posttoday
ตะลุยสนาม3 ยักษ์พรีเมียร์ลีก

ตะลุยสนาม3 ยักษ์พรีเมียร์ลีก

21 กุมภาพันธ์ 2553

...ปราฎา เหมทิวากร

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกน่าจะเป็นลีกเดียวที่เขย่าหัวใจแฟนฟุตบอลทั่วโลก จนเรียกว่าอยากไปสัมผัสสนามจริงๆให้รู้แล้วรู้รอด!!!

สโมสรใหญ่ๆ ในอังกฤษเลยสบโอกาสทำทัวร์ชมทั้งในและนอกสนาม สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมันซะเลย

งานนี้มีโอกาสข้ามน้ำข้ามทะเลไปตะลุย 3 สนามใหญ่ในลอนดอน ตามคำเชิญของบริษัท เพอร์นอต ริคาร์ด (ประเทศไทย) ที่พาผู้ชนะเกม “ฮันเดรด แฟนตาซี ฟุตบอล บาย ฮันเดรด ไพเพอร์ส” ไปดูถึงขอบสนาม

เรียกว่าไปครั้งเดียวได้เที่ยว 3 สนาม สัมผัสทีมใหญ่ๆ ในลอนดอน ทั้งเอมิเรตส์ สเตเดียม ของ “เดอะกันเนอร์ส”อาร์เซนอล ไวต์ฮาร์ตเลน ของ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์

ที่ขาดไม่ได้คือ สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ ของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ที่ช่วงเวลาที่เราไปเยี่ยมเยียน กำลังมีเรื่องอื้อฉาวคาวโลกีย์ กรณีเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ระหว่าง จอห์น เทอร์รี กัปตันทีมเชลซี ที่แอบตีท้ายครัว เวย์น บริดจ์ อดีตเพื่อนร่วมทีม ซึ่งปัจจุบันไปค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ซิตี

พูดได้ว่าบนโต๊ะอาหารเช้าของชาวลอนดอนตอนนี้ ต้องวางหนังสือพิมพ์หัวสีที่มีภาพข่าวของเจทีกับศรีภรรยาเอาไว้เป็นกับแกล้ม

การทัวร์สโมสรใหญ่ๆ ไม่ใช่จู่ๆ จะเดินดุ่มๆ เข้าไปเหมือนห้างสรรพสินค้าได้ เพราะต้องนัดเวลา ต้องซื้อตั๋วเข้าชมเป็นรอบๆ

บางสโมสรอย่างสเปอร์สนั้นเป็นสนามปิด จะเปิดให้ชมแค่สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น

ส่วนเอมิเรตส์ สเตเดียม และสแตมฟอร์ดบริดจ์ จัดไกด์ทัวร์อย่างเต็มรูปแบบ เปิดให้ชมทุกวันยกเว้นวันที่มีแมตช์แข่งขัน

ออกสตาร์ตที่ไวต์ฮาร์ตเลน

สนามขนาดกลางที่เรียกได้ว่าลายครามอายุนับ 100 ปีเจ้าของที่ดินมีธุรกิจผลิตเบียร์ยี่ห้อคาร์ลิงตัน

ความที่อยู่ใจกลางกรุงลอนดอน ทำให้เนื้อที่รอบๆสนามมีจำกัด ส่วนความจุในสนามประมาณ 4.8 หมื่นคน

ด้านหน้าจะมีป้าย “เวลคัม ทู ไวต์ฮาร์ตเลน” ตั้งตระหง่าน พร้อมด้วยรูปปั้น บิล นิโคลสัน อดีตตำนานผู้จัดการทีมไก่เดือยทองยุคปี 19581974

มีเรื่องเล่าว่า ก่อนจะเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ต้องสะสมประสบการณ์นักเตะมากว่า 127 ปี จากเด็กนักเรียนที่รวมตัวกันเล่นฟุตบอลในฤดูหนาว

มาถึงการเล่นระบบอาชีพที่พัฒนาจากรายได้สัปดาห์ละ 7 เพนนี ค่อยๆ เพิ่มเป็น 75 เพนนี จนถึงปัจจุบันที่นักเตะสเปอร์สได้เหนาะๆ หลักแสนปอนด์

ทางเข้าสนามยังแขวนโปสเตอร์ขนาดยักษ์ ที่ชาวเมือง 7 หมื่นคน แห่แหนมาร่วมฉลองความยิ่งใหญ่ของนักเตะในยุคก่อน ที่คว้าดับเบิลแชมป์ได้เมื่อเกือบ 50 ปีก่อน

ก็อย่างว่าล่ะนะ...ไม่รู้ว่านักเตะสเปอร์สยุคนี้ที่เดินผ่านมาแล้วจะหน้าแดงบ้างหรือเปล่า...ก๊าก

จากนั้นไกด์สนาม 2 คน พาผู้ชมที่มาทั้งแบบกรุ๊ปทัวร์และแฟนๆ ที่ชื่นชอบส่วนตัว มีไก่เดือยทองตั้งแต่ตัวน้อยๆ จนถึงรุ่นป้าเข้ามาจอยกรุ๊ปด้วย

เป็นธรรมดาที่ในห้องแต่งตัวของนักเตะเจ้าบ้านจะดูดี๊ดูดี มีสกายทีวีเปิดให้ดูตลอดเวลา มีตู้เก็บของให้นักเตะ มีเสื้อของบรรดาดาวดังแขวนเอาไว้เพื่อให้รู้ว่าล็อกเกอร์นี้เป็นของใคร

ที่ฮอตฮิตและแฟนๆ โร่เข้าไปถ่ายรูปด้วย ก็คือ ล็อกเกอร์ของ เจอร์เมน เดโฟ, ปีเตอร์ เคราช์ และ อารอนเลนนอน

แต่ที่เรียกเสียงเฮ ก็คือ ตอนที่ไกด์พาไปทัวร์ห้องแต่งตัวของนักเตะทีมเยือน ปรากฏว่าต่างกันแบบฟ้ากับเหว

เพราะมีแค่โต๊ะเก่าๆ โยกเยกไว้วางของ 1 ตัว แล้วก็ล็อกเกอร์เก่าๆ โทรมๆ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ก็ไม่ดี

“มันเป็นเทคนิคในการข่มขวัญคู่ต่อสู้” ไกด์สาวแห่งไวต์ฮาร์ตเลนบอก

ใกล้ๆ ห้องแต่งตัวของนักเตะ จะเป็นออฟฟิศของแฮร์รี เรดแนปป์ กุนซือคนล่าสุดที่ทำให้ฟอร์มของนักเตะสเปอร์สกลับมาคึกคักอีกครั้ง แถมยังลุ้นติดท็อปไฟว์ในพรีเมียร์อีกด้วย

ขณะที่ชั้นสองของสนามมีบาร์เล็กๆ ให้นักเตะและสื่อมวลชนที่มาทำข่าวได้พักผ่อนแล้วแต่ความชอบ

เจ้าหน้าที่สนามเล่าว่า อารอน เลนนอน ปีกตัวจี๊ดชอบเพลงฮิปฮอปเป็นที่สุด!!!

ไม่เพียงเท่านั้น สโมสรไก่เดือยทองยังสร้าง ฮอล ออฟ เฟม ให้สำหรับนักเตะที่เคยวาดฝีเท้าไว้กับสโมสร รวมถึงนักเตะที่มาจากต่างแดน จะได้รับการบันทึกเอาไว้หมดว่ามาเล่นช่วงเวลาไหน

ไม่ว่าจะเป็นนักเตะจากเวลส์ ไอร์แลนด์ หรือเยอรมนีก็ได้รับการยกย่องหมด

สเปอร์สมีแผนจะสร้างสนามฟุตบอลแห่งใหม่ให้เป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่และจุผู้ชมได้มากกว่าเก่า โดยอยู่ระหว่างระดมทุนก้อนใหญ่ เพื่อไม่ให้น้อยหน้าเพื่อนร่วมเมือง

สู่เอมิเรตส์ สเตเดียม

จากไวต์ฮาร์ตเลน เราฝ่าการจราจรมุ่งสู่ตอนเหนือของกรุงลอนดอน

วิ่งผ่านอนุสาวรีย์เชอร์ล็อกโฮล์มส์ และชุมทางรถไฟสายหลัก “คิงครอส” ที่เปรียบเสมือนหัวลำโพงบ้านเรา

ใครนึกภาพคิงครอสไม่ออก ก็ลองหาดีวีดี แฮร์รี่ พอตเตอร์ มาดู

สนามเอมิเรตส์ สเตเดียม ของเดอะกันเนอร์ส เป็นสนามใหม่เพิ่งเปิดเมื่อเดือนต.ค. ปี 2006 จุผู้ชมได้กว่า 6 หมื่นคน จอดรถยนต์ได้ 6,000 คัน

รอบๆ สนามเอมิเรตส์เต็มไปด้วยผับชั้นยอดที่ให้เหล่าสาวกกันเนอร์สได้วอร์มอัพก่อนเข้าสนาม เพราะต้องบอกว่าอากาศที่เมืองหลวงของอังกฤษนั้นหนาวมาก...ก...

ที่แปลกกว่าสนามอื่น คือ นอกจากแข่งขันฟุตบอลในแมตช์ที่อาร์เซนอลเป็นทีมเหย้าแล้ว สเตเดียมนี้ยังจัดแมตช์ใหญ่ๆ ระดับทีมชาติมาแล้วเกือบ 10 ครั้ง

แถมยังอนุญาตให้คนนอกมาใช้สถานที่จัดคอนเสิร์ต จัดงานแต่งงาน และปาร์ตี้ฮิปๆ ได้สบายปรื๋อ

ถ้าเป็นสมาชิกไดมอนด์คลับ ต้องจ่ายปีละ 2.5 หมื่นปอนด์ หรือประมาณฤดูกาลละ 1.3 ล้านบาท (แค่นั้นเอง) จะได้รับสิทธิจองได้แมตช์ละ 3 ที่นั่งในบอกซ์พิเศษที่ทางสโมสรจัดไว้ให้

แถมยังมีบาร์บริการอาหารและเครื่องดื่มแยกพิเศษอีกต่างหาก!!!

ใครที่รวยกว่านั้น สามารถซื้อบอกซ์เป็นห้องกระจกที่มีมากกว่า 100 บอกซ์ สนนราคาประมาณฤดูกาลละ 6.5 หมื่นปอนด์ หรือ 3.6 ล้านบาท เข้าชมได้ครั้งละ 712 คน

อย่างกลุ่ม ชีวาส บราเธอร์ส ที่เราไปร่วมจอยกรุ๊ปด้วย ก็มีบอกซ์หมายเลข 92 ไว้รับรองแขกที่มาจากทั่วโลก

ไกด์ทัวร์ของเดอะกันเนอร์ส จะบรรยายค่อนข้างกระชับ เพราะต้องบอกว่าแฟนๆ ของอาร์เซนอลทั่วโลกนั้นมีมากมายมหาศาล

ใครที่มาเยือนกรุงลอนดอนก็อยากมาดูสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม ให้เห็นกับตาสักครั้ง จึงไม่แปลกที่ทุกวันจะมีแฟนๆมาต่อคิวชมสนามอย่างเนืองแน่น

สิ่งที่สโมสรอาร์เซนอลภูมิใจมากๆ คือ ฤดูกาลแข่งขันปี 2003/2004 ที่อาร์เซนอลในยุค เธียร์รี อองรี และเดนนิส เบิร์กแคมป์ เป็นสุดยอดศูนย์หน้า ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกโดยไม่แพ้ใครติดต่อกัน 49 แมตช์

ถึงขนาดที่ทางสโมสรได้ทำฮอล ออฟ เฟม เอาไว้อวดได้ถึงลูกถึงหลาน!!!

รวมถึงรูปปั้นของตำนานกุนซือสมองเพชรอย่าง อาร์แซน เวนเกอร์ ก็โชว์หราอยู่หน้าสนาม

ที่เจ๋งอีกอย่างคือ เอมิเรตส์ สเตเดียม มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสมกับเป็นสนามสมัยใหม่จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นอ่างน้ำในห้องแต่งตัวของนักเตะที่ทำได้เหมือนกำลังแช่อยู่ในสปาหรูยังไงยังงั้น

ส่วนห้องเพรสรูมสำหรับนักข่าวก็โอ่โถงสุดๆ มีคอมพิวเตอร์รองรับถึง 94 เครื่อง เคยต้อนรับสื่อมวลชนทั่วโลกมาแล้วถึง 3,000 คน ในสุดยอดบิ๊กแมตช์ถ้วยแชมเปียนส์ลีก

ขณะที่หญ้าที่ปูสนามฟุตบอล ก็มีทั้งหญ้าจริงและหญ้าเทียมผสมกัน เพื่อปรับสภาพพื้นผิวอย่างเหมาะสม

ในระหว่างที่ไปชมนั้น เจ้าหน้าที่สนามกำลังเปิดสปอตไลต์สร้างแสงแดดเทียมเพื่อเร่งให้หญ้าโตเร็ว ทันต่อการแข่งขันทุกสัปดาห์

ที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกสโมสร ก็คือร้านช็อปปิ้งของที่ระลึก ซึ่งแฟนๆ เดอะกันเนอร์สที่เข้ามา อดไม่ได้ต้องควักกระเป๋าจนเกลี้ยงทุกครั้ง ทั้งที่สนนราคาเมื่อคิดเป็นเงินไทยแล้วต้องบอกว่าแพงหูฉี่

อย่างหมวกตราสโมสรอาร์เซนอลแท้ ใบละเฉียดๆ 400 บาท ส่วนเสื้อไม่ต้องพูดถึง ถ้ามีติดชื่อสตาร์ดังๆ อย่าง อังเดร อาร์ชาวิน หรือ เชส ฟาเบรกาส ก็ตัวละ 2,000 กว่าบาท แค่นั้นเอง...งง..

ปิดท้ายที่สแตมฟอร์ดบริดจ์

ถ้ามาลอนดอนแล้วไม่ได้ไปย่ำถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ ของสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ก็เหมือนไม่ให้เกียรติป๋า โรมันอับราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซียซะงั้น

ยิ่งฤดูกาลนี้นักเตะเชลซีบดบี้ขยี้แชมป์กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แบบสูสี ยิ่งทำให้แฟนๆ สิงห์บลูคึกคักๆ เป็นยิ่งนัก

ถ้าพูดถึงความสวยงามของการตกแต่งสนาม ต้องบอกว่าเชลซีดูดีกว่าเอมิเรตส์ สเตเดียม เพราะเมื่อเดินเข้าไปในรั้วสนาม คุณจะเห็นภาพของบรรดานักเตะเรียงรายจนสุดกำแพง

ไม่ว่าจะเป็น มิชาเอล บัลลัก, นิโกลาส์ อเนลกา, เดโก หรือ แฟรงก์ แลมพาร์ด

แน่นอนล่ะ คนที่ฮอตที่สุดตอนนี้เห็นจะไม่พ้น “เจที” จอห์น เทอร์รี ที่ตอนนี้กำลังถูกจับตามองว่าจะเรียกศรัทธาแฟนบอลกลับมาได้หรือไม่

แฟนฟุตบอลที่เข้าเยี่ยมชมสนาม ซักไซ้เจ้าหน้าที่เชลซีว่า เคยเห็นเจทีพาสาวๆ เข้าสนามบ้างหรือเปล่า

คำตอบที่ออกมา คือ เจทีมีเพื่อนมากมาย และเคยพาคนอื่นๆ เข้ามานับพันครั้ง บ่รู้หรอกว่าใครเป็นใคร ...โอ้...

อีกคนที่ขาดไม่ได้ คือ โจเซ มูรินโญ อดีตกุนซือจอมแท็กติกที่นำทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งหลังสุด ทางสนามทำจอมัลติมีเดียขนาดยักษ์ไว้ให้พี่เขาคนเดียวเลย

มิสเตอร์แฟรงก์ ไกด์พาคณะของเราทัวร์สนาม บอกว่า สนามฟุตบอลแห่งนี้มีอายุ 105 ปีแล้ว และมีความจุกว่า 4.2 หมื่นคน แต่ยังใช้งานได้อย่างแจ่มแจ๋ว

ปัจจุบันเชลซีมีรายได้จากสปอนเซอร์ทางทีวีมากกว่า 60 ล้านปอนด์ หรือราวๆ 3,300 ล้านบาท ขณะที่ซัมซุงซึ่งเป็นตราที่ติดหน้าอกเสื้อนักเตะในปัจจุบันจ่ายปีละ 12 ล้านปอนด์

หลังเกมจบทุกครั้ง คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือใหญ่ จะต้องออกมานั่งที่ห้องแถลงข่าวเพื่อให้สื่อมวลชนซักถาม ภาพที่เห็นกันชินตาก็คือ ฉากหลังเป็นบรรดาสปอนเซอร์ของทีม ที่จะได้รับการโปรโมตไปทั่วโลก

แน่นอน ทีมของมหาเศรษฐีแดนหมีขาวต้องเอาใจนักเตะแบบไม่ธรรมดา โดยแฟรงก์พาเราไปชมห้องแต่งตัวสุดหรูระยับไม่แพ้อาร์เซนอล

โดยแฟรงก์ยกตัวอย่างล็อกเกอร์ของ มิชาเอล บัลลัก ว่า นักเตะเลือดเยอรมันคนนี้ มักจะใส่เครื่องประดับและทรัพย์สินเงินทองเอาไว้ (สงสัยว่าจะมีรายได้เยอะ)

ส่วนหมายเลขเสื้อของนักเตะที่มีหลากหลายไม่ซ้ำใครนั้น แฟรงก์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท