
พุทธศาสนากับความเป็นหนึ่งเดียวด้วยการปฏิบัติ (ตอน ๔)
ได้ทราบว่าหลวงพ่อรับกิจนิมนต์ไปประเทศจีนในช่วงกลางพรรษา เพื่อโปรดคณะศรัทธาทางจีน
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส
ได้ทราบว่าหลวงพ่อรับกิจนิมนต์ไปประเทศจีนในช่วงกลางพรรษา เพื่อโปรดคณะศรัทธาทางจีน ในความเป็นจริงพุทธศาสนาในประเทศจีน ทิเบต เกาหลี ญี่ปุ่น เป็นมหายานนิกาย ส่วนประเทศไทยของเราเป็นเถรวาทนิกาย จึงให้มีคำถามว่าจะสงเคราะห์กันได้อย่างไรในเมื่อความเชื่อ/ศรัทธาต่างนิกายกัน แม้พุทธศาสนาเหมือนกัน และหลวงพ่อปฏิบัติหรือสั่งสอนด้วยธรรมบทใด จึงทำให้มีผู้ศรัทธา จึงมีกิจนิมนต์ไปโปรดชาวจีนตามที่ทราบข่าวมาจากคณะศิษย์ศรัทธาของหลวงพ่อ
คำถามดังกล่าวมิได้มีเจตนาล่วงเกินใดๆ เพียงเพื่อขอความรู้ด้วยจิตคารวะอย่างแท้จริง
เคารพอย่างสูงโดยธรรม
ทพญ.ไพพัชร-ทพ.ต่อถาวร จันทามงคล
วิสัชนา : ขึ้น ไม่หนักไปในทางด้านฝึกวิทยายุทธ (กำลังภายใน) ส่วนเดียว โดยล่าสุดอาตมาได้รับทราบจากคณะทำงานทางวัดเส้าหลินว่า ได้มีการเตรียมที่ดินไว้ ๑๐ กว่าเอเคอร์ เพื่อเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมเจริญจิตภาวนา โดยได้นำเรื่องดังกล่าวมาหารือในเบื้องต้นกับอาตมา ซึ่งอาตมาก็มีความยินดีในการช่วยเหลือตามกำลังในด้านการสอนปฏิบัติ ตรงนี้เองที่อาตมากล่าวว่า...เมื่อไหร่เราปฏิบัติเหมือนกัน เราจะพูดพระธรรมวินัยเป็นอันเดียวกันได้อย่างแน่นอน เพราะหลักธรรมในพระพุทธศาสนานั้นอัศจรรย์มาก
มีธัมมานุภาพอันยิ่งใหญ่ ผู้ประพฤติธรรมทั้งหลายไม่สามารถเดินไปถึงที่หมาย ด้วยความศรัทธาเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องปฏิบัติธรรมถูกต้องตามธรรม ชอบโดยธรรม และสมควรแก่ธรรมเท่านั้น จึงจะบรรลุผลตามธรรมนั้น อาตมาเชื่อมั่นเมื่อถึงวันหนึ่งของความจริงแห่งการปฏิบัติ หากสัตว์ทั้งหลายมีวาสนาบารมีที่จะเข้าถึงธรรมอันบริสุทธิ์ได้ สัตว์เหล่านั้นก็จะกลับมาพูดเรื่องพระธรรมวินัยอย่างเดียวกัน ถือปฏิบัติเหมือนกัน จะไม่มีข้อโต้แย้งถกเถียงกันให้เสียเวลาอันมีค่าในการเจริญธรรม...เพียงแต่เราลองเปิดใจให้กว้างค่อยๆ นำไปสู่การเรียนรู้ที่ถูกต้องตามลำดับ... เดี๋ยวทุกอย่างก็จะลงตัวโดยธรรม...
ในส่วนอีกปุจฉาหนึ่งที่ถามว่า อาตมาสั่งสอนด้วยธรรมบทใดนั้น จริงๆ แล้วคงจะไม่ต้องวิสัชนาแล้ว แต่เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน “ธรรมส่องโลก” ที่มุ่งศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา อาตมาจึงขอยกบทปกิณกธรรมที่แสดงไว้ ณ วัดเซี่ยงโกว๋ เมืองไคฟง เจิ้งโจว ที่อาตมาได้แสดงไว้ต่อหน้าพระสงฆ์จีนและสาธุชนชาวจีน ซึ่งคณะศรัทธาผู้ติดตามไปอุปัฏฐากได้จดบันทึกไว้มีความสำคัญโดยธรรมว่า...
แสงสว่างกลางใจ ณ วัดเซี่ยงโกว๋ (มณฑลเหอหนาน/ประเทศจีน)
...พึงตั้งใจกำหนดจิตไว้กลางฝ่ามือที่ยกขึ้นกระทำอัญชลี ณ ศูนย์กลางกาย พึงพนมมือให้เปรียบเสมือนดอกบัวตูมที่ห่อหุ้มดวงจิตของเราไว้ พึงอัญเชิญขึ้นบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์สาวก ด้วยใจที่เป็นกลางและวางจิตให้เสมอ ให้เกิดความสงบกลางดอกบัวที่ห่อหุ้มด้วยฝ่ามือซ้ายขวา ขณะที่กระทำการสักการะอยู่นี้...ดอกบัวในความหมายแห่งธรรม คือ ดวงจิตของเรา ซึ่งสงบด้วยสติกำกับรู้หมาย เพื่อเข้าถึงพุทธภาวะ เมื่อดวงจิตของเราเป็นพุทธะ หรือเข้าถึงพุทธะ จิตจะรู้ ตื่น และเบิกบาน สู่ความสุขสงบแห่งดวงจิต...พึงกำหนดรู้ในสุขสงบนี้...รู้ให้ถึงสุขสงบในดวงจิตนี้อย่างแท้จริง เราก็จะพบว่าความสุขสงบนั้นปรากฏอยู่ใจกลางจิตนี้เอง
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







