
ดูแลร่างกายจิตใจในวิกฤตน้ำท่วม
เตรียมพร้อมรับมือและป้องกันตัวเองอย่างไรจากวิกฤตการณ์น้ำท่วมทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ
เตรียมพร้อมรับมือและป้องกันตัวเองอย่างไรจากวิกฤตการณ์น้ำท่วมทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ
โดย..อณุศรา ทองอุไร
หลายจังหวัดในภาคกลางและอาจจะกรุงเทพมหานครฯ กำลังอยู่ในภาวะสำลักน้ำที่ท่วมเรื้อรังมานานเกือบเดือนแล้ว แน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของผู้ที่ประสบภัยทั้งร่างกายและจิตใจ โรงพยาบาลสมิติเวชห่วงใยและอยากให้คนไทยทุกคนเตรียมพร้อมรับมือและป้องกันตัวเองจากวิกฤตการณ์น้ำท่วม ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบมากที่สุดในตอนนี้ นำความรู้เรื่องการดูแลป้องกันสุขภาพทั้งกายและจิตใจมาฝาก เพราะอาจจะทำให้มีความเครียดขึ้นมาจากสาเหตุต่างๆ เช่น ทรัพย์สินเสียหาย การเจ็บป่วย การสูญเสียคนในครอบครัว ซึ่งความเครียดที่เกิดขึ้นนี้อาจมีผลต่อสุขภาพของเราได้ หากเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวและไม่ได้จัดการอย่างถูกวิธี
ถ้ารับมืออย่างถูกวิธีจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินกลับมาได้ อย่าลืมว่า คุณไม่ได้โดดเดี่ยว การพูดคุยแบ่งปันวิธีการจัดการกับความคิด และอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ จะสามารถช่วยคุณได้ ยังมีกำลังใจและคนที่พร้อมจะส่งความช่วยเหลือไปให้คุณอยู่ตลอด อย่าเพิกเฉยต่อความเครียดที่เกิดขึ้น และสามารถร้องขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ชิดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสมอ
การตอบสนองที่พบได้เป็นปกติในเหตุการณ์ภัยธรรมชาติ ขั้นแรกในการจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกที่เป็นผลตามมาจากภัยธรรมชาติ คือการรู้จักว่าการตอบสนองแบบไหน ระดับไหน ที่เกิดขึ้นได้ในคนทั่วไปเมื่อมีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ความวิตกกังวลเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นธรรมดา แต่ถ้ามันมากเกินไปอาจบอกถึงความผิดปกติที่ควรจัดการแก้ไขเช่นกัน ความเครียดที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะเกิดเพียงชั่วคราวและหายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป การย้ำคิดถึงเหตุการณ์อุทกภัยหรือพายุที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว อาจจะเกิดขึ้นได้ในหลายๆ คน ความคิดเหล่านี้ถ้ามีมากเกินไปหรือนานเกินไป บ่งบอกว่าคุณควรจะพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับความช่วยเหลือ
การดูว่าความเครียดที่เคยเกิดขึ้นในอดีตได้รับการแก้ไขจัดการด้วยวิธีใด แต่แน่นอนว่าคุณควรจะเลือกวิธีการที่สร้างสรรค์ในการจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้น เตรียมพร้อมรับมืออารมณ์ที่จะเกิดขึ้น เมื่ออยู่ในภาวะอุทกภัยที่ทำให้บ้านเรือนทรัพย์สินเสียหายอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน การแสดงออกทางอารมณ์ที่อาจจะพบได้ อย่างเช่น...
- มีอาการฝันร้าย หรือฝันซ้ำๆ เกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วม
- ไม่สามารถมีสมาธิ หรือจดจำสิ่งต่างๆ
- รู้สึกเฉยชา เบื่อ เหนื่อย แยกตัวออกจากสังคม หรือคนรอบข้าง
- มีอารมณ์ฉุนเฉียว โกรธ แสดงออกอย่างรุนแรง
- มีอาการไม่สบายทางกาย เช่น ปวดหัว อาหารไม่ย่อย ปวดเมื่อยตามตัว
- มีลักษณะที่แสดงออกถึงการระวังความปลอดภัยของคนในครอบครัวอย่างเกินเลย
- หลีกเลี่ยงที่จะจดจำเรื่องน้ำท่วม
- ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ
เทคนิคในการจัดการกับความเครียด
- จำกัดการได้รับข่าวสารที่เกี่ยวกับอุทกภัย หรือภัยธรรมชาติต่างๆ แต่พอควร
- รับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไม่เชื่อข่าวลือ
- เรียนรู้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพและความปลอดภัย
- พยายามกลับไปใช้ชีวิตปกติให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็ก
- ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอ
- หากิจกรรมทำเพื่อไม่ปล่อยให้มีเวลาว่างมากเกินไป
- พยายามติดต่อสื่อสารกับเพื่อน ครอบครัว หรือผู้ที่คอยให้ความช่วยเหลือ
- อาศัยหลักศาสนาเข้ามาช่วย
- พยายามสร้างอารมณ์ขันอยู่เรื่อยๆ
- แสดงความคิดของตัวเองออกมา ไม่ว่าจะเป็นทางการพูดคุย การเขียน หรือการวาดรูป
- พูดคุยและแบ่งปันความรู้สึกของตัวเองกับคนอื่นๆ
โรคกลุ่มเสี่ยงภาวะน้ำท่วม
- โรคติดต่อเนื่องจากน้ำไม่สะอาด ได้แก่ ไทฟอยด์ อหิวาต์ โรคฉี่หนู และไวรัสตับอักเสบเอ
- โรคติดต่อเนื่องจากมีแมลงเป็นพาหะ ได้แก่ ไข้มาลาเรีย ไข้เลือดออก
- รวมถึงอุบัติเหตุและการบาดเจ็บต่างๆ เช่น การจมน้ำ
โรคติดต่อจากน้ำไม่สะอาด
เพราะภาวะน้ำท่วมจะสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ยิ่งถ้าเกิดขึ้นในชุมชนใหญ่ หรือขาดแคลนน้ำสะอาด เนื่องจากน้ำดื่มที่ไม่สะอาดและติดเชื้อ น้ำที่ไม่สะอาดอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ไม่ว่าจะเป็นผิวหนังอักเสบ แผลติดเชื้อ ตาอักเสบ หรือการติดเชื้อทางเดินอาหาร ซึ่งเชื้อโรคที่สามารถติดต่อทางน้ำ ได้แก่
1.เชื้อไวรัส เช่น เชื้อไวรัสตับอักเสบ A หรือเชื้อโปลิโอ
2.เชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้ออหิวาต์ ไทฟอยด์ เชื้อที่ทำให้มีอาการท้องเสีย
3.เชื้อโปรโตซัว
ป้องกันโรคติดเชื้อที่มาจากน้ำ
ส่วนใหญ่แล้วโรคกลุ่มนี้จะมาจาการปนเปื้อนของอาหารและน้ำ ดังนั้นการป้องกันคือการพยายามดื่มน้ำที่สะอาด และต้องพยายามดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ ใช้น้ำที่ต้มสุก หรือผ่านคลอรีน ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาด ทำความสะอาดอาหารและปรุงอาหารให้สุกทุกครั้ง ถ้ามีอาการท้องเสียขาดน้ำ ควรดื่มน้ำเกลือแร่เสริม หากมีอาการไข้ หรืออาการผิดปกติควรพบแพทย์ แต่สามารถใช้ยาลดไข้บรรเทาอาการได้







