posttoday
จักกวัตติธรรมหลักธรรมนำสังคมสู่สันติสุข (ตอน ๑๑)

จักกวัตติธรรมหลักธรรมนำสังคมสู่สันติสุข (ตอน ๑๑)

21 ตุลาคม 2554

ตามที่มีการเจริญพระพุทธมนต์ สวดพระปริตร อธิษฐานจิตเพื่อแผ่นดินไทย

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : กราบเรียน พระอาจารย์อารยะวังโส...

ตามที่มีการเจริญพระพุทธมนต์ สวดพระปริตร อธิษฐานจิตเพื่อแผ่นดินไทย ครั้งที่ ๓๒ เมื่อวันที่ ๒ ต.ค. ๒๕๕๔ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา มีสาธุชนมาร่วมงานประกอบศาสนกิจกันมากมายด้วยความศรัทธายิ่ง

ในงานครั้งนี้ พระอาจารย์ได้แสดงธรรมที่เป็นคุณประโยชน์ต่อสังคมไทยมาก โดยเฉพาะผู้ปกครองบ้านเมือง นักการเมือง และรัฐบาล ควรจะได้มีส่วนรับฟังเพื่อเป็นอนุสติในการดำเนินชีวิต บริหารจัดการปกครองสังคมเพื่อประโยชน์และความสุขของสังคม...

จึงใคร่ขอความกรุณาช่วยสรุปธรรมเรื่องดังกล่าวที่ชื่อว่า “จักกวัตติธรรม” ลงตีพิมพ์ใน “ธรรมส่องโลก” จะเป็นประโยชน์กับสาธุชน ผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา จะได้เรียนรู้ในหลักธรรมดังกล่าว เพื่อจะได้นำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิต ที่ต้องสัมพันธ์กับภาคสังคมโดยรวม...

กราบเรียนมาด้วยความเคารพ

คณะศรัทธาวัดพระแก้วฯ

รจนา วานิช

วิสัชนา : ทรงแสดงการเจริญอิทธิบาท ๔ เป็นเหตุให้เป็นผู้มีอายุยืน

ทรงแสดงการมีศีลสำรวมในปาติโมกข์ว่าเป็นเหตุให้มีวรรณะ

ทรงแสดงการเจริญฌานทั้ง ๔ ว่าเป็นเหตุให้มีความสุข

ทรงแสดงการเจริญพรหมวิหาร ๔ ว่าเป็นเหตุให้มีโภคะ คือ ทรัพย์สมบัติ

ทรงแสดงการทำให้แจ้งเพียรรู้ด้วยเจโตวิมุตติ และ ปัญญาวิมุตติ หรือ ความหลุดพ้นด้วยปัญญา อันไม่มีอาสวะ เป็นเหตุให้มีพละกำลัง

กับในที่สุด ไม่ทรงเห็นอำนาจใดๆ ที่น่าเกรงกลัวเท่ากับการครอบงำด้วยอำนาจแห่งมาร คือ พระผู้มีพระภาคเจ้าของเรานั้นให้สติกับพระสงฆ์สาวกว่าอย่าประมาทในกำลังของมาร ให้ตั้งจิตตั้งมั่นในการเจริญธรรม อบรมในการกุศล ทำบุญให้ยิ่งๆ ขึ้น เพื่อถึงพร้อมในอายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และกำลัง... เพื่อทำที่สุดแห่งความสิ้นทุกข์หรือพระนิพพานให้เกิดขึ้น... ด้วยการประชุมธรรมทั้งปวงรวมลงใน ความไม่ประมาท ซึ่งเป็นยอดแห่งธรรมอย่างแท้จริง... เพื่อการตั้งมั่นประพฤติตนให้ชอบโดยธรรม สมควรแก่ธรรม อันควรแก่ความเป็นธัมมานุสติแด่สาธุชน ผู้หวังนิรทุกข์ ตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนานี้.

พระสูตรดังกล่าวนี้เป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่สอดคล้องกาลสมัยทุกสมัย ไม่เป็นเฉพาะในปัจจุบัน จึงขอยกขึ้นมาเป็นอนุสติธรรมแก่สาธุชนทั้งหลาย และขอน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม ด้วยทศพิธราชธรรมอันยิ่ง พร้อมเพรียบกับพระมหาจักรพรรดิในอดีตกาล บ้านเมืองสังคมไทยจึงยังคงอยู่อย่างมั่นคง แต่สำคัญยิ่ง ถ้าประชาชนทั้งหลายไร้ธรรมะ ไม่เคารพสักการะในธรรม ไม่ประพฤติธรรม และปล่อยให้อธรรมทั้งหลายแผ่กว้างไปทั่วแผ่นดิน แน่นอน ความหายนะย่อมเกิดขึ้นได้ไม่ยาก เพราะกำลังแห่งความดีทั้งปวงของแผ่นดินนั้นรวมอยู่ที่ประชาชน

ความหมายนัยของมหาจักรพรรดิ ก็คือ ผู้ปกครองมีธรรม นำธรรมะนั้นแผ่กว้างไปทั่ว เป็นแบบฉบับเยี่ยงอย่างให้กับมหาชนทั้งหลาย ... มหาชนทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน ต้องประพฤติตาม ปฏิบัติตาม อยู่ในวิถีธรรมดังกล่าวอันถูกต้องตรงตามธรรมเช่นเดียวกัน สังคมจึงจะเข้าสู่วิถีแห่งสันติธรรม อันมีความสุข ความสงบ พร้อมเพรียงกัน แต่ถ้ามหาชนทั้งหลายขาดศีลขาดธรรม ประพฤตินอกลู่นอกทาง ไม่ดูเยี่ยงอย่างแบบฉบับของพระมหากษัตริย์ที่ทรงธรรม และละทิ้งถิ่นฐานบ้านเรือนของบรรพบุรุษ ที่เคยสร้างเคยสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดี การปฏิบัติที่ดีไว้ ไม่รู้จักรักษาอุโบสถศีลในวันพระ ไม่รู้จักสดับฟังธรรมะเพื่อทำจิตให้ผ่องใส ไม่มั่นคงดำรงอยู่ในศีลธรรมดั่งบรรพชนทั้งหลาย แน่นอนว่า การเข้าสู่ยุคของความพินาศย่อมเกิดขึ้นกับสังคมนั้นๆ ดังเช่นที่ปรากฏในสังคมโลก ณ ปัจจุบัน ที่แสดงวิกฤตการณ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งจากน้ำมือของมนุษย์และธรรมชาติให้ขึ้นบนแผ่นดินประชาคมโลกนี้ ไม่ว่างเว้นแม้แต่ประเทศไทย จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่สาธุชนทั้งหลายจะต้องตั้งจิตตั้งใจ หันหน้าเข้ามาหาธรรมะ ยึดถือปฏิบัติตามหลักพึ่งตนพึ่งธรรม รู้จักอบรมจิตภาวนาด้วยการเจริญสติปัฏฐาน เพื่อทำปัญญาให้เกิดขึ้น ใช้ชีวิตโดยมีวินัยรักษา กาย วาจา ... มีธรรมะคุ้มครองจิต

ธรรมะนั้นให้ความสงบ ให้ความสำเร็จ ให้ความเป็นปกติ ส่วนวินัยนั้นเป็นเส้นทางไปสู่ธรรมะ วินัยหรือกฎระเบียบ สิกขาบท ทั้งหลายนั้นอาจมีการถกเถียงกัน อาจจะมีการโต้แย้งกัน ด้วยทิฏฐิหรือความเห็นแห่งตนว่า ทำไมจึงมีมากขึ้น ทำไมจึงเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ก็ต้องมาสิ้นสุดที่ธรรมะ ถ้าเข้าใจหลักธรรมเป็นอย่างเดียวกัน อันเป็นสัจธรรมที่ไม่มีผู้ใดโต้แย้งได้ เพราะเป็นกฎความจริงที่มีอยู่ในธรรมชาติ ที่เรียกว่า ธรรมนิยาม ดังนั้นหลักธรรมจึงให้ข้อยุติอย่างแท้จริง เรียกว่า ยุติโดยธรรม หรือ ยุติธรรม เช่นเดียวกัน กฎระเบียบบ้านเมืองทั้งปวงต้องจบที่ธรรมะ กฎระเบียบทั้งปวงนั้นสามารถเถียงกันได้ทุกวันทุกคืน เพราะยิ่งคนมากขึ้นเท่าไหร่ กฎหมายก็มากขึ้นเท่านั้น แต่ก็หยุดที่ธรรมะ ถ้าสังคมมีธรรมะ ก็หยุดยับยั้งความวุ่นวายได้ สิกขาบทน้อยใหญ่ไม่ต้องมี กฎหมายก็ไม่ต้องมี เพราะธรรมะนั้นให้ความเที่ยงแท้แน่นอน คือ ความเป็นปกติแห่งความเป็นสัตว์อันประเสริฐที่จะนำไปสู่ความสุขความเจริญอย่างแท้จริงได้บนวิถีธรรม ที่ประพฤติบนเส้นทางสายกลาง ที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา

อ่านต่อฉบับวันจันทร์

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท