posttoday

สกลภัส ปลูกจิตรสม ทำงาน (ได้ใกล้ชิด) กับธรรมชาติ

21 ตุลาคม 2554

สาวรุ่นใหม่วัยทำงานจากแวดวงโฆษณา มาวันนี้ผันมากุมบังเหียนดูด้านมาร์เก็ตติง

โดย...ปอย

สาวรุ่นใหม่วัยทำงานจากแวดวงโฆษณา มาวันนี้ผันมากุมบังเหียนดูด้านมาร์เก็ตติง “อั้ม” สกลภัส ปลูกจิตรสม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล กรุงเทพ

เพราะหน้าที่การงานจึงทำให้สาวบุคลิกคล่องแคล่วในแวดวงการตลาด เอ่ยปากพร้อมรอยยิ้มว่า “ก็เลยได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติเยอะขึ้นค่ะ” ซึ่งก็แน่นอนว่าเมื่อตอนเข้ามาทำงานในแหล่งความรู้ และความบันเทิง ในอุทยานสัตว์น้ำระดับมาตรฐานโลกและมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ ปลาฉลามเสือดาว ฉลามหัวค้อน ซีรีส์ฉลามคือขวัญใจที่หญิงสาวคนกรุงเทพฯ อย่างเธอได้เห็นหน้าค่าตากันใกล้ชิด

ในวันที่ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ขอมอบสุดยอดประสบการณ์ 7 มหัศจรรย์จากป่าลึกรอบโลก Come Alive รูปแบบใหม่ กับกิจกรรม “The Seven Wonders of the World’s Deep Forests” สรรหาสัตว์ต่างๆ ที่น่าสนใจจากทั่วทุกมุมโลก ลัดฟ้ามาให้เห็นความมหัศจรรย์กับตาถึงเมืองไทย แต่ละตัวหน้าตาประหลาดโพรไฟล์ก็น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน สกลภัส บอกว่า จึงเป็นงานที่ทั้งเธอและคนเมืองหลวงได้ใกล้ชิดธรรมชาติกันมากยิ่งขึ้น

ทุกชีวิตล้วนใกล้ชิดกัน

“ปลาปิรันยา” สายพันธุ์อัมบรา เจ้าถิ่นลุ่มน้ำอเมซอนนักล่าขากรรไกรพิฆาต ฟันของอัมบราแหลมคมจนชนพื้นเมืองเก็บไปเป็นอาวุธได้!!

“กบยักษ์แอฟริกัน” สายพันธุ์มายอร์กา อาศัยอยู่ตามที่ราบลุ่มแม่น้ำตั้งแต่ฝั่งตะวันออกจนถึงตอนใต้ของทวีปแอฟริกัน ชอบไล่จับจิ้งหรีดหวานกรอบทุกตัวที่ขวางหน้าจนอ้วนเอา อ้วนเอา เขากินไม่หยุด แต่ไม่ต้องแปลกใจ มายอร์กาสามารถโตได้เท่าแคนตาลูปลูกใหญ่ น้ำหนัก 3 กิโลกรัม!!!

สกลภัส ปลูกจิตรสม ทำงาน (ได้ใกล้ชิด) กับธรรมชาติ

สกลภัส กล่าวว่า ปริศนาความเร้นลับของสิ่งมีชีวิตในป่าลึกสุดสะพรึงว่าสัตว์หายากเหล่านี้จะใช้ชีวิตและรับมือศัตรูของพวกมันด้วยวิธีใด?!! ซึ่งกลายเป็นโจทย์สนุกๆ ที่ทางสยาม โอเชี่ยน เวิร์ล นำเสนอพร้อมการเรียนรู้วิธีการเตรียมตัวและการใช้ชีวิตก่อนตะลุยป่า โดยได้เนรมิตโลกแห่งท้องทะเลให้กลายเป็นป่าลึกกลางใจเมือง เพื่อให้เหล่านักผจญภัยทั้งหลายได้ร่วมกันตะลุยป่าฟิตร่างกายกันอย่างเต็มที่

“ถ้าเด็กๆ มาเที่ยวก็ได้เรียนรู้ในแบบนอกห้องเรียนที่ไม่ซีเรียสจนเกินไป หรือถ้าเป็นผู้ใหญ่มาเที่ยวกันก็เป็นการเรียนรู้โลกใบใหม่เหมือนกันนะคะ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับตัวเองแต่ก่อนดิฉันไปเที่ยวทะเลก็ไม่เคยลงไปดำน้ำลึกๆ ได้ลงน้ำทะเลหรอกค่ะ ได้แต่นอนอ่านหนังสือใส่แว่นกันแดดอันโตๆ สวยๆ อยู่ริมชายหาด (หัวเราะ) คนเมืองสไตล์ดิฉันก็ใกล้ชิดทะเลแค่นั้นนะคะ พื้นฐานความชอบทะเลของเรามีแค่นี้พอแล้ว ไม่เคยคิดอยากเลี้ยงปลา หรือลงไปใต้น้ำดูความเป็นอยู่ของปลาอะไรมากมายเลย” สกลภัส บอกเล่า และด้วยหน้าที่การงานจึงทำให้เกิดนิยามที่ว่า “เริ่มผูกพันกับธรรมชาติ” ไปได้อย่างง่ายดาย

“5 ปีแล้วค่ะที่มาทำงานโอเชี่ยน เวิร์ล แต่ก่อนตื่นเต้นกับฉลาม เดี๋ยวนี้เริ่มมองเห็นความน่ารักของนากเล็บสั้น (หัวเราะ) สัตว์พวกนี้รู้ภาษานะคะ จำกลิ่นคนให้อาหารได้ ฉลาม นี่พอเห็นคนเลี้ยงมันก็ว่ายรี่เข้ามาหาเลย” สกลภัส บอกเล่า ไม่ใช่รี่มากินเรานะ แต่มันรู้ว่าใครใจดีให้อาหารมันกิน

“แล้วยิ่งบางตัวเราเห็นเขาออกลูกออกหลานกันที่นี่ ความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์ก็เกิดขึ้นได้ไม่ยาก บางตัวก็ใกล้สูญพันธุ์แล้วค่ะ เช่น เต่าทะเล พันธุ์กรีนเทอร์เทิล เรานำมาทั้งเต่ากระ และเต่าตนุ ซึ่งที่เราเห็นในหนังการ์ตูนเรื่องนีโม เด็กๆ ก็อยากเห็นและคุ้นเคยกับเจ้าเต่าตัวนี้มาก

พอเต่าตัวนี้มาถึงพารากอน เด็กๆ ก็ได้รู้จัก ได้ใกล้ชิดกับสัตว์ที่เขาอยากรู้จัก และกับคำถามที่ว่าทำไมนำสัตว์พวกนี้มาไว้กลางห้างสรรพสินค้า?!! คำตอบคือความที่เรามีนโยบายในแนวคิดเปิดโลกใต้ทะเลให้คนเมือง คอนเซปต์การนำเสนอชีวิตสัตว์แต่ละตัวก็จะเป็นไปในแบบทุกชีวิตบนโลกใบนี้ล้วนเกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออก เต่าพันธุ์นี้กินแมงกะพรุนเป็นอาหารทำให้มันได้รับผลกระทบจากการใช้ถุงพลาสติกที่คนเราใช้ และทิ้งเป็นขยะลงพื้น จากพื้นดินลงสู่ลำคลอง และสู่ท้องทะเล กลายเป็นห่วงโซ่มลพิษที่เต่าคิดว่าพลาสติกใสๆ คือตัวแมงกะพรุนอาหารของมัน หลายตัวตายไปเพราะสาเหตุนี้ค่ะ

จึงกลายเป็นว่าการใช้ชีวิตปกติธรรมดาของเรา กลับทำให้ธรรมชาติเกือบสูญเสียสัตว์สายพันธุ์หนึ่งไปอย่างที่หลายคนนึกไม่ถึงนะคะ” สกลภัส กล่าว

รณรงค์ ‘เดี๋ยวแพนกวินไม่ปลื้ม’

การเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล นำร่องโปรแกรมการศึกษาเชิงสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิดความรู้สู่การปฏิบัติ เช่น ได้ริเริ่มโครงการทดลองเพาะต้นกล้าโกงกางขึ้นในอะควอเรียม เพื่อให้เด็กๆ และเยาวชนที่เข้าชมต้นกล้าโกงกางที่เพาะในอะควอเรียมได้ศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติและเห็นคุณค่าของป่าชายเลน ซึ่งปัจจุบันหาได้น้อยเต็มที

เป็นกิจกรรมในกระแสโลกร้อนซึ่งเป็นประเด็นร่วมสมัย ที่ทั่วโลกยังคงให้ความสำคัญและร่วมกันสรรหานานาวิธีเพื่อหาคำตอบของการลดโลกร้อนได้อย่างยั่งยืน

“ดิฉันได้เห็นโกงกางตั้งแต่เป็นต้นกล้า โครงการปล่อยฉลามที่เพาะเลี้ยงในอะควอเรียมคืนสู่ธรรมชาติ ก็ได้เห็นตั้งแต่มันอยู่ในไข่จากฟักออกมาเป็นตัว เวลาไปปลูกป่าโกงกาง ไปปล่อยฉลามก็รู้สึกภาคภูมิใจมากว่าฟูมฟักมากับมือเลยเชียวนะคะ (หัวเราะ) กิจกรรมเหล่านี้ทำให้ดิฉันรู้สึก ‘อิน’ และเชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงที่เป็นวิกฤตธรรมชาติเกิดมาจากโลกร้อนขึ้นจริง และสิ่งที่กระทบกับคนไทยปีนี้ก็คือวิกฤตน้ำท่วมที่เราทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เวลาใช้ชีวิตประจำวัน การใช้ไฟ ใช้น้ำ ทำงานใช้กระดาษพรินเตอร์ออกมาก็จะทำอย่างประหยัดไปโดยอัตโนมัติเลยค่ะ

ในห้องน้ำจุดต่างๆ ที่นี่จะเต็มไปด้วยการรณรงค์ค่ะ ‘เดี๋ยวแพนกวินไม่ปลื้ม’ เป็นประโยคที่เขียนติดไว้เพื่อพูดกับเด็กๆ ค่ะ รณรงค์ให้เขาลดการใช้กระดาษให้น้อยลง หรือหลังล้างมือแล้วตัวเป่ามือถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องใช้ก็ได้นะคะ พนักงานที่นี่ก็เช่นกันค่ะ พวกเราจะประหยัดการใช้ทรัพยากรกันจนเป็นนิสัย

ที่ทำงานอยู่พารากอนมีอาหารการกินให้เลือกมากมายเลยนะคะ แต่มื้อกลางวันดิฉันจะทำอาหารใส่กล่องมาจากบ้าน แม้ไม่ได้ทำทุกวัน แต่ก็รู้สึกดีทุกครั้งค่ะถ้าวันนั้นได้นำอาหารใส่กล่อง ใส่ถุงผ้า มากินที่ทำงาน ดิฉันคิดว่าการช่วยกันเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้แต่ถ้าร่วมแรงร่วมใจกันหลายๆ แรง โลกใบนี้ที่เกิดน้ำท่วม ในทะเลก็เกิดปะการังฟอกขาวไปมากมายหลายแห่งในเวลานี้ ก็อาจดีขึ้นได้ในปีหน้านะคะ” สกลภัส จากสาวทำงานในเมืองกลายเป็นคนรักษ์ธรรมชาติไปโดยปริยาย กล่าวทิ้งท้าย

 

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?