
คนไม่เคยเหงา
ในโลกนี้ ที่คนบ่นว่า “เหงา” กันตลอดเวลา หนูดีอยากขอเปิดตัว “โลกที่ปราศจากความเหงา”
โดย...หนูดี – วนิษา เรซ
ในโลกนี้ ที่คนบ่นว่า “เหงา” กันตลอดเวลา หนูดีอยากขอเปิดตัว “โลกที่ปราศจากความเหงา” ให้กับแฟนคอลัมน์ของหนูดีรู้จักจังค่ะ เพราะหนูดีคิดว่า ในโลกที่คนมากมายกว่าครึ่งบ่นว่า “เหงาๆๆๆ” จนต้องออกไปทำอะไรประหลาดๆหลายๆอย่างนั้น มีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ “ไม่เคยเหงา” หรือ “ไม่ค่อยเหงา” เลย อยู่ร่วมด้วยแน่ๆ แต่ที่พวกเขาไม่เป็นที่รู้จักเท่าไร ก็เพราะเขา “ยุ่ง” อยู่ไงคะ ยุ่งมาก ไม่ค่อยว่าง ก็เลยไม่ค่อยออกมาบ่น ชื่อเสียงของกลุ่มนี้ ก็เลยน้อยกว่า “กลุ่มเหงา” ไปแบบช่วยไม่ได้
เท่าที่หนูดีสังเกต คนกลุ่มนี้ นอกจะทำงานเต็มที่แล้ว เวลาที่เหลือยังมี “งานอดิเรก” ด้วยค่ะ พอมีอะไรให้ใจจดจ่อ ให้ตื่นเต้น มีความสุขอยู่เรื่อยๆ มีอะไรให้ “มองไปข้างหน้า” ก็เลยไม่ค่อยบ่นกับ “เวลาปัจจุบันที่ไม่มีอะไรทำ” สักเท่าไร เวลาของพวกเขามักผ่านไปรวดเร็วเสมอ
เคยได้ยินสำนวนฝรั่งที่บอกว่า “มือว่างๆเป็นบ่อเกิดของความชั่วร้าย” เมื่อก่อนหนูดีก็ไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร แต่พอมองไปในสังคมเรา เห็นเด็กแว้น เห็นเด็กติดเกมส์ ก็เริ่มนึกภาพออกแล้วล่ะค่ะว่า เด็กที่ว่างเกินไปนี่ พลังงานทีเหลือเยอะแยะของเขาก็ต้องมี “ทางออก” กันบ้าง ถ้าผู้ใหญ่ไม่นำเสนอทางออกสร้างสรรค์ไว้ให้ หวังให้เด็กคิดเองเออเอง เราก็จะได้ผลผลิตแบบที่เห็นกันตามหน้าหนึ่งทุกวันนี้ล่ะค่ะ จะหวังให้เด็กคิดให้ถูกใจเราเป๊ะ คงเป็นฝันที่ไม่เป็นจริง เพราะกว่าสมองมนุษย์จะโตเต็มวัย เราก็ต้องอายุตั้ง 25 ปีไปแล้ว น่ากลัวนะคะ เมื่อคิดว่า แม้กระทั่งเด็กที่เรียนจบปริญญาตรีแล้ว สมองเขายังไม่ “โตเต็มวัย” เลย
“โรคว่าง” ก็มักจะกำเริบ และกลายเป็น “โรคเหงา” ไปในที่สุด ดังนั้น นอกจากการเรียนในวัยเรียน และการทำงานในวัยผู้ใหญ่แล้ว เวลาว่างที่เหลือ ไม่ว่าใคร ก็ควรมี “Passion” หรือ “สิ่งที่เราหลงไหล” ไว้สักสิ่งหนึ่งค่ะ ตรงนี้ล่ะ ที่ทำให้คนๆหนึ่งดูมีเสน่ห์ขึ้นมาแบบห้ามกันไม่ได้
หนูดีว่า คนเราทุกคนควรมีงานอดิเรกอะไรสักงานที่เรารักมากๆ วันนี้ หลังจากน้ำท่วมแบบทำเอา “อึ้ง” ไปแล้วในประเทศเรา หนูดีก็ได้กลายไปเป็น “ผู้ประสบภัย” กับเขาด้วย เพราะสวนผัก ที่เป็นงานอดิเรกที่หนูดีรักมาก ก็ได้เจอกับน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมพื้นที่กว่า 2 ไร่ จมมิดไปเลย ส่วนโรงเห็ดที่หนูดีรักนักหนาก็กลายเป็นอดีตไปแล้วค่ะ แม้กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ต้องนำรถแบ็คโฮถึง 8 คันเข้าไปทำคันดินแบบเร่งด่วน เพราะน้ำได้พาตัวเองเข้ามาถึงเขตรังสิตตรงจุดสวนผักแล้ว ในที่สุดหนูดีและผักก็ได้กลายเป็นผู้ประสบภัยกันไปแบบถ้วนหน้า นึกแล้วก็สงสารคนที่โดนน้ำท่วม “ที่ทำมาหากิน” จริงๆอย่างยิ่งค่ะ โดยเฉพาะเขตเพาะปลูก เพราะแม้กระทั่งสวนผักเล็กๆของหนูดี ทำเล่นๆ สนุกๆ ปลูกให้เด็กกินกันน่ารักๆในโรงเรียน ก็ยังลงทุนกันคราวหนึ่งเป็นหลักแสน ขนาดนี้ยังยากทำใจเลยค่ะ อยู่ดีๆเห็นเงินละลายไปกับน้ำฟรีๆ แต่ลองเปรียบเทียบกับชาวนา ชาวสวน ที่ลงทุนกันทีเป็นหลักล้าน เขาคงแทบล้มทั้งยืนเลยทีเดียว
แต่ก็โชคดีที่หนูดีได้ “Diversify portfolio” งานอดิเรกไว้ล่วงหน้า ในวันนี้ จึงมีกิจกรรมอื่นๆนอกเหนือจากการปลูกผักไว้รองรับเวลาว่างให้หนูดีได้เสมอ ทำให้เมื่อเสร็จงานแล้ว มีอะไรให้เรารู้สึกกระชุ่มกระชวย สิ่งนั้น ทำไม่ยากและไม่ต้องกลัวน้ำท่วม ก็คือ “การทำอาหาร” นั่นเองค่ะ เมื่อส่งหนังสือเล่มล่าสุด “ถึงเวลาท้าทายสมอง” เข้าโรงพิมพ์ไปแล้วเรียบร้อย หนูดีก็ได้ฤกษ์อบขนมเสียที ครั้งนี้ อบ granola สูตรพิเศษของคุณพ่อตั้งแต่เรียนฮาร์วาร์ดรุ่นโบราณ อร่อยได้เรื่อง เอาไว้ทานกับโยเกิร์ตค่ะ
พูดเรื่องหนักๆแบบน้ำท่วมไปแล้ว ขอเล่าเรื่องเบาๆบ้างนะคะ เรื่องล่าสุดที่น่าตื่นเต้นสำหรับหนูดีคือน้องหนูหวาน น้องสาวคนเดียวของหนูดี ซึ่งมีงานอดิเรกที่น้องรักมากเช่นกัน แต่เป็นสิ่งที่หนูดีทำไม่เป็นเลย คือ แฟชั่นดีไซน์ และลงรายละเอียดไปอีก เป็น “การเย็บกระเป๋าแฮนเมด” ค่ะ
ฟังดูแล้ว อาจมองเหมือนเป็นกระเป๋าผ้าๆ เชยๆ แต่จริงๆแล้ว ไม่ใช่เลยค่ะ กระเป๋าที่หนูหวานเย็บเองนั้น มีตั้งแต่หนังสวยๆ เก๋ๆ ประมาณเหมือนดีไซเนอร์แบ็กที่ขายในนิวยอร์ค ไปจนถึงกระเป๋าผ้าคานวาส กระเป๋าผ้ายีนส์ รวมถึงผ้าจากญี่ปุ่นที่พวกเราไปเดินเลือกซื้อมาด้วยกันเมื่อคราวไปญี่ปุ่นหนล่าสุด
น้องหวานนี่ชอบเย็บจักรมาตั้งแต่ 8-9 ขวบ ถึงขั้นเก็บเงินเองตอนนั้นได้สี่หมื่นบาท จากการเป็นพิธีการเด็กในรายการ “บ้านน้อยซอยเก้า” ที่ช่องเก้าเมื่อยี่สิบปีก่อน นำไปซื้อจักรตัวท็อปราคาสี่หมื่นบาทยุคนั้น แล้วเริ่มต้นเย็บผ้าแบบเอาจริงเอาจัง เป็นงานอดิเรกที่กิ๊บเก๋มาก เพราะน้องเอาจริงค่ะ วันดีคืนดี ก็สมัครไปเรียนแฟชั่นดีไซน์ที่โรงเรียนชนาพัฒน์เสียอย่างนั้น แล้วก็มีแฟชั่นโชว์ เรียนการตัดเย็บขั้นสูงหรือ “มูลาจ” เย็บเสื้อผ้าเอง ออกแบบเอง ทำแพทเทิร์นที่สวยขั้นเทพเอง แถมชุดราตรีที่หนูดีต้องหาซื้อมาราคาหลักหมื่น น้องหวาน DIY ออกมาแบบสวยเท่ากันด้วยเงินพันห้า เห็นแล้วจะเป็นลม ทำเอาหนูดีเลิกซื้อของดีไซเนอร์ไปเยอะ
วันนี้ หนูหวานทำหนังสือเย็บกระเป๋าเก๋ๆออกมาเอง คุมการผลิตเองทุกขั้นตอน เป็นหนังสือที่สวยแบบไปตั้งไว้ในญี่ปุ่น ปารีส นิวยอร์คได้ไม่อายฝรั่ง ตอนนี้ เพื่อนๆยุให้แปลทุกภาษาไปเลยค่ะ หนูดีก็ลุ้นแถมแซวใหญ่ว่า น้องหวานจะ “โกอินเตอร์” แล้ว ทั้งๆที่หนังสือเพิ่งจะวางแผงได้ 2-3 วันเท่านั้นเอง หนังสือหนูหวานชื่อ “ความสุขฉบับกระเป๋า” ใครเห็นภาพผู้หญิงผมสั้นๆ หน้าตาเหมือนหนูดีเปี๊ยบอยู่บนปกนั่นคือ หนูหวานค่ะ
สำหรับใครที่จะไปเดินสัปดาห์หนังสือ ในวันเสาร์ที่ 15 นี้ เวลา 12.00 น. พบกับหนูดีหนึ่งชั่วโมงเต็มที่บู๊ตนายอินทร์ชั้นสองค่ะ จากนั้น เวลา 13.00 น. หนูหวาน นักเขียนหน้าใหม่ ก็จะมาแจกลายเซ็นเช่นกัน ส่วนใครอยากเห็นแซมเปิ้ลหนังสือสาวไทย ที่ไม่แพ้หนังสือนอกเล่มไหน ลองคลิกเข้าไปดูได้ ที่ www.joybubble.com หรือ facebook/BagObsessionBook ค่ะ แล้วจะได้เห็น “โลกเล็กๆของคนไม่เคยเหงา” คนหนึ่ง ที่หนูดีภูมิใจเสนอ







