
เปิดแฟ้ม ค้ามนุษย์ นรกบนดินของเนื้อสด
...ธนก บังผล
ขบวนการค้ามนุษย์ยังไม่ล้มหายตายไปจากสังคมไทย และนับวันคนที่เข้าสู่ขบวนการนี้อายุจะน้อยลงทุกที แม้ตำรวจจะพยายามจับกุม แต่ยิ่งจับก็ยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น
รายล่าสุด ตำรวจจับกุม น.ส.อมรรัตน์ กาเตื่อย อายุ 32 ปี ในข้อหาเป็นธุระจัดหาเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ผิดตามกฎหมายค้ามนุษย์ สาวผู้ต้องหาสบตาเศร้าๆ ตอบสั้นๆ ว่า
“หนูจำเป็น” และด้วยความจำเป็นนี้เองเด็กจึงตกเป็นเหยื่อคนแล้วคนเล่า ถูกดึงเข้าสู่วังวนค้ามนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สอบถาม พ.ต.อ.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี (บก.ปคม.) ถึงขบวนการค้ามนุษย์ทั้งในและต่างประเทศ ปรากฏว่ายังมีเรื่องที่ต้องอึ้งอีกมากมาย
ขยายความอธิบายกฎหมายขอบเขตการค้ามนุษย์
“ผู้แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ” มี 6 ประเด็น คือ ต้องแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี การผลิตหรือเผยแพร่วัตถุหรือสื่อลามกทางเพศในรูปแบบอื่น การเอาคนลงเป็นทาส การนำคนมาเป็นขอทาน การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ การบังคับตัดอวัยวะเพื่อการค้าไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ถือว่าเข้าข่ายกระทำผิดต่อกฎหมายค้ามนุษย์ทั้งนั้นสำหรับในประเทศไทยมีการค้ามนุษย์อยู่ 2 ประเภท คือ คนไทยถูกนำมาบังคับใช้แรงงาน ขอทาน หรือเป็นทาส และค้าประเวณี กระบวนการซื้อคนไทยสมัยนี้ไม่ค่อยมีแล้ว แต่จะเป็นการขายบริการทางเพศมากกว่า
อีกส่วนคือมาจากต่างชาติ หากมาจากพม่าจะผ่านเส้น อ.แม่สาย จ.เชียงราย คนเหล่านี้พอเข้ามาแล้วก็ไปทำบัตรประชาชนปลอมเพื่อหลอกเข้าไปทำงานในสถานบริการ แล้วก็สั่งสอนกันว่าหากถูกจับได้ต้องบอกว่าอายุ 19 หรือ 20 ปี
หากเป็นคนลาวจะถูกนำเข้ามาทำงานในคาราโอเกะ อายุน้อยๆ ในต่างจังหวัด เมื่อตำรวจจับทำได้แค่แจ้งข้อหาแรงงานต่างด้าวกับลักลอบเข้าเมือง ส่วนชาวกัมพูชาจะมีถิ่นทำมาหากินอยู่ที่ภาคตะวันออก ส่วนใหญ่นำลงเรือเป็นชาวประมง
“
เดี๋ยวนี้ในไทยหลอกคนไทยบังคับค้าประเวณีไม่ได้แล้ว ต้องไปหลอกเขมร พม่า ลาว ส่วนคนไทยต้องหลอกให้ออกไปค้าประเวณีต่างประเทศ” พ.ต.อ.วรพงษ์ แจกแจงสำหรับการค้ามนุษย์ข้ามชาติ แหล่งที่พบคนไทยไปค้าประเวณีบ่อยที่สุดคือ
“บาห์เรน” มีทั้งสมัครใจและถูกหลอก ถ้าสมัครใจก็รู้อยู่แล้วว่าจะต้องไปทำอะไร พวกที่ถูกหลอกก็เป็นนายหน้าที่ชวนเชื่อว่ามีงานเสริมสวย สปา เสิร์ฟอาหารให้ทำโดยชะตาชีวิตของบรรดาผู้ค้าเนื้อสด มีทั้งสยองและรันทดเกินกว่าจะบรรยาย พวกสมัครใจที่ถูกส่งกลับมาก็เพราะไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่นายหน้าบอกไว้ว่าจะได้วันละ 1 หมื่นบาท ทำแค่ 2 เดือนก็กลับได้แล้ว แต่ที่ถูกหลอกว่าให้ไปนวดแผนโบราณ ร้านกิฟต์ช็อป เด็กเสิร์ฟ ไปถึงก็ถูกยึดพาสปอร์ตแล้วบังคับให้ขายบริการทางเพศ โดยถูกข่มขู่ต่างๆ นานา ซึ่งตำรวจไทยได้ประสานบาห์เรนเข้าไปช่วยมาก็เยอะ โดยรับเหยื่อจากสถานทูตทุกอาทิตย์!!!
กลับมาแล้วแจ้งความก็มี ไม่แจ้งความก็เยอะ กลับมาแล้วก็เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนพาสปอร์ตเพื่อกลับไปอีกทั้งผู้ต้องหาและผู้เสียหาย!!!
กางโทษของการจัดหาหรือเป็นธุระล่อลวงค้าประเวณีได้ความว่า ถ้าผู้เสียหายอายุต่ำกว่า 18 ปี โทษจำคุก 15 ปี ต่ำกว่า 15 ปี จำคุก 20 ปี ถ้าหลอกลวงโดยการใช้กำลังบังคับ โทษจำคุก 20 ปี คืออายุยิ่งต่ำโทษยิ่งหนัก หากใช้กำลังก็เพิ่มโทษเข้าไปอีก
“
มีการโฆษณาชวนเชื่อว่า ถ้าไปบาห์เรน ดูไบ รายได้ดี เงินดี ไปแล้วจะรวย เราสอบปากคำพบว่าขายบริการได้ 100 ดีน่าต่อครั้งต่อ 20 นาที คิดเป็นเงินไทย 1,000 บาท แต่อยู่เมืองไทยก็ได้ 1,000 บาทเหมือนกัน ต่างกันแค่เวลาชั่วโมงครึ่ง ถูกหลอกว่าไปบาห์เรนแล้วจะมีแขกดี คนเที่ยวจะเยอะ จริงๆ ไม่มี” พ.ต.อ.วรพงษ์ ให้ข้อมูลมีตัวอย่างให้น่ารันทด คนหนึ่งไปบาห์เรนต้องใช้หนี้ 1.5 แสนบาท หารด้วย 1,000 บาท ต้องนอนกับแขก 150 ครั้งเพื่อปลดหนี้ แต่พอไปจริงไม่ได้มีแขก 5 คนทุกวัน บางวันก็ไม่มีแขก 3 เดือนก็ยังปลดหนี้ไม่ได้ รายงานจากสถานทูตส่วนใหญ่ 80% ที่ถูกส่งกลับสมัครใจ แต่ตอนกลับไปแจ้งสถานทูตไทยว่าถูกหลอกลวง
“
ผู้หญิงที่ไปทำงานอายุมากแล้ว หมดทางทำมาหากินในไทย อยากจะไปเปิดตลาดใหม่ หวังว่าจะมีเสี่ยมาเจอแล้วพาไปเลี้ยง ใครเขาไม่เอามาเลี้ยงหรอก ไม่มี”นอกจากกรณีบาห์เรนแล้ว ผู้กำกับวรพงษ์เล่าให้ฟังถึงกรณีญี่ปุ่นด้วยว่า ผู้หญิงคนหนึ่งต้องใช้หนี้ตั้งแต่ 7 แสนจนถึง 1 ล้านบาท โดย 1 ครั้งแบบชั่วคราวได้ 3 หมื่นเยน คิดเป็นเงินไทย 1 หมื่นบาท ถ้าค้างคืน 5 หมื่นเยน หรือ 1.5 หมื่นบาท
“
ไปพันคนจะมีคนที่เอาไปเลี้ยงสัก 1 คน กลับมาก็ปลูกบ้านใหญ่โต เห็นทั้งหมู่บ้าน แต่อีก 999 คนที่ล้มเหลวเขาก็เงียบ ไม่บอกว่าถูกทรมานอย่างไรบ้าง”พ.ต.อ.วรพงษ์ เตือนว่า คนที่จะไปทำงานต่างประเทศโดยเฉพาะผู้หญิง อย่าไปหลงเชื่อคนง่าย ผู้ที่ถูกหลอกส่วนใหญ่ไม่ประสงค์จะไปค้าประเวณี ถ้าใครมาบอกว่ามีงานที่บาห์เรน ที่ญี่ปุ่น หรือประเทศอะไรก็ตาม มันไม่มีหรอกถ้ามีจริงต้องผ่านกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน
ทางออกของปัญหานี้ ผกก.2 บก.ปคม. แนะว่า กระทรวงการต่างประเทศต้องเป็นเจ้าภาพ และเอาจริงเอาจังประสานกับสถานทูตให้ได้
อย่างไรก็ตาม ขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติยังคงเข้าคุกออกคุก วนเวียนทำความผิดซ้ำซาก ว่ากันว่าจะยิ่งรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ตราบใดที่สังคมนับถือเงินเป็นพระเจ้า และมีคนพร้อมที่จะถูกหลอกไปแสวงหาน้ำบ่อหน้า ความร่ำรวยไม่ใช่เรื่องผิดที่จะไขว่คว้า แต่การหวังพึ่งรวยทางลัด ย่อมได้ไม่คุ้มสูญเสียอย่างแน่นอน!!!







