
แวดวงสงฆ์
แวดวงสงฆ์ ฉบับวันที่ 9 ต.ค. 2554 ก่อนวันที่มหาเถรสมาคมจะเริ่มพิจารณาว่าพระเถระรูปใดที่สมควรได้รับการพิจารณาแต่งตั้งหรือเลื่อนสมณศักดิ์ 1 วัน
แวดวงสงฆ์ ฉบับวันที่ 9 ต.ค. 2554 ก่อนวันที่มหาเถรสมาคมจะเริ่มพิจารณาว่าพระเถระรูปใดที่สมควรได้รับการพิจารณาแต่งตั้งหรือเลื่อนสมณศักดิ์ 1 วัน
โดย..ส.วรสุโต
โดยเฉพาะปีนี้เป็นโอกาสพิเศษที่จะมีการแต่งตั้งและสถาปนาพระเถระถึง 85 รูป เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธ.ค. 2554 แต่พระเถระรูปใดจะได้รับการแต่งตั้งและสถาปนานั้น ยังเป็นความลับสุดยอด @ วันที่ 2 ต.ค. 2554 ที่ตึกมนุษยนาค วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระวันรัต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ รักษาการเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ร่วมวงเสวนากับ บัณฑูร ล่ำซำ เพื่อหาปัจจัย 250 ล้านบาท จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี ตอนหนึ่งท่านเล่าถึงประวัติส่วนตัวว่า ท่านเป็นคน จ.ตราด เดินทางมาอยู่กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2494 ใช้เวลา 3 วัน 3 คืนกว่าจะถึง ปัจจุบันใช้เวลา 3 ชั่วโมงเท่านั้น
เมื่อมาอยู่วัดบวรฯ สมัยนั้น ชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก อาหารบิณฑบาตไม่พอขบฉัน เดินออกบิณฑบาต 1 ชั่วโมง ไม่ได้ข้าวแม้แต่ทัพพีเดียว บางทีได้ข้าวก็ไม่มีกับข้าว แต่โยมใส่เกลือมาด้วย ได้ยินเสียงเกลือกระทบก้นบาตรดังกริ๊กๆ ถ้าเป็นไข่เค็ม โยมไม่ได้ใส่ให้ทั้งฟอง แต่ผ่า 4 ซีก ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนใส่บาตรน้อย เทียบกับสมัยนี้ไม่ทันเดินออกประตูวัดเต็มบาตรแล้ว เพราะโยมใส่บาตรมาก แต่ละคนใส่ครบทั้งข้าว กับข้าว ของหวาน ผลไม้ และน้ำดื่มจนล้นบาตร
สมเด็จพระวันรัตอธิบายความหมายของศีล
ในที่ประชุมแห่งเดียวกัน สมเด็จพระวันรัตพูดเรื่องศีลน่าฟังมาก ดังนี้
ศีล แปลว่า ปกติ ใครทำหน้าที่อะไรก็เป็นปกติของคนนั้น
ความเป็นคนปกติต้องมี 5 อย่าง
1.ไม่เบียดเบียนกัน
2.ไม่ลักทรัพย์ ไม่ชิงสมบัติ
3.ไม่สำส่อนทางเพศ
4.ไม่โกหกหลอกลวงให้เขาเสียประโยชน์
5.ไม่เอาของมึนเมามาใส่ตัวให้เสียสติสัมปชัญญะ
ทั้ง 5 ข้อ เป็นปกติของมนุษย์ ความปกติของมนุษย์แบ่งได้เป็นอย่างหยาบ กลาง และละเอียด เป็นฆราวาสก็มีปกติ 5 ข้อตามที่ว่านี้ เปลี่ยนจากฆราวาสมาเป็นสามเณรมีปกติ 10 ประการด้วยกัน
เป็นพระต้องมีปกติเพิ่มเป็น 227 ข้อ
ทั้งพระ เณร และโยมเป็นคนเหมือนกัน แต่มีปกติต่างกัน คือมี 5 ข้อ 10 ข้อ และ 227 ข้อ
ความปกติของคนมีต่างกัน เหมือนน้ำมีทั้งร้อน เย็น และน้ำแข็ง แต่ทั้งหมดคือน้ำ แต่ปกติของมันต่างกัน
เมื่อรักษาปกติของคนได้ เท่ากับการรักษาศีลนั่นเอง
คนมีปกติตามฐานะอีกด้วย หากเป็นชาวประมงไม่อยากจับปลาเพราะกลัวผิดศีลข้อ 1 คนนั้นก็ผิดปกติในหน้าที่นั้น
ถ้าเป็นทหารไม่ออกรบ เพราะกลัวต้องไปฆ่าคนอื่น ก็ผิดปกติของทหาร
เป็นเพชฌฆาตไม่ยิงนักโทษที่ถูกประหารชีวิต ก็ผิดปกติของเพชฌฆาต
การยึดความเป็นปกติของคนไว้ โดยไม่ผิดระเบียบของสังคม เรียกว่า รักษาศีล
ถามว่าออกทะเลจับปลาบาปไหม ตอบว่า บาป ผิดศีลไหม ไม่ผิด เพราะที่ทำนั้นเป็นปกติของคนที่มีหน้าที่จับปลา
หากเกลียดการจับปลาเพราะเป็นการฆ่าสัตว์ ก็เปลี่ยนมาเป็นชาวนา เช่นเดียวกับเป็นเพชฌฆาต รังเกียจการยิงนักโทษก็ลาออกมาทำหน้าที่อื่น
เมื่อเป็นคนธรรมดายังไม่พ้นทุกข์ ก็สละความเป็นคนมาบวชเป็นพระก็เปลี่ยนปกติได้
ท่านบอกว่าเมื่อเป็นโยมธรรมดา แต่มารักษาปกติของพระ แบบนี้ถือว่าผิดปกติ
เป็นโยม ถ้าไม่ยอมนอนกับโยมที่บ้าน ถือว่าผิดปกติ หากไม่ยอมนอนกับโยมที่บ้านก็มาบวชดีกว่า (ฮา)
รักษาปกติของคน คือการรักษาศีล เพราะฉะนั้นศีลเป็นเรื่องที่เรามีอยู่แล้วทุกคน
ตอนท้าย สมเด็จพระวันรัต บอกว่า พระพุทธเจ้าสอนให้รักษาศีล ไม่ได้สอนให้ไปหาศีล หรือถือศีล
ศีล มีไว้ไม่ต้องถือ แต่ต้องรักษา
ก่อนนั้น ท่านเล่าให้ที่ประชุมฟังว่า ท่านถูกพระใหม่บอกว่า เป็นพระอาจารย์ใจร้าย ที่ห้ามนำอาหารไปแจกผู้ที่มาขอ ท่านบอกว่าที่ห้ามเพราะไม่อยากให้ทำร้ายผู้ที่มาขอ (ที่ต่อไปไม่ทำงาน แต่จะขอเขากิน) อาหารที่มีอยู่เหลือเฟือนั้น ท่านให้นำไปแจกแก่คนที่เป็นคนงานก่อสร้างในวัด เพราะได้ประโยชน์มากกว่า
เมื่อฉันเพลเสร็จ ท่านก็เดินลงจากตึกมนุษยนาค เห็นคนกินอาหารเหลือ ทิ้งแก้วน้ำที่ยังเหลือค่อนแก้ว ท่านบอกว่าต้องกินให้หมด มิเช่นนั้นเสียของ เพราะยังมีคนจน คนที่ต้องการ แต่ไม่มีโอกาสอีกมาก
นี่เป็นเพียงวิสัยทัศน์และปฏิปทาอันน้อยนิดเท่านั้น







