
ฉลาดซื้อยีนส์ (สีเขียว)
ว่ากันว่า กางเกงยีนส์ คือผลิตภัณฑ์กึ่งวัฒนธรรมที่มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
ว่ากันว่า กางเกงยีนส์ คือผลิตภัณฑ์กึ่งวัฒนธรรมที่มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ ชั่วชีวิตหนึ่งจะต้องมี (ยีนส์) อย่างน้อยคนละ 1 ตัว จริงๆ จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ก็ไม่ทราบได้ แต่ที่แน่ๆ ตู้เสื้อผ้าบ้านเรามีมากกว่า 1 ตัว ไม่นับที่เลิกใส่ (เพราะรอบเอวเกิน) อีกหลายตัวด้วย...แหะๆ ต่อเมื่อวัฒนธรรมเปลี่ยนแปร ค่าเฉลี่ยของจำนวนยีนส์ต่อคน 1 คน ก็อาจเปลี่ยน ที่พูดเช่นนี้เพราะวัฒนธรรมของโลกกำลังหมุนไปในกระแสเดียว นั่นก็คือกระแสสีเขียว ที่ในเวลานี้กำลังไหลแรงสุดๆ ย่อมไม่ยอมยกไม่ยอมเว้น แม้แต่จำนวนค่าเฉลี่ยของความมีความเป็นเจ้าของยีนส์ (ฮา)
เกี่ยวกับความเป็นอยู่คือของยีนส์ยุคปัจจุบัน มีข้อมูลดีๆ จากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคมาคุยให้ฟัง...
หลายคนทราบแล้วว่า กว่าจะได้เป็นยีนส์สักตัวหนึ่งต้องใช้สารเคมีในกระบวนการมากมาย ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกฝ้ายจนถึงการกัดย้อมสี การฟอก รวมทั้งกระบวนการตบแต่งให้ดูเหมือนผ่านการใช้งาน เก่า ยับ ขาด (สมบุกสมบันแบบเท่) ซึ่งต้องใช้แรงงานคนและเทคนิควิธีการที่ฟังแล้วไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง คำถามที่ตามมาคือ สารเคมีเหล่านั้น ถูกกำจัดหรือจัดการอย่างไร ได้รับการบำบัดสักหน่อยไหมก่อนจะปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ แรงงานที่เกี่ยวข้องได้รับการดูแลตามสมควรหรือไม่
คำตอบมีอยู่ในผลสำรวจ จัดทำโดยองค์การทดสอบระหว่างประเทศ (International Consumer Research and Testing) ม.ค.-ก.ค. 2554 โดย 15 แห่งที่ขอเก็บข้อมูล มีเพียง 7 แห่งที่ให้เยี่ยมชมโรงงาน รายละเอียดมีมาก แต่ขอสรุปเฉพาะประเด็นสิ่งแวดล้อม (ข้อปฏิบัติทางสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการผลิต) ว่าไม่มีใครได้เต็ม 5 ดาว ส่วนใหญ่ได้ 3 ดาว และที่ได้แค่ 2 หรือ 1 ดาวก็มี
การผลิตกางเกงยีนส์ 1 ตัวใช้น้ำ 2,866 แกลลอน ซึ่งเป็น 2 เท่าของปริมาณน้ำที่ใช้ในการซักยีนส์ตัวดังกล่าวถ้าซักเดือนละครั้งเป็นเวลา 5 ปี (ข้อมูลจากหนังสือ The Green Blue Book โดย Thomas M.Kostigen) การปลูกฝ้ายนั้น ก็อย่างที่รู้ๆ กันอยู่แล้วว่าต้องใช้น้ำ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลงที่สูงถึง 10% ของสารเคมีปราบพืชที่ใช้ทั้งหมดในโลก ความสูญเสียที่ไม่เคยเห็นนี้ควรเปลี่ยนไป โดยเฉพาะในยามโลกร้อนวิกฤต นี่ไม่นับความสูญเสียจากขั้นตอนการขนส่ง (ข้ามโลก) การปั่นด้าย การทอ โดยเฉพาะการย้อม ที่ถือเป็นขั้นตอนเลวร้ายที่สุด เมืองทวาในเม็กซิโก อดีตศูนย์กลางการผลิตยีนส์ในยุค 90 แม่น้ำทั้งสายที่นี่เคยเป็นสีน้ำเงินของยีนส์ฟอก สารก่อมะเร็งปนเปื้อนโดยไม่ผ่านการบำบัด
การทำให้ยีนส์ดูเก่า ซีด ยับ ถลอก ขาด และอื่นๆ ล้วนต้องทำด้วยมือมนุษย์ โดยเฉพาะเทคนิคการพ่นทราย ซึ่งเคยเป็นเทคนิคยอดฮิตที่ทำให้ยีนส์ดูเก๋า แต่แรงงานคนตัดเย็บต้องเสียชีวิตจากโรคปอดฝุ่นหินทราย ปัจจุบันหลายแบรนด์ประกาศเลิกใช้แล้ว หลายแบรนด์อ้างว่าเลิกใช้แล้ว และหลายแบรนด์ที่อ้างว่าจะเลิกสั่งผลิตยีนส์พ่นทรายแล้ว (แต่ยังไม่เลิก) รวมทั้งอีกหลายแบรนด์ที่ไม่ประกาศเลิกและไร้ท่าทีใดๆ ต่อเทคนิคพ่นทราย
มีข้อแนะนำฉลาดๆ เผื่อว่าเกลอเก่าเรารักยีนส์จะได้นำไปใช้บ้าง
เชิดใส่ยีนส์ที่ดูเก่ายับ การทำให้มันดูเซอร์นั้นไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโลก (เอามาใส่ให้เก่าด้วยตัวคุณเองสิ เท่ภูมิใจ)
ไม่ซื้อยีนส์ใหม่ คุณมีหน้าที่ใส่ยีนส์ตัวเดิมให้มันเก่าไปพร้อมกับตัว (ถ้าเบื่อ ใช้วิธีแลกกับเพื่อน)
ใส่ยีนส์ให้ได้หลายครั้งก่อนจะซัก (ประหยัดน้ำ)
ซักยีนส์ด้วยอุณหภูมิไม่เกิน 30 องศา (ประหยัดไฟ)
ไม่ใช้น้ำยาซัก หรือปรับผ้านุ่ม (ช่วยสัตว์น้ำในแหล่งน้ำ)
อย่าอบแห้งยีนส์ ใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์ (จะให้ดีก็อย่ารีดด้วย)
ซื้อยีนส์มือสอง (ถูกและนุ่ม)







