posttoday
ดูแลตัวเองช่วงน้ำท่วม

ดูแลตัวเองช่วงน้ำท่วม

19 ตุลาคม 2554

ดูแลตัวเอง ช่วงน้ำท่วม นาทีนี้ ถ้าไม่พูดถึงเรื่องวิกฤตน้ำท่วมคงจะดูไม่อินเทรนด์นะคะ

โดย...หนูดี – วนิษา เรซ

ดูแลตัวเอง ช่วงน้ำท่วม นาทีนี้ ถ้าไม่พูดถึงเรื่องวิกฤตน้ำท่วมคงจะดูไม่อินเทรนด์นะคะ เพราะแทนคำทักว่า “เป็นไงบ้าง” ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็น “ที่บ้านเป็นไงบ้าง น้ำท่วมมั้ย” ไม่นึกไม่ฝันนะคะว่าจะได้เห็นประเทศของเราเข้าสู่ภาวะวิกฤตทางธรรมชาติใหญ่ขนาดนี้ ส่วนตัวแล้ว หนูดีว่าครั้งนี้ดุเดือดกว่าสึนามิอีก แม้จำนวนคนเสียชีวิตจะไม่เท่าครั้งนั้น แต่การกระจายตัวของความเดือดร้อนครั้งนี้นี่แทบจะทุกหย่อมหญ้าเลยทีเดียว เลยทำให้ครั้งนี้ดูรุนแรงกว่าคลื่นในทะเลพอสมควรเลยค่ะ

วิกฤตรุนแรงแบบนี้จะรอให้ทางการหรือคนใจดีมาช่วยอาจไม่ทันการ หนูดีสังเกตเห็นค่อนข้างชัดว่า นาทีนี้ “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” จริงๆ ค่ะ ทุกคนก็สู้กันสุดชีวิตเพื่อยื้อความแห้งในบ้านตัวเองไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ พอบ้านตัวเองปลอดภัยแล้ว ก็วิ่งออกมาช่วยเหลือกัน ได้เห็นอะไรดีๆ ที่ทำให้ชื่นใจเยอะนะคะหนนี้ และก็ได้เห็นอะไรร้ายๆ มากมายเช่นกัน นาทีนี้หนูดีว่า มีอะไรก็ไม่ดีเท่ามี “สติ” และ “เงินสด” ค่ะ สติจะพาคุณรอดในวิกฤต และเงินสดจะช่วยให้คุณรอดต่อไปอีกนานหลังคุณพาตัวเองออกมาจากวิกฤตได้แล้ว

ครั้งนี้ พวกเราที่จำเป็นต้องทำตัวเป็นบ้าหอบฟาง หอบข้าวของหนีน้ำขึ้นชั้นสอง หรือพารถสุดที่รักไปหาที่เก็บอันปลอดภัยจากมวลน้ำ พอย้ายของเสร็จ หอบแฮกๆ พอมีเรี่ยวแรงโทร.หากันได้ คำแรกที่พูดกันเป็นอุทาหรณ์สอนหญิงเลยก็คือ ห้ามบ้าช็อปปิ้งอีกต่อไป ไม่ซื้อแล้ว รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้าเยอะๆ เพราะมันหอบหนีน้ำเหนื่อยมากๆ แถมพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เจ๋งๆ แม้กระทั่งตู้เย็นดีๆ แพงๆ ก็ไม่อยากจะมีแล้ว เพราะน้ำมาทีก็ไปหมดเลย ที่สะสมๆ มา ตอนนี้ทุกคนสรุปตรงกันว่า ถ้าจะสะสมอะไร สะสมเงินสดดีที่สุดค่ะ คนรอดครั้งนี้ก็พวกมีเงินเย็นนั่นเอง ใครสะสมเป็นสินค้า พอน้ำมานี่เห็นนั่งบนกองสินค้าร้องไห้โฮๆ ออกทีวีโดยไม่รู้ตัวมาแล้วหลายคน

เรื่องจอดรถก็เช่นกัน อย่าประมาทคิดว่าไปที่แห้งแล้วคุณจะรอด ใช่ค่ะ คุณอาจรอดน้ำท่วม แต่คุณจะไม่รอดโจรค่ะ คุณครูที่โรงเรียนหนูดีคนหนึ่ง มีญาติอยู่ จ.นครสวรรค์ พอมีข่าวน้ำมาก็รีบนำรถออกไปจอดที่ถนนหลวงจุดที่ปลอดภัย 2 คัน แล้วรีบกลับไปเก็บของที่บ้านหนีน้ำ เก็บเสร็จออกมาเอารถ ปรากฏว่ารถทั้งสองคันหายไปเรียบร้อยโรงเรียนโจรแล้วค่ะ หรือคนทำกราฟฟิกให้หนังสือเล่มใหม่ของหนูดี นำรถของคุณแม่หนีน้ำไปจอดทิ้งไว้ห้างที่มีโรงหนังชื่อดัง ปรากฏว่าวันเดียว ไปรับรถออกมาเจอค่าจอดไปถึง 800 บาท แพงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำอีกค่ะ ห้างนี้เองที่มีทวิตเตอร์เวียนถึงคนจำนวนมาก ให้เอารถไปจอดได้ หนูดียังนึกว่าใจดีจัง ยังคิดๆ เลยว่าเอาไปจอดดีไหม แต่โชคดีที่นำไปจอดคอนโดเพื่อนได้ เลยไม่จำเป็น พอมาทราบแบบนี้ ต้องบอกว่า อึ้งค่ะ กลับมาดูทวีตก็พบว่า เขาบอก “จอดได้” ไม่ได้บอกว่า “จอดได้ฟรี” เสียหน่อย ก็จริงของเขานะคะ แต่ก็ต้องเตือนกันให้ดูให้ดีช่วงนี้ ไม่ใช่เอาไปจอดทิ้งไว้หลายวัน พอจะไปรับรถอาจเสีย “ค่าไถ่” ไม่ไหวก็ดูจะโชคร้ายซ้ำซ้อนเกินไป

น้ำท่วมครั้งนี้ หนูดีและน้องโดนขังลืมอยู่ในบ้านหลายวัน ออกไปไหนไม่ค่อยได้ ยกเว้นจำเป็นจริงๆ ก็ต้องออกไปสู้กับน้ำที่ท่วมถนนจนเอ่อ ส่งผลให้รถติดแบบไม่เคยเห็นมาก่อน น้องหนูหวานเลยใช้ความสามารถพิเศษให้เป็นประโยชน์ ด้วยการลองเย็บถุงยังชีพต้นแบบ ทำด้วยผ้าดิบหนาสุดๆ หูกระเป๋าก็แข็งแรงมากกระชากยังไม่ขาดขึ้นมา เพื่อระดมคนมาเย็บส่งไปให้ชาวบ้าน แถมยังให้เขาเอาไว้ขนของได้ด้วย เพราะหนูดีแวบไปดูลาดเลาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผื่อส่งอาหารและเงินไปสมทบ ก็พบว่าคนที่หนีมาได้ไม่ค่อยมี “กระเป๋าเดินทาง” ค่ะ เพราะส่วนใหญ่เป็นชาวบ้าน เขาไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ เขาจะไม่ค่อยมีกระเป๋าใบใหญ่ๆ ดีๆ หรอกค่ะ

พอทำกระเป๋าต้นแบบเสร็จ ลงประกาศในแฟนเพจหนูดี ก็พบว่าการระดมคนมาช่วยเย็บเหมือนเมื่อต้นปีทำได้ยากมาก เพราะแต่ละคนก็ห่วงพะวงบ้าน ไม่มีใครสะดวกทิ้งบ้านมาสักเท่าไร หนูหวานจึงตัดสินใจนำแบบเย็บกระเป๋าใบนี้ไปอัพโหลดไว้ในเว็บ www.joybubble.com เพื่อให้คนที่สนใจดาวน์โหลดไปใช้เย็บได้ฟรี เพราะนาทีนี้เราต้องใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ที่สุดแล้วค่ะ การเดินทางไปหากันและกันเริ่มยากกว่าที่เคยเป็น

ตรงนี้ก็ต้องขอบคุณคุณวู้ดดี้และทีมงานด้วย เพราะเมื่อทราบเรื่องกระเป๋ากู้ชีพ ก็ได้เชิญเราไปประกาศออกที่รายการเพื่อให้คนเข้ามาช่วยเหลือ ถ้าใครอยากเห็นกระเป๋ากู้ชีพใบนี้ว่าเป็นอย่างไร ใหญ่มากแค่ไหน และแข็งแรงแค่ไหน เข้าไปดูรายการ “เช้าดูวู้ดดี้” ย้อนหลัง เมื่อวันอังคารที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมาก็ได้เช่นกัน

ในแฟนเพจหนูดี ก็เป็นอีกจุดที่คึกคักทีเดียวเรื่องน้ำท่วม แฟนๆ จำนวนมากเข้ามาทักทายให้กำลังใจ เตือนภัยกันเอง รวมถึงบริจาคเงินและส่งข้อความบอกว่า พร้อมจะช่วยเหลือเรื่องไหนบ้าง เข้ามามากทีเดียว นาทีนี้มีเงินที่ส่งเข้ามาที่มูลนิธิเราพอสมควร เงินก้อนนี้จะแบ่งเป็นสองส่วนคือ ช่วยเหลือที่จำเป็นในนาทีนี้ เช่น อาหารสด ของใช้ และอีกส่วนจะแบ่งไว้สำหรับฟื้นฟูหลังน้ำลด เพื่อช่วยวัดและโรงเรียนที่จมน้ำไป ในการซื้อของจำเป็นเข้ามาใหม่ รวมถึงการระดมพลไปช่วยขัด ล้าง จัดอีกด้วย

หากใครสนใจจะร่วมทำบุญกับมูลนิธิของหนูดีและหนูหวาน สามารถโอนเงินเข้ามาสมทบได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 441-2-286-605 ชื่อบัญชี “มูลนิธิมหาสมุทรแห่งปัญญา” ค่ะ โอนแล้วบอกกันที่อีเมลด้วยนะคะ จะได้เบิกถูกก้อน และเราต้องการ “ไอเดียช่วยน้ำท่วม” มากเช่นกัน ใครมีไอเดียดีๆ ส่งมาที่ Vanessa_race04 @yahoo.com เลยนะคะ มาแลกเปลี่ยนกัน เพราะครั้งนี้รวมกันเราอยู่จริงๆ ค่ะ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท