posttoday
ว่าที่กุนซือผีในอนาคต

ว่าที่กุนซือผีในอนาคต

11 ตุลาคม 2554

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักเตะหลายคนจะหันมาจับงานโค้ชหลังจากตัดสินใจแขวนสตั๊ด

โดย...จาด้า

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักเตะหลายคนจะหันมาจับงานโค้ชหลังจากตัดสินใจแขวนสตั๊ด แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ใจตัวเองว่าอยากเป็นกุนซือมาตั้งแต่เด็กเหมือน โอเล กุนนาร์ โซลชาร์

หลังจากที่สละเก้าอี้โค้ชทีมสำรองของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา อดีตหัวหอกซูเปอร์ซับของ “ปีศาจแดง” ก็หันไปรับจ๊อบคุมทีม “โมลด์” ในลีกนอร์เวย์ ด้วยเหตุผลที่ต้องการจะพัฒนาฝีมือการคุมทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัว

สมัยยังเป็นพ่อค้าแข้ง โซลชาร์ เริ่มต้นสร้างชื่อกับโมลด์ และผลงานการยิงประตูระเบิดเถิดเทิงถึง 31 ลูก จาก 38 นัด ระหว่างปี 1994-1996 ก็ทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องรีบคว้าตัวมาร่วมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ทันที

ช่วงที่อยู่ในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดนั้น โซลชาร์เป็นขวัญใจของแฟนบอลจำนวนมาก เพราะเป็นคนทำประตูชัยให้ทีมพลิกแซงกลับมาชนะ บาเยิร์น มิวนิก ในรอบชิงชนะเลิศศึกแชมเปียนส์ลีก ปี 1999 ซึ่งทำให้ทีมคว้าทริปเปิลแชมป์ในปีนั้นได้สำเร็จ

นอกจากนั้น แม้จะไม่ค่อยได้ลงเป็นตัวจริง แต่ “เพชฌฆาตหน้าทารก” ก็ไม่เคยออกมาขู่ว่าจะย้ายทีมหรือสร้างเรื่องให้ผู้จัดการทีมต้องปวดกบาลเหมือนกับสตาร์ในรุ่นหลังๆ อย่าง คาร์ลอส เตเวซ หรือ เวย์น รูนีย์

ว่าที่กุนซือผีในอนาคต

 เมื่อตัดสินใจแขวนสตั๊ดแล้ว เฟอร์กีก็ตอบแทนความดีของตัวสำรองอดทนอย่างโซลชาร์ ด้วยการให้ทำหน้าที่โค้ชสอนกองหน้าในฤดูกาล 2007-2008 และก่อนที่จะเลื่อนขั้นมาเป็นกุนซือทีมสำรองอย่างเต็มตัวเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2008

ดูเหมือนว่าพรสวรรค์ของเขาจะไม่ได้อยู่แค่การล่าตาข่ายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการคุมทีมด้วย เพราะเพียงแค่ซีซันแรก อดีตดาวยิงชาวนอร์วีเจียนก็ช่วยพาทีมคว้าแชมป์แลงคาสเตอร์ ซีเนียร์ คัพ ด้วยการเอาชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล 32 ในรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

นับแต่นั้นเป็นต้นมา โซลชาร์ก็เดินหน้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์การคุมทีมไปเรื่อยๆ และผลงานที่เข้าตาก็ทำให้โมลด์ติดต่อให้เขาไปเป็นกุนซือ ก่อนจะมีการเซ็นสัญญาคุมทีมกันเป็นเวลา 4 ปี เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2010

แม้ลีกนอร์เวย์จะเทียบอะไรไม่ได้เลยกับฟุตบอลอังกฤษ แต่ถึงยังไงเป็นหัวหมาก็คงจะยังดีกว่าหางราชสีห์ ว่าแล้วโซลชาร์ก็ตกลงรับงานคุมทีมในประเทศบ้านเกิด เพราะอย่างน้อยๆ ก็เป็นทีมที่เล่นในลีกสูงสุด ไม่ใช่ลีกสำรองเหมือนตอนอยู่กับยูไนเต็ด

“ผมเป็นผู้จัดการทีมที่โมลด์ และผมก็อยากจะเปลี่ยนบทบาทให้มันเหมือนกับต้นแบบที่อังกฤษ มันเป็นอะไรบางอย่างที่ผมอยากทำมาตั้งแต่อายุประมาณ 10 ขวบ” อดีตศูนย์หน้าฮีโร่ของ “ปีศาจแดง” เผย

โซลชาร์ มองว่าการคุมทีม “โมลด์” เปรียบเสมือนงานในฝัน เพราะนอกจากจะเป็นสโมสรที่สร้างชื่อให้กับเขาแล้ว มันยังเปิดโอกาสให้เขาได้นำภรรยาและลูกๆ ทั้ง 3 คนกลับมาใช้ชีวิตที่ประเทศบ้านเกิดด้วย

ครอบครัวของโซลชาร์อาศัยอยู่ที่เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ คริสเตียนซุนด์ ทางชายฝั่งตะวันตกของนอร์เวย์ และมีประชากรเพียง 2 หมื่นคนเศษเท่านั้น โดยเขาใช้เวลาในการเดินทางมาทำงานราว 1 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นชีวิตที่ต่างจากสมัยอยู่เมืองใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์โดยสิ้นเชิง

การแต่งตั้งให้โซลชาร์มาเป็นผู้จัดการทีม ทำให้ยอดขายตั๋วปีของสโมสรพุ่งขึ้นมาอย่างน่าประทับใจ อย่างไรก็ตามการประเดิมคุมทีมนัดแรกให้กับโมลด์จบลงแบบน่าขายหน้า เมื่อพ่ายซาร์ปบอร์ก ทีมน้องใหม่ของลีก (เพิ่งก่อตั้งได้เพียง 3 ปี) 3-0

ถึงจะออกสตาร์ตได้อย่างย่ำแย่ แต่ตอนนี้โมลด์รั้งจ่าฝูงของลีก และมีแต้มนำห่างโรเซนบอร์ก อยู่ถึง 10 แต้ม ขณะที่เหลือการแข่งขันอีกเพียง 5 นัด

“สำหรับผมตอนนี้มองว่าพวกนักเตะต่างก็ตาเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น ผมคิดว่าการที่ตัวเองได้รับความเคารพและการยอมรับจากทุกคน คงเป็นเพราะการที่ผมมีผลงานที่ดีสมัยอยู่กับยูไนเต็ด อีกทั้งยังได้เล่นให้กับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในโลกด้วย ผมรักทุกอย่างที่ยูไนเต็ด และผมก็ได้เรียนรู้อะไรมากมายจากเขาด้วยเช่นกัน”

ถึงจะยกย่องยอดโค้ชจอมเก๋ามากเพียงใด แต่โซลชาร์ เผยว่าเขาไม่ต้องการที่จะขอคำปรึกษาจากเฟอร์กีมากนัก เนื่องจากต้องการที่จะเป็นตัวของตัวเองมากกว่า หลังจากที่ต้องฟังกุนซือชาวสกอตต์มานานแล้วถึง 15 ปี!

สิ่งหนึ่งที่ทำให้อดีตหัวหอก “ปีศาจแดง” มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในเส้นทางผู้จัดการทีม ก็คงจะเป็นเพราะเขาไม่คิดจะหยุดยั้งการเรียนรู้และพัฒนาฝีมือต่อไปเรื่อยๆ

ล่าสุด โซลชาร์ วัย 38 ปี เพิ่งจะผ่านการอบรม “ยูฟ่า โปร ไลเซนส์” ซึ่งหลักสูตรนี้ไม่ได้มีเฉพาะแค่เรื่องโค้ชเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเตรียมการ วางแผน และจัดการกับเรื่องเงินๆ ทองๆ และบอร์ดบริหารด้วย

ตอนนี้ดูเหมือนว่า โซลชาร์ใกล้ที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับตัวเองเต็มทีแล้ว เพราะหากเขาพาโมลด์คว้าแชมป์ได้สำเร็จ ก็จะกลายเป็นแชมป์ลีกสมัยแรกของสโมสรทันที (ฉลองการก่อตั้งสโมสรครบรอบ 100 ปีด้วย)

เฟอร์กี เคยกล่าวเอาไว้เมื่อต้นปีที่ผ่านมาว่า “ไว้รอให้เขามีประสบการณ์คุมทีมแบบเต็มตัว (ไม่ใช่ทีมสำรอง) เมื่อไหร่ เขาไปได้ไกลแน่”

สงสัยว่าถ้าประสบความสำเร็จในการคุมทีมโมลด์แล้ว วันหนึ่งโซลชาร์คงต้องเดินทางกลับไปยังถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดอีกครั้ง เพื่อสานฝันการเป็นสุดยอดผู้จัดการทีมของโลก

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท