โรงเรียนต้นแบบสีเขียว ดูแลโลกจากภายในสู่ภายนอก
โลกของเรานับวันจะถูกทำลายจากน้ำมือมนุษย์ขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้อากาศบริสุทธิ์ในเมืองหาสูดเข้าปอดก็ยาก
โลกของเรานับวันจะถูกทำลายจากน้ำมือมนุษย์ขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้อากาศบริสุทธิ์ในเมืองหาสูดเข้าปอดก็ยาก
โดย.. วรธาร ทัดแก้ว
โลกของเรานับวันจะถูกทำลายจากน้ำมือมนุษย์ขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้อากาศบริสุทธิ์ในเมืองหาสูดเข้าปอดก็ยาก อยากได้อากาศบริสุทธิ์ต้องออกไปสูดอยู่นอกเมือง ตามป่าเขาลำเนาไพร แต่ทว่าผืนป่าสมัยนี้ก็เหลือน้อยเต็มที เพราะถูกลักลอบตัดทุกวันจนต้นไม้แทบหมดไปจากป่า หันไปทางแหล่งน้ำก็ถูกทำลายด้วยขยะ ของเสียและสารพิษ น้ำดีๆ กลายเป็นน้ำเสียใช้สอยประโยชน์อะไรไม่ได้ พูดแล้วเศร้า!
โรงเรียนบ้านสันป่าสัก อ.หางดง จ.เชียงใหม่ อาจกล่าวได้ว่าเป็นโรงเรียนต้นแบบ “โรงเรียนรักษ์โลก” ของ จ.เชียงใหม่ ที่มุ่งเน้นในด้านวิชาการควบคู่กับการปลูกฝังนักเรียนในการดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นมิตรเพื่อทุกชีวิตภายในและนอกโรงเรียนอย่างได้ผลสัมฤทธิ์ โดยนักเรียนมีจิตสำนึกสูงในการดูแลโลกและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ
พิษณุ ดาราณรงค์ รองผู้อำนวยการ โรงเรียนบ้านสันป่าสัก เล่าว่า โรงเรียนได้ก่อตั้งศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง ธนาคารขยะและโรงอาหารเป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับนักเรียนประมาณ 870 คน ตามนโยบายของโรงเรียนที่ต้องการสร้างจิตสำนึกให้นักเรียน ครูและบุคลากรโรงเรียนอีกประมาณ 60 กว่าคน
ในการนี้ เบื้องต้นโรงเรียนได้สร้างแกนนำนักเรียนขึ้นมา จำนวน 40 คน มีตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประมาณ 40 คน เพื่อมาเป็นจิตอาสาในการสร้างจิตสำนึกในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและการรักษาสิ่งแวดล้อมโดยการเข้าค่ายอบรมเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ประมาณ 2 คืน 3 วัน จากนั้นออกปฏิบัติงานขยายผลสู่ชุมชนและสร้างเครือข่าย
“เราได้ให้พวกเขาทั้ง 40 คน แบ่งกลุ่มไปคิดว่าภายในโรงเรียนมีปัญหาในด้านใดบ้างที่ต้องการแก้ไข ปรับปรุงหรือพัฒนา โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมถือเป็นสิ่งที่เน้นมาก จากนั้นให้พวกเขาทำโครงงานเสนอครูผู้กำกับดูแลนำเสนอฝ่ายบริหารขอความเห็นชอบและสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งหลายๆ กิจกรรมที่โรงเรียนทำขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลิตผลทางความคิดของนักเรียนเหล่านี้” รองผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าว
ผลิตผลทางความคิดของเด็กๆ ไม่เพียงแค่ความคิดที่สวยหรูเท่านั้น แต่สามารถแปรสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมจนเกิดความตระหนักรู้และสำนึกที่ดีในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างน่าภาคภูมิใจ เช่น การใช้ถุงผ้าลดโลกร้อน การใช้แก้วน้ำส่วนตัว การใช้ถังขยะ 4 สี เพื่อรองรับขยะชนิดต่างๆ จากการคัดแยกอย่างเป็นระบบ รวมถึงการสำรวจคุณภาพอากาศโดยอาศัยไลเคนเป็นตัววัด การนำกระดาษรีไซเคิลไปทำเป็นกระดาษสา เป็นต้น
ถุงผ้า กระบอกน้ำ ลดโลกร้อน
ภาพที่นักเรียนโรงเรียนบ้านสันป่าสัก ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงเด็กโตถือถุงผ้าพร้อมกระเป๋านักเรียนมาโรงเรียนทุกวันจึงเป็นภาพที่ประชาชนใน อ.หางดง เห็นชินตา มาปีนี้เข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว เพราะโรงเรียนได้กำหนดให้ปฏิบัติเช่นนี้มาตั้งแต่ปี 2552
กาญจนา จีโน นักเรียนชั้น ม.3 เล่าว่า โรงเรียนเริ่มแจกถุงผ้าพร้อมแก้วและกระบอกน้ำเป็นของใช้ส่วนตัวสำหรับนำมาโรงเรียนเพื่อใช้ในเวลาซื้อน้ำดื่มหรือน้ำหวานจากแม่ค้า หรือน้ำสมุนไพรของโรงเรียนเพื่อช่วยกันลดปริมาณการใช้พลาสติก โดยเฉพาะแก้วน้ำพลาสติกที่กลายเป็นขยะในแต่ละวัน มากกว่า 1,000 ใบ (เฉลี่ย 1 คน ต่อ 1 แก้ว) โดยทางโรงเรียนจะทำการตรวจเวลาเข้าแถวช่วงเที่ยงก่อนเข้าห้องเรียนทุกวัน
“ตอนแรกๆ พวกนักเรียนไม่ค่อยให้ความร่วมมือ เนื่องจากไม่สะดวกในการพกพา แต่ต่อมาทางโรงเรียนได้ร่วมมือกับทางแม่ค้าว่าถ้าเด็กคนไหนไม่นำแก้วน้ำหรือกระบอกน้ำส่วนตัวมาซื้อน้ำก็จะไม่ขายให้ เวลาผ่านไปไม่นานเด็กนักเรียนก็เริ่มเข้าใจถึงจุดประสงค์ของกิจกรรมนี้ เริ่มนำแก้วน้ำและกระบอกน้ำมาเองโดยที่ไม่ต้องมีใครบอก ทำให้ขยะแก้วพลาสติกลดลงไปมากแทบไม่มีให้เห็น”
สำหรับถุงผ้านอกจากใส่กระบอกน้ำและแก้วน้ำแล้วนักเรียนยังใช้ใส่หนังสือ สมุด เครื่องเขียนและอุปกรณ์การเรียนต่างๆ แทนกระเป๋านักเรียนในเวลาต้องเดินไปเรียนยังห้องต่างๆ หรือตามร่มไม้ และไม่เพียงที่พวกเขาจะใช้ภายในโรงเรียนเท่านั้น นอกโรงเรียนยังนำไปใช้ด้วย เช่น บางคนเวลาไปซื้อของที่ตลาดก็นำติดตัวไป สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกจากร้านค้าได้มาก
“สมมติว่ามีนักเรียน 1,000 คน ใช้ถุงผ้าก็จะช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกได้คนละ 34 ใบ ซึ่งเท่ากับว่าสามารถลดขยะที่เป็นถุงพลาสติกได้มากถึง 4,000 ใบต่อวันเลยทีเดียว ทำให้ทั้งโรงเรียนและชุมชนมีขยะลดน้อยลง”
ถังขยะ 4 สีสวยช่วยโลก
นอกจากการใช้แก้วและกระบอกน้ำส่วนตัวจะช่วยลดต้นทางในการเกิดขยะแล้ว กาญจนา เล่าว่า ทางโรงเรียนยังได้จัดหาถังขยะ 3 ถัง สำหรับใส่ขยะ 3 ประเภท คือ ขยะทั่วไป เศษกระดาษ และขยะรีไซเคิล มาไว้ในห้องเรียนเพื่อให้นักเรียนช่วยกันคัดแยกขยะตั้งแต่ต้น
นอกจากนี้ นอกห้องเรียนจะมีจุดคัดแยกขยะต่างหาก โดยแบ่งถังขยะออกเป็น 4 สี ประกอบด้วย สีฟ้า สำหรับใส่ขยะทั่วไป เช่น เศษอาหารต่างๆ โดยจะแยกออกมาแล้วนำไปเป็นอาหารให้กับไส้เดือนที่เลี้ยงไว้ในบ่อ แล้วนำมูลของไส้เดือนไปทำเป็นน้ำหมักชีวภาพ ส่วนขยะมีพิษเมื่อขยะเต็มแล้วจะนำไปส่งมอบให้กับ อบต. หนองควาย นำไปจัดการ
“สีเขียวจะใช้สำหรับใส่ขยะประเภทใบไม้ เศษไม้ต่างๆ เพื่อนำไปทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ แล้วนำปุ๋ยที่ได้ไปใส่ในแปลงผัก สีเหลืองใส่ขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ เช่น ทำกระดาษห่อของขวัญสีสันสวยงาม การ์ด หรือปกรายงาน และถังสีดำจะใช้สำหรับใส่ขยะที่น้องๆ ช่วยกันวาดรูปตกแต่งถังขยะให้มีความสวยงาม เช่น ถังนี้สำหรับใส่ซองไอศกรีม ถังนี้สำหรับใส่กล่องนม เป็นต้น”
โรงเรียนสะอาด สิ่งแวดล้อมดี
จากการที่นักเรียนได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ มา ปรากฏว่าโรงเรียนสะอาดขึ้นและมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นมากเพราะนักเรียนและครูทุกคนร่วมมือร่วมใจกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนและชุมชน โดยสังเกตเห็นได้จากไลเคน ซึ่งเป็นเสมือนตัวชี้วัดมลพิษทางอากาศ มีปรากฏมากขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด
“เมื่อก่อนที่โรงเรียนจะมีขยะเยอะก็ใช้วิธีเผา รวมถึงหน้าโรงเรียนก็เป็นตลาด และมีรถวิ่งสัญจรไปมาหนาแน่นทำให้ไม่ค่อยมีไลเคนอาศัยอยู่ตามต้นไม้หรือต้นมะม่วง จะมีน้อยมากก็คือ ไลเคนชนิดที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศที่เป็นพิษ แต่ไลเคนชนิดอื่นๆ ที่ชอบอยู่ในสภาพแวดล้อมและอากาศดีๆ จะตายหมด ทว่าทุกวันมีปรากฏให้เห็นมากขึ้น ซึ่งไลเคนเหล่านี้จะพบได้ในป่าบนดอยสูง เช่น ดอยอินทนนท์ ดอยสุเทพ” พลอยไพลิน คำปัน นักเรียนชั้น ม.1 กล่าว
เธอให้ข้อมูลเกี่ยวกับไลเคนต่อว่า เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยระหว่างราและสาหร่าย โดยราทำหน้าที่ช่วยปกป้องสาหร่ายจากความแห้งแล้ง ส่วนสาหร่ายทำหน้าที่สังเคราะห์แสงสร้างอาหารให้แก่ราและสาหร่ายเอง สาหร่ายในไลเคนส่วนใหญ่เป็นสาหร่ายสีเขียว และมีส่วนน้อยที่เป็นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ซึ่งพบในไลเคนชนิดที่ต้องการความชุ่มชื้นสูง และไลเคนถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ทนทานต่อมลพิษทางอากาศ
“การหายไปหรือการปรากฏขึ้นของไลเคนบางชนิด รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพของไลเคน เช่น การเกิดการฟอกขาวของไลเคน ดังเช่นที่เกิดขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำปาง เมื่อต้นปี พ.ศ. 2550 เนื่องจากวิกฤตหมอกควันในพื้นที่จึงสามารถใช้เป็นเป็นสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพอากาศได้”
นี่คือหนึ่งโรงเรียน “สีเขียว” ที่พยายามใส่ใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการเรียนการสอนและการลงมือปฏิบัติจริง โดยมุ่งเน้นไปที่การปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกให้เด็กนักเรียนเป็นสำคัญ


