posttoday
ฮิดดิงก์นายใหม่ไก่งวง

ฮิดดิงก์นายใหม่ไก่งวง

21 กุมภาพันธ์ 2553

...ทีมข่าวกีฬา

การชวดตั๋วลุยรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ของทีมชาติรัสเซีย นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงของกุนซือวัย 63 ปี นามว่า กุส ฮิดดิงก์

ฮิดดิงก์ ประกาศล่วงหน้าว่า เขาตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับสหพันธ์ฟุตบอลรัสเซีย ที่จะหมดลงวันที่ 30 มิ.ย.นี้ แม้ทีมหมีขาวอยากจะรั้งตัวเขาไว้กับทีมก็ตาม

สาเหตุที่ฮิดดิงก์รีบออกมาประกาศล่วงหน้าเช่นนี้ เนื่องจากต้องการให้รัสเซียมีเวลาสรรหาบุคคลที่จะมารับตำแหน่งต่อจากเขา ซึ่งทันทีที่ฮิดดิงก์เผยต่อสาธารณชนในทำนองว่า ผมจะว่างงานแล้วนะ เขาก็ตกเป็นที่ต้องการจากหลายทีมทันที ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ

จนในที่สุด ทีมชาติตุรกีก็สามารถดึงตัวกุนซือผู้มากฝีมือและประสบการณ์รายนี้ไปนั่งเก้าอี้นายใหญ่ของพวกเขาได้สำเร็จ โดยเซ็นสัญญา 2 ปี พร้อมออปชันขยายสัญญาต่อได้อีก 2 ปี และจะเริ่มงานตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ฮิดดิงก์เข้ามาแทนที่ ฟาติห์ เตริม ที่ลาออกหลังไม่สามารถพาทีมผ่านเข้ารอบสุดท้ายเวิลด์คัพ 2010

ทีมชาติตุรกีนับเป็นชาติที่ 5 ที่ฮิดดิงก์เข้ามารับงานต่อจากเนเธอร์แลนด์ เกาหลีใต้ ออสเตรเลียและรัสเซีย ซึ่งหากไล่เรียงทีมที่ว่ามาข้างต้นแล้ว ดูจะมีเพียงเนเธอร์แลนด์ ทีมบ้านเกิดของฮิดดิงก์เท่านั้น ที่น่าจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มทีมลูกหนังชั้นนำของโลก ส่วนชาติที่เหลือ รวมทั้งตุรกีด้วย ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ชาติลูกหนังระดับเกรดเอ

แต่สำหรับตัวของฮิดดิงก์แล้ว เขาถูกยกให้เป็นกุนซือชั้นแนวหน้าของโลกอย่างไม่ต้องสงสัย แล้วเหตุอันใดฮิดดิงก์จึงมักรับงานในทีมระดับนี้

หากพิจารณาจากสิ่งเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ฮิดดิงก์ไม่สนใจว่าทีมที่เขาจะเข้าไปคุมนั้นเป็นทีมใหญ่ ทีมเล็ก ขอเพียง “คลิก” กันก็เป็นอันโอเค

“พวกเขา (สมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้) เอาจริงเอาจัง และมีทัศนคติความเป็นมืออาชีพที่ยอดเยี่ยมมาก” ฮิดดิงก์ เผยหลังจากตกลงเซ็นสัญญาคุมทีมชาติเกาหลีใต้เมื่อประมาณ 8 ปีก่อน

นอกจากนี้ การคุมทีมระดับกลางๆ ความกดดันย่อมน้อยกว่าการกุมบังเหียนทีมระดับพระกาฬทั้งหลายแหล่ และน่าจะทำให้เขาทำงานได้อย่างสบายอกสบายใจกว่า เพราะถ้าเกิดล้มเหลวขึ้นมา ก็อาจจะไม่โดนโจมตีมากนัก

แต่ถ้าสามารถทำทีมประสบความสำเร็จแล้วละก็ ฮิดดิงก์ก็กลายเป็นฮีโร่ของคนชาตินั้นทันที เหมือนกับที่เขาถูกยกย่องให้เป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ของเกาหลีใต้มาแล้ว และด้วยเหตุนี้เองฮิดดิงก์ก็ได้ปฏิเสธข้อเสนอจากเกาหลีเหนือ ที่อยากได้ตัวเขาไปคุมทีมลุยเวิลด์คัพรอบสุดท้ายกลางปีนี้

ขืนไปตกลงดูสิ เผลอๆ อาจโดนชาวเกาหลีใต้เคืองเอาได้ง่ายๆ

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องของตัวเลขค่าเหนื่อยก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจรับงานของฮิดดิงก์ ซึ่งทีมใดอยากได้กุนซือระดับนี้ไปคุมทีม ถ้าเงินไม่ถึง ก็เชิญเอา “แห้ว” ไปรับประทานซะ อย่างเช่นสมาคมฟุตบอลไนจีเรีย ที่ให้ความสนใจพร้อมกับๆ ตุรกี แต่เผอิญกำลังทรัพย์สู้ไม่ได้

“เราไม่สามารถจ่ายค่าเหนื่อยได้ตามที่ฮิดดิงก์เรียกมา เราจึงต้องบอกตัวแทนของเขาไปตรงๆ ว่า เราคงต้องมองหากุนซือคนอื่นแทน” แหล่งข่าวในสมาคมลูกหนังอินทรีมรกตเผย

สื่อในอังกฤษเคยรายงานว่า ฮิดดิงก์รับค่าเหนื่อยสูงถึง 6.25 ล้านปอนด์ (ราว 325 ล้านบาท) ต่อปี เมื่อครั้งคุมทีมชาติรัสเซีย ซึ่งเงินจำนวนนี้สหพันธ์ฟุตบอลรัสเซียได้ “เสี่ยหมี” โรมัน อับราโมวิช มหาเศรษฐีแดนหมีขาว เจ้าของทีมเชลซี เข้ามาช่วยสนับสนุน มิฉะนั้นแล้วรัสเซียก็อาจไม่ได้ฮิดดิงก์มานั่งเก้าอี้กุนซือเช่นกัน

ดังนั้น การเข้ามาคุมทีมชาติตุรกีครั้งนี้ แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขค่าจ้างออกมา แต่ก็เชื่อว่าน่าจะเป็นการจ้างโค้ชที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของตุรกีเลยก็ว่าได้

สาเหตุที่ตุรกียอมทุ่มทุมสร้างขนาดนี้ เป็นเพราะพวกเขาหวังที่จะเรียกความยิ่งใหญ่กลับขึ้นมา หลังจากที่เคยไปได้ไกลถึงการคว้าอันดับ 3 ศึกเวิลด์คัพ 2002 แต่ทว่าใน 2 สมัยถัดมา ตุรกีกลับเอาตัวไม่รอดแม้แต่รอบคัดเลือก อดไปลุยรอบสุดท้ายอย่างน่าเสียดาย

จะว่าไปแล้ว มาตรฐานของทีมลูกหนังแดนไก่งวงก็ไม่ถือว่าขี้ริ้วขี้เหร่ พวกเขามีตัวเก๋าอย่างตุนกาย ซานลี (สโตก), เอมเร เบโลโซกลู (เฟเนร์ บาห์เช), นิฮัต คาห์เวซี (เบซิกตัส) บวกกับพลังหนุ่ม เช่น อาร์ดา ทูราน (กาลาตาซาราย), โคลิน คาซิมริชาร์ดส์ (ตูลูส) ซึ่งถ้าฮิดดิงก์นำมาหลอมรวมกันให้เข้าขาและวางแท็กติกให้ดี ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่ตุรกีจะกลับมาผงาดอีกครั้ง

เพราะถ้าเทียบศักยภาพกันแล้ว แข้งตุรกีน่าจะมีมาตรฐานเหนือกว่าทีมที่ฮิดดิงก์คุมมาก่อนหน้านี้ ทั้งออสเตรเลีย หรือเกาหลีใต้ เผลอๆ อาจจะดีกว่ารัสเซียด้วยซ้ำไป

คอยจับตาดูกันให้ดี ไม่แน่ฮิดดิงก์อาจจะได้เป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ของตุรกีอีกประเทศก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท