posttoday
รักน่านเบาๆ 2 The Saga

รักน่านเบาๆ 2 The Saga

28 กันยายน 2554

สัปดาห์ที่แล้ว หนูดีชวนคุยถึงเรื่องเมืองน่าน เมืองหนึ่งในเมืองไทยที่หนูดีรักมากๆ

โดย...หนูดี-วนิษา เรซ

สัปดาห์ที่แล้ว หนูดีชวนคุยถึงเรื่องเมืองน่าน เมืองหนึ่งในเมืองไทยที่หนูดีรักมากๆ ก็ได้ทั้งอีเมลและได้ทั้งการเข้ามาทักทายในเฟซบุ๊กเช่นกัน จากคนไทยที่ทนไม่ค่อยไหวกับ “เมืองปลอมๆ” หรือที่มีคนมาตั้งให้ในแฟนเพจหนูดีว่า Theme Park ฟังแล้วก็เห็นภาพเลยค่ะ เป็นเหมือนเมืองที่มีฉากหน้าเป็นเมืองคาวบอยบ้าง อะไรบ้าง แถบๆ ดรีมเวิลด์ประมาณนั้น ซึ่งถ้าเป็นสวนสนุกจะไม่ว่ากัน แต่นี่เรากำลังเปลี่ยนเมืองที่มีชีวิตจิตใจ มีคนอยู่กินจริงๆ ให้กลายเป็นเมืองปลอมๆ ที่มีแต่ฉากหน้า มันน่าเสียดายค่ะ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับเมืองในไทยไปหลายเมืองแล้ว ก็ได้แต่หวังว่า “น่าน” จะไม่กลายเป็นแบบนั้นเข้าไปในอนาคตกับเขาด้วย เพิ่งรู้ว่าหนูดีก็เป็นหนึ่งคนในคนกลุ่มใหญ่จริงๆ ที่ทน “เมืองปลอม” ไม่ได้ ถึงขั้นถ้าเห็นเมืองไหน “เปลี่ยนไป๋” ถึงขั้นนั้น ก็ขอเลิกเที่ยวเมืองนั้นไปเลยดีกว่า อ่านจดหมายคนใจเดียวกันแล้วสนุกค่ะ แต่ฉบับนี้จะขอเล่าถึงความน่ารักของเมืองน่าน และทำไมหนูดีอยากขอความร่วมมือร่วมใจ เพื่อนๆ นักท่องเที่ยวทั้งหลายที่ถ้าจะไปเมืองนี้ก็รบกวนขอให้ “รักน่านเบาๆ” แบบที่พวกเราที่นับตัวเองเป็นคนน่านรักกันแบบนี้อยู่ตอนนี้ค่ะ

หนูดีพูดแบบนี้หลายคนอาจค้านว่า ก็คนน่านนั่นล่ะ ตัดต้นไม้เสียป่าโกร๋นไปเป็นแถบๆ อันนี้หนูดีก็ไม่เถียง เพราะเวลาขับรถออกนอกเมืองทีไร ก็เห็นยอดเข้าโล้นๆ ที่กลายเป็นไร่ข้าวโพดมากมาย เห็นแล้วก็แอบเสียดาย แต่เวลาฟังคนเมืองเขาพูดเขาก็มีเหตุผลน่าฟังมากว่า ก็ที่ดินมันตะปุ่มตะป่ำเป็นเขาไปหมดทั้งเมือง ถ้าไม่เพาะปลูกบนเขาแล้วจะให้ปลูกตรงไหน จะไม่ให้ปลูกก็อดตายเท่านั้นเอง ฟังแล้วก็จริง คือ เราคนเมืองเวลาไปต่างจังหวัดก็อยากเห็นป่าเขียวๆ สวยๆ แต่ในส่วนหนึ่งเราก็ต้องยอมรับว่าคนในท้องถิ่นเขาก็ต้องทำมาหากิน ถูกบ้างผิดบ้าง (ตามมาตรฐานคนเมือง) ตามประสา เราเป็นใครไปตัดสินเขา ทีเราใช้น้ำใช้แอร์กันเปลืองๆ ทำร้ายสภาพแวดล้อมมากมายเช่นกัน แต่ลองคนต่างจังหวัดมาห้ามเราเปิดแอร์นอนสิ เราก็คงทำไม่ได้ ของแบบนี้เราไม่รู้ความจำเป็นของเขาก็ตัดสินกันยากค่ะ เอาเป็นว่าเราเป็นคนต่างถิ่น จะเข้าเมืองเขาไป เราก็ควรทำความเข้าใจเขาแบบที่เขาเป็นก่อน แล้วเราค่อยตัดสินเขาจะสวยกว่า แต่จะยิ่งดีไปกว่านั้นถ้าเราไปแบบไม่ทำให้เมืองเขาแปดเปื้อน ไปเยือน ไปเห็น ไปชื่นชม ไปช่วยกันดูแล แล้วก็กลับมาบ้านแบบชื่นใจ สบายใจ แบบที่หนูดีไปน่านทุกครั้งแล้วกลับมาก็รู้สึกเหมือนได้ชาร์จแบตเต็มเครื่องทุกที

คนน่าน ก็คล้ายๆ คนเชียงใหม่ค่ะ น่ารักและภาษาถิ่นเพราะ แต่เขาบอกว่า เสียงเขาไม่หวานเท่าสาวเชียงใหม่ เพราะสำเนียงท้องถิ่นของน่านจะห้วนกว่า เพราะคนน่านจำนวนหนึ่งสืบเชื้อสายมาจากสิบสองปันนา เป็นชาวลื้อ เขามีเจ้าเมือง มีผู้ครองนครของเขาเองด้วยนะคะ หลายๆ คนไม่นับตัวเองเป็นคนไทยค่ะ ได้ฟังทัศนคตินี้แล้วต้องอมยิ้ม เพราะเขาเรียกตัวเองเป็น “คนน่าน” และเรียกหนูดีว่าเป็น “คนไทย” และที่น่าตลกก็คือ เวลาขึ้นมาเมืองเชียงใหม่ เมืองน่านทีไร หนูดีเผลอตัวเรียกกรุงเทพฯ เป็น “เมืองไทย” ทุกที เพราะรู้สึกเหมือนมันเป็นคนละประเทศกันเลยค่ะ

ต้องชมว่า อบจ.น่าน ทำงานและบริหารเงินได้น่าทึ่งนะคะ เท่าที่หนูดีเห็น เขาใช้เงินกันในแบบที่หนูดีไม่คิดว่าจะมีองค์กรท้องถิ่นไหนที่ทำได้น่านับถือแบบนี้มากนัก แม้หนูดีไม่ได้เข้าไปเห็นตัวเลขที่เขาใช้จ่ายจริงๆ แต่ดูจากการเชิญวิทยากรผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นมาแล้วก็นับว่าดีกว่าจังหวัดใกล้เมืองหลวงบางจังหวัดเสียอีก มีกันหลายคน สำหรับหนูดีแล้วทางน่านเชิญขึ้นไปบรรยายให้เด็กๆ ฟัง 3 ปีติดกัน ปีนี้พอหนูดีกลับก็มีคุณหมอเขียว ใจเพชร กล้าจน จากมุกดาหารมาจัดคอร์สดูแลสุขภาพวิถีพุทธต่อเลยอีก 1 สัปดาห์ เขามีงานสัมมนาเสมอๆ ทั้งหมดฟรีค่ะ งบชุมชน แถมปีนี้ขึ้นไปหนูดียังเห็น “หอดูดาวชุมชน” ที่ทำไว้เพื่อให้เด็กน่านมาศึกษาเรื่องดวงดาวอีกด้วย เสียแต่ตอนหนูดีขึ้นไปนั้น ฟ้าปิด ก็เลยต้องรองวดหน้ามาขอชมดาวน่านผ่านกล้องบ้างค่ะ

น่านไม่เหมือนเชียงใหม่ หนูดีอยู่น่านแล้วใจมันเบากว่าค่ะ และแน่นอนว่ามีอะไรให้ทำทั้งวัน ไม่เหมือนเพื่อน “ชาวไทย” หลายๆ คนที่ได้ยินคำว่า น่าน แล้วงงๆ ว่ามีอะไรให้ทำเหรอ แหม มีสิคะ เริ่มจากตอนเช้า กรุณานำรถจักรยานของโรงแรมปั่นออกไปชมเมืองเลยค่ะ อากาศดี ตลาดเช้าเปิดแล้ว ร้านอาหารเล็กๆ ก็อร่อย หาได้ตามสะดวก พอสายๆ จะอยู่ดูวัดในเมืองก็ได้ มีกว่า 50 วัดเชื่อหรือไม่ มีรถรางพาชมเมือง มีไกด์เด็กที่ฝึกไว้ดีมาก พนมมือกันไม่หยุดล่ะค่ะ วัดเยอะกว่าอยุธยาอีก จากนั้นจะออกต่างอำเภอก็ได้ ไปหอศิลป์ริมน่านก็ได้ ที่ตรงนั้นฮวงจุ้ยสวยสุดๆ ได้คุ้งแม่น้ำทั้งคุ้ง เจ้าของเฮงจริงๆ แม่น้ำโอบอีกต่างหาก หนูดีเห็นแล้วน้ำลายหยดเลย แต่อำเภอที่หนูดีว่าสวยมากคือ ท่าวังผา โอ้โห บรรยากาศเหมือนออกไปนอกเมืองที่ออสเตรีย เรียกว่าออสเตรียแพ้เลยดีกว่าในสายตาหนูดี แถมมีวัดโบราณฝีมือช่างสิบสองปันนา ร้านอาหารเล็กๆ ริมน้ำหน้าวัดก็อร่อยมาก ปลาสด ผักก็สด หนูดีรับประทานไปวันนั้น เดินไม่ไหว ต้องกลิ้งออกมาเลย ส่วนภาพ “กระซิบรักบันลือโลก” นั้น อยู่ในวัดในตัวเมืองค่ะ พลาดไม่ได้ กระซิบได้ดูจั๊กจี้ทีเดียว แต่สำหรับหนูดีเวลาวิกาลต้องไปรับประทานร้านขนมหวานป้านิ่ม และห้ามพลาด ไอติมกะทิราดซ่าหริ่ม รสชาติแบบหนูดีรับประทานแม้กระทั่งไอติมที่ละลายแล้วนะคะ ทั้งๆ ที่ปกติไอติมละลายนี่ไม่ให้โดนปากเลย แต่นี่อร่อยจนหยดสุดท้าย และอาหารเย็น หนูดีรับประทานที่เดียว ร้าน Sister ของพี่กุ้ง คนที่ดูแลหนูดีตั้งแต่วันแรกที่ไปน่านจนวันนี้ อร่อยทุกอย่าง แถมชื่อน่ารัก เช่น แกงผักอีเยาะอีแยะ แปลว่า ผักรวมค่ะ หนูดีทานที่เดียวเลย หลับตาจิ้มไปก็อร่อยทุกจาน ไม่ต้องเลือกมาก

น่าน เป็นเมืองเล็กๆ น่ารักตลอดทั้งวัน มีอะไรเบาๆ ให้ทำตลอด 24 ชั่วโมง และเป็นเมืองภูเขาที่หนูดีโหวตให้สวยอันดับหนึ่งในเมืองไทย รักกันก็เลยอยากบอกต่อค่ะ แต่ขออย่างเดียว ใครไปเที่ยวน่านก็ไปแบบ “รักกันเบาๆ” นะคะ เพราะคนน่านอย่างพวกเรา ก็อยากเก็บความน่ารักแบบนี้ของน่านต่อไปอีกนานแสนนาน

 

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก