังได้รับตำแหน่งผู้ช่วยประสานงานกิจกรรมและบริหารจัดการงานเทศกาลต่างๆ ในบริษัท ตำแหน่งนี้เพชรเปิดอกว่า “ตื่นเช้ามาก็มีนามบัตร” หมายความว่า เขาถูกบังคับอีกแล้ว แต่ครั้งนี้เขาไม่ต่อต้าน เต็มใจรับตำแหน่ง และพยายามฝึกงานด้านนี้ให้ดี โดยเฉพาะช่วงปลายเดือน พ.ย. จะมีงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติ ประเทศไทย ครั้งที่ 5 ที่เขาต้องเข้ามามีบทบาทในบริษัทอย่างเต็มตัว
ตกหลุมรักบอลลูน
“ขึ้นบอลลูนมันไม่เหมือนเครื่องบิน เพราะมันเปิดกว้าง สามารถมองได้ 360 องศา เคลื่อนที่ตามกระแสลม มันให้ความเป็นอิสระ เวลาอยู่บนนั้นมันทำให้มีเวลาคิดมากขึ้น ใจเย็นมากขึ้น”
เพชรยังรู้จักคนมากขึ้นจากการขึ้นบอลลูน และเขาต้องขอบคุณคุณพ่ออีกครั้ง เพราะงานที่ต้องติดต่อกับคนงานหลายคนฝึกเขามีมนุษยสัมพันธ์ เข้ากับคนง่าย และได้แชร์ความคิดร่วมกับคนอื่น ทำให้ตัวเขาเองเปิดรับฟังความเห็นของลูกน้อง ไม่เผด็จการตัดสินอะไรคนเดียว
ไลฟ์สไตล์ของเพชรเป็นคนเมืองโดยแท้ ชอบช็อปปิ้ง ชอบเดินห้าง ถ้าไม่ได้บอลลูน โลกทัศน์เพชรคงไม่กว้างขนาดนี้ เพราะบอลลูนได้พาเขาไปสู่สถานที่ใหม่ เช่น สวนฝึกสุนัขและพันธุ์สัตว์ป่าที่โคราช พื้นที่เป็นภูเขา ป่าสมบูรณ์ ซึ่งบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นมันเหมือนเป็นสวรรค์ของเขาเลย หรือที่ จ.เชียงใหม่ ที่จะมีงานใหญ่ในเร็วๆ นี้ เขาได้ตกหลุมรักอากาศ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม โดยเฉพาะไนท์ซาฟารีที่เขาประทับใจมาก เพราะนอกจากจะได้เห็นสัตว์โดยไม่มีกรงกั้นแล้ว บรรยากาศตอนกลางคืนมันยังให้ความโรแมนติกในเวลาเดียวกัน “ยิ่งได้ไปกับคนที่แอบชอบด้วยแล้ว ยิ่งมีความสุข” (ไม่ได้ประทับใจแค่ไนท์ซาฟารีแล้วมั้งเนี่ย)
ความมุ่งมั่นของเพชรอยากให้เทศกาลบอลลูนเป็นเทศกาลที่ใหญ่สุดในเอเชีย และโดยส่วนตัวก็อยากไปดูงานบอลลูนที่เมืองนอก และจะหาเวลาไปเที่ยวใต้ท้องทะเลดูบ้าง เพราะขึ้นท้องฟ้าบ่อยแล้ว ก็อยากจะเห็นความสวยงามใต้น้ำ เพชรยังฝากไปถึงคนไทยให้ท่องเที่ยวในประเทศไทย
.. ยิ่งไทยบอบช้ำจากน้ำท่วมเช่นนี้ ก็ยิ่งต้องช่วยกัน การเที่ยวไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้งหลังน้ำลดเราทุกคนสามารถทำได้ ดังนั้นต้องช่วยๆ กัน
&<2288;







