
จักกวัตติธรรมหลักธรรมนำสังคมสู่สันติสุข (ตอน ๑๐)
ตามที่มีการเจริญพระพุทธมนต์ สวดพระปริตร อธิษฐานจิตเพื่อแผ่นดินไทย
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบเรียนพระอาจารย์อารยะวังโส...
ตามที่มีการเจริญพระพุทธมนต์ สวดพระปริตร อธิษฐานจิตเพื่อแผ่นดินไทย ครั้งที่ ๓๒ เมื่อวันที่ ๒ ต.ค. ๒๕๕๔ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา มีสาธุชนมาร่วมงานประกอบศาสนกิจกันมากมายด้วยความศรัทธายิ่ง
ในงานครั้งนี้พระอาจารย์ได้แสดงธรรมที่เป็นคุณประโยชน์ต่อสังคมไทยมาก โดยเฉพาะผู้ปกครองบ้านเมือง นักการเมือง และรัฐบาล ควรจะได้มีส่วนรับฟังเพื่อเป็นอนุสติในการดำเนินชีวิต บริหารจัดการปกครองสังคมเพื่อประโยชน์และความสุขของสังคม...
จึงใคร่ขอความกรุณาช่วยสรุปธรรมเรื่องดังกล่าวที่ชื่อว่า “จักกวัตติธรรม” ลงตีพิมพ์ใน “ธรรมส่องโลก” จะเป็นประโยชน์กับสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาจะได้เรียนรู้ในหลักธรรมดังกล่าว เพื่อจะได้นำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตที่ต้องสัมพันธ์กับภาคสังคมโดยรวม...
กราบเรียนมาด้วยความเคารพ
คณะศรัทธาวัดพระแก้วฯ
รจนา วานิช
“จะมีพระเจ้าจักรพรรดิอุบัติเกิดขึ้นนามว่า สังขะเป็นพระราชาผู้ปกครองโดยธรรม ในยุคมนุษย์มีอายุ ๘ หมื่นปี จะอุบัติพระพุทธเจ้านามว่า พระศรีอารยเมตไตรยเกิดขึ้นในโลก เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ถึงพร้อมด้วยวิชาและจรณะเป็นต้น”
วิสัชนา : ในทุกภูมิประเทศที่มีโรคภัยไข้เจ็บ การแย่งชิงอาหาร การแย่งชิงทรัพยากรทั้งหลาย จึงมีปรากฏเกิดขึ้นให้เห็นในสังคมโลกปัจจุบัน จนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกอันเป็นผลจากความชั่วของมนุษย์ ด้วยอำนาจความโลภอันไร้ขอบเขต จึงทำให้มนุษย์เกิดความพินาศเพราะอดอาหาร ด้วยโรคภัยไข้เจ็บ และด้วยโทสะ จึงพินาศด้วยศัสตราทั้งหลาย จนสุดท้ายจึงรบราฆ่าฟัน เพื่อหวังแย่งชิงทรัพยากรที่มีจำนวนจำกัด...และไม่เคยเพียงพอตามความต้องการของหมู่ชนผู้มากไปด้วยความทะยานอยากในสมัยแห่งสัตถันตรกัป จึงรบราฆ่าฟันกันอย่างไร้เหตุผล...
ที่สุดหลังจากนั้นมีมนุษย์กลุ่มหนึ่งผู้ที่หลีกพ้นจากภัยพิบัติ ๗ วัน ในสัตถันตรกัปที่ออกจากมิคสัญญีนั้นได้ ด้วยการประพฤติที่หลบหลีกไปตามป่าเขา ตั้งใจทำการกุศล เว้นการฆ่าสัตว์ บำเพ็ญกุศลกรรม เว้นอกุศลกรรม ทำให้มนุษย์มีอายุนานขึ้นเรื่อยๆ จาก ๑๐ ปี เป็น ๒๐ ปี เป็น ๔๐ ปี เป็น ๘๐ ปี จนที่สุดมากกว่า ๑.๒ แสนปี ในยุคมนุษย์อายุ ๘ หมื่นปี หญิงสาวอายุ ๕,๐๐๐ ปี จึงจะมีสามีได้ เมื่อมนุษย์กลับฟื้นมาในยุคแห่งอารยธรรม มนุษย์ในสมัยนั้นจึงมีโรคเพียง ๓ อย่าง คือ ความอยากอาหาร ความไม่อยากกินอาหาร และความแก่เท่านั้นเอง
ในชมพูทวีป (อินเดีย เนปาล) จะมั่งคั่งรุ่งเรือง กรุงพาราณสี แคว้นกาสี ในอินเดีย ณ ปัจจุบันจะเป็นราชธานีนามว่า เกตุมดี เป็นเมืองอันมั่งคั่ง มีคนมาก อาหารหาไม่ยาก จะมีพระเจ้าจักรพรรดิอุบัติเกิดขึ้นนามว่า สังขะ เป็นพระราชาผู้ปกครองโดยธรรม ในยุคมนุษย์มีอายุ ๘ หมื่นปี จะอุบัติพระพุทธเจ้านามว่า พระศรีอารยเมตไตรยเกิดขึ้นในโลก เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ถึงพร้อมด้วยวิชาและจรณะเป็นต้น จะแสดงธรรมอันไพเราะในเบื้องต้น เบื้องกลาง และที่สุด พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะจะบริหารภิกษุสงฆ์หลายพัน เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าของเราบริหารภิกษุสงฆ์หลายร้อย
พระพุทธเจ้ายกเรื่องดังกล่าวขึ้นสาธยายในพระสูตรที่เรียกว่า จักกวัตติสูตร อันเป็นหลักธรรมสอนผู้นำ ผู้ปกครองประเทศ พระราชาทั้งหลาย เพื่อเป็นธัมมานุสติในการสอนภิกษุทั้งหลายว่า พึงดำรงอยู่ในความไม่ประมาทให้มีความหมั่นเพียร ขวนขวาย ประพฤติธรรม โดยให้ยึดหลักพึ่งตนพึ่งธรรม เจริญสติปัฏฐาน ๔ ให้เจริญอยู่ในกาย เวทนา จิต ธรรม นี้ และให้ละออกจากการเกี่ยวข้องกับกามคุณทั้ง ๕ ก็จะเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ...อันหมายถึงการถึงพร้อมด้วยอำนาจธรรม เพื่อนำไปสู่ความสิ้นทุกข์นั่นเอง...
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







