posttoday
ลูกทัวร์ ‘มินห์มัณตา พานทอง’

ลูกทัวร์ ‘มินห์มัณตา พานทอง’

08 ตุลาคม 2554

มินห์มัณตา พานทอง ผู้จัดการบริษัท Nisco Travel เป็น Young Generation คนหนึ่งในวงการท่องเที่ยว

มินห์มัณตา พานทอง ผู้จัดการบริษัท Nisco Travel เป็น Young Generation คนหนึ่งในวงการท่องเที่ยว

โดย..จำลอง บุญสอง

มินห์มัณตา พานทอง ผู้จัดการบริษัท Nisco Travel เป็น Young Generation คนหนึ่งในวงการท่องเที่ยว แม้จะเป็นบริษัทที่แม่เธอตั้งขึ้นมาไม่นาน แต่ก็เป็นดาวรุ่งในวงการ นี่คือบทสัมภาษณ์ที่เธอให้กับท่องเที่ยว โพสต์ทูเดย์

มิณห์ เล่าว่า เธอจบจากคณะศิลปกรรมการแสดง ที่ประสานมิตร ในขณะที่คุณแม่ไปเป็นผู้จัดการอยู่ที่โรงแรมโรยัล พนมเปญ แม่ซึ่งเป็นม่ายส่งเงินมาให้เธอเดือนละประมาณ 8,000 บาท ซึ่งไม่พอใช้ ก็เลยหางานพิเศษทำ เช่นไปเล่านิทานให้เด็กฟัง ต่อมาเป็นออร์แกไนเซอร์ฟรีแลนซ์

ระยะหลังความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชากระทบต่อการทำงานของแม่ ท้ายสุดก็ต้องออกมาตั้งโรงเรียนสอนภาษาและทำทัวร์ แต่โรงเรียนสอนภาษาไม่ประสบความสำเร็จ ท้ายสุดจึงหันมาทำทัวร์อย่างเดียว

ทำทัวร์แรกๆ ลำบากไหม?

“ปีแรกหนูก็น้ำหูน้ำตาไหล เพราะทำไม่เป็น” เขาพูดเรื่องสายการบินหนูก็ไม่รู้เรื่อง เลยบอกคุณแม่ว่าขอไปเรียนปริญญาโทด้านการท่องเที่ยวมาใส่หัวบ้าง จะได้เป็นไกด์ไลน์ในการทำงาน จึงไปต่อ Tourism Management ที่เอแบค

หน้าที่แรกในบริษัททัวร์ก็คือ Messenger ส่งเอกสารทำวีซ่า ไปรับเงิน ทำโปรแกรม แรกๆ ก็ถูกโยนทิ้ง ต้องร้องไห้ทุกวัน คิดจะลาออกวันละร้อยหน นั่งหางานใหม่ทุกวัน แต่ก็ลาออกไม่ได้ ไม่ถูกใจก็โดนแม่ไล่ออก แต่ก็โทร.เรียกกลับมาทำงานใหม่ทุกที

แรกๆ ไปต่างประเทศก็ไปยกกระเป๋าให้แขก จนแม่เห็นว่าน่าจะปล่อยได้แล้วก็ให้ไปอินเดีย ทริปแรกก็เจอปัญหา พอโทร.กลับมาปรึกษาคุณแม่ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร คุณแม่บอกว่าเธออยู่ที่นั่น เธอต้องแก้ปัญหาเอง ร้องไห้โฮเลย

ทำทัวร์อินเดียลำบากไหม?

คนอินเดียคุยด้วยยาก ตกลงอย่างดี แต่พอไปถึงโรงแรมกลับไม่ใช่สิ่งที่เราคุยกันไว้ พอไปต่อว่าก็จะทำหน้ามึนๆ พูดว่า Don’t worry Don’t worry คำนี้หนูเกลียดมากๆ ถ้าเทียบกับญี่ปุ่น เกาหลี กับอินเดียนี่คนละเรื่องเลย ที่นั่นคนขับรถไม่ระวังนี่เขาจะเปลี่ยนคนขับรถให้ทันที แต่ที่อินเดียนี่ชอบปาดซ้ายปาดขวา คนญี่ปุ่นจึงไม่ค่อยไปเที่ยว ยิ่งถ้ามาเป็นกรุ๊ปนี่แทบจะไม่เห็นเลย มีแต่พวกแบ็กแพ็กเด็กๆ วัยรุ่น

กลับจากทริปแรกก็มีความมั่นใจมากขึ้นว่าเราก็ทำได้ จดไว้ทุกวันว่าไปเมืองนี้ วันนี้จะต้องเจออะไรบ้าง จะต้องตื่นกี่โมง จะต้องทำกับข้าวหรือเปล่า ต้องดูลูกค้าอย่างไร หรือจะต้องทำอะไรก่อนหลัง แต่ก่อนเราเคยเป็นแต่ลูกค้า ตอนนี้ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า เมื่อเขาเหยียบโรงแรมแล้วเขาได้รับกุญแจเร็วแบบ “ไม่ต้องนั่งรอ”

ลูกทัวร์ ‘มินห์มัณตา พานทอง’

 

เอกสารเราเตรียมให้พร้อม สำเนาพาสปอร์ตถ้าเขาต้องการเราก็เตรียมไปให้ 2–3 ชุด ยอมหิ้วของหนัก หนักแล้วไม่มีปัญหา อย่างแคชเมียร์ปกติลูกค้าจะต้องกรอกแบบฟอร์มแล้วก็ไปยื่นหน้าพาสปอร์ตโชว์เขาทุกคน ถ้าเราไปเป็นกรุ๊ปหนูก็จะถ่ายสำเนาพาสปอร์ตแล้วเขียนแบบฟอร์มใบเดียวแปะหน้าก็จบ เขาก็จะไม่มายุ่งกับลูกค้า ถ้ายุ่งกับลูกค้าก็จะวุ่นวายมาก

ครั้งแรกที่ไปแคชเมียร์นี่ก็ไม่ทราบว่าเรียกคนยกกระเป๋าคนหรือสองคนก็พอ เรียกคนมายกกระเป๋าทุกคน ให้คนละร้อยก็ไม่พอ เฉพาะค่าทิปนี่ก็ตายแล้ว หลังๆ ก็เริ่มรู้ให้เฉพาะคน วันไปถึงจะให้คนไหนมาช่วย วันกลับจะให้คนไหนมาช่วยผ่าน ตม. ผ่านหน่วยรักษาความปลอดภัยแล้วยังต้องไปชี้ด้วยว่ากระเป๋าใบไหนเป็นของเรา ก่อนที่เขาจะเอากระเป๋าขึ้นเครื่อง เราต้องไปจิ้มให้เขาติ๊กอีกว่าเป็นกระเป๋าของเรา หนูก็ไปติ๊กเองลูกค้าก็ไม่วุ่นวาย

ลูกค้ามาจากหลายภูมิหลังทำทัวร์ลำบากหรือเปล่า?

ลูกค้าที่ไม่ได้มากรุ๊ปเดียวกันเป็นปัญหามาก บางคนมนุษยสัมพันธ์ดี บางคนชอบสันโดษ แต่เขาต้องอยู่ด้วยกัน 10 วัน เราต้องมีวิธีชวนคุยกับทุกคน กลุ่มที่ไปสังเวชนียสถานจะไม่ค่อยมีปัญหา เหมือนกับว่าคนที่ไปเส้นนี้มีพื้นฐานจิตใจดีอยู่แล้ว เป็นเพื่อนกันง่าย

ลูกทัวร์ ‘มินห์มัณตา พานทอง’

เส้นเวียดนามก็ไม่ค่อยมีปัญหาค่ะ แต่เส้นอินเดียนี่ทุลักทุเลหน่อย จะเห็นนิสัยคนก็เส้นนี้ พนักงานทุกคนจะผ่านโปรหรือไม่ผ่านโปรก็เส้นอินเดียนี่แหละค่ะ ได้เห็นทั้งความเห็นแก่ตัวและน้ำใจของคน

ทำทัวร์อินบาวด์หรือเปล่า?

ไม่ค่อยได้ทำ เพราะเราไม่ถนัด ถนัดตรงไหนทำตรงนั้นดีกว่าค่ะ อะไรไม่ถนัดไม่อยากทำ ทำอะไรที่เราทำได้เต็มที่แล้วลูกค้าพอใจดีกว่าค่ะ

เปิดท่องเที่ยวเสรีคิดว่ามีปัญหาไหม?

ถึงจะเปิดเสรีทางการท่องเที่ยวก็ไม่หวั่นค่ะ เพราะรู้สึกว่าทุกวันนี้หนูทำเต็มที่แล้ว เพราะลูกค้าที่หนูมีทุกคนเขาเชื่อมั่นเรา หนูไม่ต้องวิ่งไปบอกว่าคุณป้าค่ะไปกับหนู บางคนโทร.มาถามว่าแล้วจะไปไหน บอกว่าหนูจะไปอินเดีย เขาก็สอบถามเพิ่มเติม แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวไปด้วย บางคนไม่ได้ดูโปรแกรมด้วยซ้ำ ถามแค่ไปไหน ราคาเท่าไร ถ้าเขาว่างเขาก็ไปเลย ทำให้รู้สึกว่าถ้ามีเหตุการณ์อะไรก็ไม่กระทบเราเท่าไร อย่างแคชเมียร์แม้จะมีข่าวประท้วงหนูก็ยังไปแคชเมียร์ ลูกค้าก็ยังไปแคชเมียร์อยู่ แต่ญี่ปุ่นนี่ยังกลัวเรื่องรังสีอยู่ แต่ลูกค้าก็โทร.มาถามทุกวัน

ลูกทัวร์ ‘มินห์มัณตา พานทอง’

ปัจจุบันบริษัททัวร์เยอะมาก บริษัทใหญ่ๆ ก็เยอะจริงๆ เคยนั่งคิดกับคุณแม่ว่า เราจะอยู่ได้อย่างไร เราเป็นแค่บริษัทเล็กๆ ก็เลยมานั่งคิดว่าเราทำแบบพอเพียงพออยู่พอกินไม่ต้องรวยล้นฟ้า ที่อยู่ได้เพราะหนูกับคุณแม่จะเป็นคนออกกรุ๊ปเอง ถ้าไม่ว่างก็ให้หัวหน้าทัวร์ที่เราไว้ใจได้จริงๆ ลูกค้าจะอยู่หรือจะไปอยู่ที่คนนี้ ไม่เพียงแต่เท่านั้น ทุกครั้งที่ขายทัวร์ ไม่ว่าจะเป็นเส้นไหน “เราจะไม่บอกแต่ข้อดี” แต่ “จะบอกข้อเสียด้วย” ถ้าคุณรับข้อเสียไม่ได้ก็ไม่ต้องไป เราบอกไปเลย บอกตรงๆ วีไอพีของรถไฟอินเดียไม่ใช่วีไอพีแบบยุโรป ถ้าคุณรับในจุดนี้ได้ก็ไป ถ้ารับไม่ได้ก็ไม่ต้องไป

ลูกทัวร์ไหว้พระเป็นไง?

เส้นไหว้พระนี่เป็นเรื่องจิตใจซะส่วนใหญ่ บางคนมาเพราะศรัทธา บางคนมาเพราะกระแส มาด้วยศรัทธาจะอยากสวดมนต์ แต่ที่มาด้วยกระแส พอถ่ายรูปเสร็จก็จะไปช็อปปิ้ง เราต้องจัดโปรแกรมให้ได้ทั้งปฏิบัติและทั้งช็อปปิ้ง

ลูกค้าของนิสโกส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงค่ะ เป็นพวกเกษียณแล้ว ถ้าผู้ชายก็เกษียณแล้ว คนพวกนี้มีเงิน มีเวลา วัยรุ่นก็มาเป็นเพื่อนคุณพ่อคุณแม่ ดึกๆ ก็มานั่งคุยกับหนู เพราะรุ่นราวคราวเดียวกัน

ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของตัวเองเป็นอย่างไร?

ชอบไปเกาะ ไปทะเล ไปภูเขาบ้านเรา แต่ยังหาตารางลงไม่ได้ จะไปคนเดียวก็จะเปรี้ยวไปนิดหนึ่ง เพื่อนส่วนใหญ่ทำงานไม่เป็นเวลา ถ้าว่างก็กินข้าวกันสักชั่วโมงแล้วก็แยกกันไป เพื่อนสนิทที่เป็นสจ๊วดนี่ไปสนามบินวันเดียวกันยังไม่เจอกันเลย

หลายคนคิดว่าคนทำทัวร์ “ได้เที่ยว” แต่พอทำจริงๆ ได้แค่ไปเฉยๆ อย่างพระราชวังแวร์ซายที่ว่าสวยงาม หนูเห็นแค่ประตูพระราชวัง พอเงยหน้ามาอีกทีเห็นประตูทางออกแล้วค่ะ เพราะต้องดูว่ามีใครหลุดไปหรือเปล่า รูปก็ไม่ได้ถ่าย เพราะเราจะต้องถ่ายรูปให้ลูกค้า การทำทัวร์ไม่ได้หมายความว่าไปเที่ยว เรามีหน้าที่ทำให้คนอื่นมีความสุขค่ะ

ลูกทัวร์ ‘มินห์มัณตา พานทอง’

พาเด็กไปทัวร์เกาหลีเป็นอย่างไร?

เครียดกว่าพาผู้ใหญ่ไปเยอะ หมวกที่แจกไปไม่สวย ถอด อากาศหนาวจะตาย ให้ใส่เสื้อกันหนาวก็ไม่ใส่ เวลาไปกับเด็ก “ต้องเป็นเพื่อนกับเด็ก” อย่าเป็น “พ่อแม่เด็ก” เพราะเด็กจะไม่ฟัง ถ้าเป็นเพื่อนเขาได้เมื่อไรก็สบายเมื่อนั้น เขาจะฟังเพื่อนมากกว่าเรา การที่เขาอยู่กับเพื่อนเขาจะรู้ได้ว่าใครหายไปบ้าง เขาจะช่วยหนูดูได้ว่าเพื่อนของเขามาหรือยัง หายไปไหนก็จะช่วยกันตาม

คนทำทัวร์ต้องทำอาหารให้ลูกทัวร์ด้วย?

ยุโรปเอาของกินไปไม่ได้ แต่อินเดียนี่เราเอาไปได้ตั้งแต่น้ำมันหอย ซีอิ๊ว น้ำปลา ขึ้นอยู่กับว่าหัวหน้าทัวร์จะแบกไปได้แค่ไหน ไม่ใช่ว่าอาหารอินเดียไม่อร่อย แต่มันไม่ถูกปากเรามากกว่า แต่ก็มีลูกทัวร์บางคนที่ไม่กินอาหารหนูเลย กินแต่ไปแย่งแขกกิน คิดว่าถ้าเราไปเที่ยวประเทศไหน เราต้องลองอาหารของเขา

หัวหน้าทัวร์อินเดียต้องทำกับข้าวได้ด้วย ถ้าเป็นอาหารไทยหนูจะทำเองหมด ทำง่ายๆ ผัดผัก ยำๆ ไม่ทำยาก ของบางอย่างเราก็ไปซื้อที่โน่นได้ กระเทียมเขาก็มี ผักใช้ของเขา มีหมด เส้นสังเวชนียสถานเขาจะซื้อน้ำปลาเตรียมไว้ให้เรา เส้นนี้ทำอาหารอร่อย รสชาติเหมือนคนไทย

คนไทยต้องไปไหว้พระที่อินเดีย?

คนไทยเป็นคนพุทธ สักครั้งหนึ่งในชีวิตก็อยากไปอินเดีย บางคนบอกว่าจะต้องไป 7 ครั้ง ไป 9 ครั้ง บางคนมากับหนูนี่เป็นครั้งที่ 4 แล้ว เหมือนไปวัด ส่วนคนไปแคชเมียร์นี่ไม่ใช่พวกไหว้พระ อยากไปเห็นธรรมชาติ อยากเห็นปราสาทก็ต้องไปทางราชาสถาน เพราะเป็นเมืองมหาราชา

คนอินเดียเป็นอย่างไร?

ถ้าภาคเหนืออากาศเย็นเขาจะใจเย็น ถ้าอยู่แถบอากาศร้อนก็ดูดุๆ หน่อย จริงๆ คนอินเดียใจดีนะ

ลูกทัวร์ ‘มินห์มัณตา พานทอง’

 

อินเดียบางอย่างพัฒนากว่าเราเยอะมาก รถไฟฟ้าเขาก็มี รถใต้ดินเขาก็มี เรามีพารากอน เขาก็มีพารากอนที่ใหญ่กว่า แต่ด้วยที่ประชากรเขาเยอะ เขาต้องจัดสรรงานให้กับคนฐานะไม่ดีด้วย เขาไม่ใช้รถกวาดขยะ เพราะถ้าใช้รถกวาดขยะ คนอีก 10 คนอาจจะต้องตกงาน ดูวิถีชีวิตเขาแล้วอย่าไปคิดแทนเขา คนจนอาจจะมีความสุขก็ได้

เกิดที่ไหน?

หนูเกิดในโรงแรมที่อาบูดาบี คุณพ่อคุณแม่ทำที่อินเตอร์คอนฯ ที่โน่น แต่คุณพ่อเสียมาได้ประมาณ 20 ปีแล้วด้วยอุบัติเหตุ สมัยก่อนร้องไห้กันอยู่ 2 คน คิดอะไรไม่ออกก็นั่งร้องไห้กัน 2 คน ตอนเรียนโทก็เคยหยุดเรียน เพราะค่าเรียนมันสูง ต้องเอาเงินที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนมาจ่ายพนักงาน เราจึงผูกพันกันมาก

ที่เป็นหนูทุกวันนี้ได้ ทำงานได้ก็เพราะป้าสอนภาษาอังกฤษ แม่สอนการดำรงชีวิตค่ะ!

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท