
หมอฝังเข็ม ปักหมุดทั่วโลก
หมออุยคิงส์ตัน ซีฮาวอุย เป็นแพทย์แผนจีนเชื้อสายจีนมาเลเซีย เชี่ยวชาญเรื่องฝังเข็ม
หมออุยคิงส์ตัน ซีฮาวอุย เป็นแพทย์แผนจีนเชื้อสายจีนมาเลเซีย เชี่ยวชาญเรื่องฝังเข็ม
โดย.. กาญจน์ อายุ
หมออุยคิงส์ตัน ซีฮาวอุย เป็นแพทย์แผนจีนเชื้อสายจีนมาเลเซีย เชี่ยวชาญเรื่องฝังเข็ม ร่ำเรียนด้านนี้มาตั้งแต่อายุ 32 ปี ในวันนี้เขาอายุ 50 ปีแล้ว วิชาที่ได้เรียนมาพร้อมด้วยประสบการณ์เดินทางรักษาคนหลายประเทศ ทำให้หมออุยเป็นหมอฝังเข็มมือดีคนหนึ่งของประเทศไทย การเดินทางทำให้เขาเข้าใจอาการป่วยของคนไข้ที่ต่างกัน และทำให้เกิดความคิดอยากเห็นวงการแพทย์ไทยเกิดการเปลี่ยนแปลง
ฝังเข็ม
สาเหตุที่หมออุยเลือกเรียนแพทย์แผนจีน เพราะเป็นวิธีการเรียนแพทย์ที่ดีที่สุด มีตำนานยาวนาน 3,000 ปี ทำให้ศาสตร์นี้มีความละเอียดอ่อนและน่าเชื่อถือ เพราะยิ่งมีมานานมากเท่าไรประสบการณ์การรักษาก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น แพทย์แผนจีนจะมีความเชี่ยวชาญด้านการ “วินิจฉัยโรค” มาก เพราะจะให้ความสำคัญกับการสังเกตความผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อยในร่างกาย
ยกตัวอย่าง ถ้าคนไข้หน้าตาซีดเซียวอาจเป็นโรคหอบหรือปอดผิดปกติ หน้าตาเหลืองจะเกี่ยวกับอาหารไม่ย่อย และอวัยวะแต่ละอย่างบนใบหน้าสามารถบอกโรคได้ เช่น ตาขาวเกี่ยวกับปอด หูเกี่ยวกับหัวใจและไต จมูกเกี่ยวกับม้าม รายละเอียดเล็กน้อยพวกนี้ศาสตร์จีนได้สอนไว้ทั้งหมด ทำให้แพทย์แผนจีนสามารถวินิจฉัยคนไข้เบื้องต้นจากภายนอก
สำหรับการฝังเข็ม วิธีการรักษาที่หมออุยชำนาญเป็นการฝังเข็มลงไปตามเส้นลมปราณ หรือที่แพทย์เรียกว่าเส้นของการฝังเข็ม เพื่อไปรักษาและฟื้นฟูอาการป่วยในร่างกาย โรคที่การฝังเข็มรักษาและได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรมีทั้งสิ้น 57 โรค มุ่งไปที่โรคทางสมอง เส้นประสาท อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน อัมพาต ออทิสติก และกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคเหล่านี้การฝังเข็มจะรักษาและฟื้นฟูได้ดี ขนาดการทำกายภาพยังไม่ดีเท่า
“คนไข้ที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ คนไทยยังมีความรู้ไม่ถูกต้อง ส่วนมากจะใช้พี่เลี้ยงดูแลคนไข้ ซึ่งจะทำให้คนไข้เป็นหนักกว่าเดิม ที่จริงคนที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ขั้นแรกสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการฝังเข็ม แต่ถ้าเป็นมากถึงขั้นที่สาม การฝังเข็มจะช่วยหยุดอาการไว้แค่นั้น”
หมออุยยังให้ความรู้ด้วยว่า คนตะวันตกป่วยเป็นอัลไซเมอร์มากกว่าคนไทย เพราะฝรั่งมีโลกส่วนตัว ชอบอยู่คนเดียว และไม่ใกล้ชิดกับลูกหลาน ทำให้ไม่มีกิจกรรมทำ ต่างจากคนเอเชียที่จะไม่ค่อยมีเวลาว่าง ปลดเกษียณเมื่ออายุมากๆ และชอบอยู่เป็นครอบครัว ทำให้เมื่อแก่ตัวไปยังมีกิจกรรมในครอบครัว ทำให้สมองมีการใช้งานมากกว่า
การรักษาด้วยการฝังเข็มจะไม่ส่งผลข้างเคียงใดๆ ถ้ารักษาโดยแพทย์ที่รู้จริง แต่หากรักษากับแพทย์ปลอมอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เพราะการฝังเข็มมันเกี่ยวกับเส้นลมปราณ ถ้าฝังผิดจะหมายถึงอันตราย ดังนั้นต้องดูใบรับรองการเป็นแพทย์แผนจีนด้วย ห้ามสุ่มสี่สุ่มห้าเชื่อหมอฝังเข็ม
คนไข้ต่างโรค
แพทย์แผนจีนเป็นที่นิยมกันหลายประเทศ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีแพทย์แผนจีนมาแล้ว 8 ปี สามารถใช้เป็นประกันสุขภาพได้ และชาวสวิสเองก็นิยมใช้วิธีฝังเข็มรักษาโรค เพราะไม่ต้องกินยาและไม่มีผลข้างเคียง ประเทศเยอรมนีมีการฝังเข็มมาประมาณ 15 ปี สเปนประมาณ 5 ปี ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยสอนด้วย ในลอนดอนถ้าเท้าความกลับไปการฝังเข็มเข้าประเทศมาแล้วประมาณ 700 ปี ส่วนในจีนมีมาประมาณ 3,000 ปี มีการฝังเข็มในทุกโรงพยาบาล
จุดการฝังเข็มของทุกคนทุกชาติอยู่ที่เดียวกัน ทำให้รักษาได้ทุกคน แต่โรคยอดนิยมของคนแต่ละชาติก็ต่างกันไป แล้วแต่อาหารการกินและสภาพภูมิอากาศ อย่างชาวสวิสและเยอรมันมักมีอาการปวดไขข้อ หอบหืด เพราะอากาศหนาว แต่คนส่วนมากที่เข้ารับการรักษาจะมาเพื่อลดความอ้วน ซึ่งเป็นการรักษาที่รัฐบาลของเขาสนับสนุน เพราะมันเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมของโรคหัวใจ เบาหวาน และความดัน ส่วนโรคยอดนิยมคนยุโรป คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ภูมิต้านทานบกพร่อง และอาการปวดตามข้อ ได้ฟังอย่างนี้แล้วถึงเข้าใจว่าทำไมฝรั่งถึงชอบนวดไทยกันนัก
ส่วนคนไทยที่อยู่ในเขตร้อนชื้นนิยมป่วยเป็นโรคหวัด ร้อนใน และแนวโน้มโรคที่คนทั่วโลกจะเป็นมากขึ้น คือ อาการปวดคอ บ่า ไหล่ เพราะพฤติกรรมการใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือเครื่องเล่นเกมเป็นเวลานานและนั่งผิดท่า ทำให้ทั้งสามจุดที่กล่าวไปเมื่อยล้าจนปวดเรื้อรัง
ฟรีโซนในไทย
จากการเดินทางฝังเข็มคนมาหลายประเทศ หมออุยเกิดไอเดีย “ฟรีโซน” ที่อยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ฟรีโซนที่หมออุยคิดไว้ คือ พื้นที่ที่มีการรักษาหลายแบบทั้งแพทย์แผนไทย แผนจีน แผนอินเดีย แผนเยอรมนี และแผนอื่นๆ โดยแพทย์ที่จบการศึกษาแพทย์ทางด้านนั้นมาจริง เพื่อให้คนไข้เลือกได้ว่าต้องการรักษาวิธีไหน เป็นการสร้างตัวเลือกและเพิ่มโอกาสวิธีการรักษาในประเทศไทย
แต่ความคิดนี้คงเป็นไปได้ยาก เพราะขนาดแพทย์แผนจีนที่มานานเป็นพันๆ ปี ประเทศไทยเพิ่งออกกฎหมายรับรองแพทย์แผนจีนเมื่อประมาณ 10 ปีนี้เอง
อาชีพหมอใช่ว่าจะอยู่ในห้องรักษาหรือห้องสมุด แต่อาชีพนี้มีโอกาสเดินทางไปเจอคนต่างประเทศมากทีเดียว และไม่เพียงแค่ไปเจอแต่ยังช่วยชีวิตและรักษาสุขภาพผู้คนเหล่านั้นไว้ด้วย ถือว่าเป็นการเดินทางที่คุ้มค่าและได้ประโยชน์ทั้งต่อตัวหมอเองและคนไข้ของหมอด้วย







