posttoday
อีก 40% ที่เหลือ

อีก 40% ที่เหลือ

07 กันยายน 2554

เคยนั่งลงคิดเล่นๆ ไหมคะว่า “ความสุข” ในชีวิตที่เราควบคุมได้มีกี่เปอร์เซ็นต์กันแน่

เคยนั่งลงคิดเล่นๆ ไหมคะว่า “ความสุข” ในชีวิตที่เราควบคุมได้มีกี่เปอร์เซ็นต์กันแน่

โดย..หนูดี–วนิษา เรซ

เคยนั่งลงคิดเล่นๆ ไหมคะว่า “ความสุข” ในชีวิตที่เราควบคุมได้มีกี่เปอร์เซ็นต์กันแน่ อ่านมาถึงตรงนี้ ใครที่ได้เห็นหัวข้อไปแล้ว และหัวไวอย่างแรงก็คงเดาได้ไปเรียบร้อยแล้วว่า มันคือ 40% แน่ๆ แต่ว่าเจ้า 40% ตรงนี้ หนูดีเอามาจากไหน ทำไมไม่เป็น 50 หรือ 60 หรือ 70% กันล่ะที่เราควบคุมได้ และมันเป็นอย่างนี้เพราะใครเป็นคนบอก

มาลองเริ่มต้นกันดูตรงนี้ไหมคะ เราคิดว่า “ความสุขในชีวิตของเรา เกิดจากอะไรกันบ้าง”

ลองตอบคำถามข้างล่างนี้ดูเล่นๆ นะคะ

คุณคิดไหมว่า หากมีต่อไปนี้จะทำให้ชีวิตของคุณมีความสุขมากขึ้น

งานใหม่

งานที่มีอิสระมากขึ้น

งานที่ได้เงินมากขึ้น

ความรักครั้งใหม่ แฟนคนใหม่ หรือการแต่งงานครั้งใหม่

หน้าตาอ่อนเยาว์ลง สวยขึ้น หล่อขึ้น หุ่นดีขึ้น

ลดน้ำหนักได้ (เสียที)

หายจากโรคประจำตัว

มีเวลาในชีวิตมากขึ้น

หนูดีคิดว่าพวกเราหลายๆ คนคงเชื่อในใจมากๆ ว่า หากเรามีสิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปในชีวิตแบบที่เราชอบมากขึ้น เราก็น่าจะมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น แน่นอนว่าการมีเงินมากขึ้น มีอิสระมากขึ้น มีเวลามากขึ้นที่จะทำอะไรที่เรารัก ย่อมทำให้เรามีความสุขมากขึ้นแน่ๆ แต่ “มากขึ้นแค่ไหนล่ะ” สิ่งนี้ต่างหากคือคำถามที่น่าถาม

หนูดีว่า การวิ่งไล่ตาม “ความสุข” ก็เหมือนการลงทุนน่ะค่ะ อันดับแรก คือ “การลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง” และอันดับสองคือ ก่อนจะลงทุนอะไร คุณก็ควรรู้ก่อนใช่ไหมคะว่า การลงทุนนั้นเราจะได้ผลตอบแทนสักที่เปอร์เซ็นต์ มันคุ้มไหมที่จะลงทุน และลงสักแค่ไหนดี และในเรื่อง “ความสุข” นั้น ต่างจากการลงทุนในตลาดหุ้นตรงที่ว่า คุณไม่ได้แค่ลงเป็น “เงิน” อย่างเดียว แต่คุณลงทุนด้วยหัวใจ ด้วยเวลา ด้วยความหวัง ด้วยความฝันด้วย ฯลฯ ที่ถ้าคุณลงทุนผิดพลาดไป ขาดทุน ผลตอบแทนนั้นย่อยยับกว่าการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไม่รู้เท่าไร ดังนั้น แม้กระทั่งจะลงทุนในหุ้นหนึ่งตัวเรายังต้องศึกษา แล้วนี่ความสุขทั้งชีวิตของเรา เราจะไม่ศึกษาได้อย่างไร จริงไหมคะ

“ความสุขภายนอก” หรือความสุขจากปัจจัยภายนอกนั้น นักวิจัยได้ค้นพบว่า มีผลแค่ 10% ต่อความสุขโดยรวมของเราเท่านั้นเอง ฟังแล้วงงนะคะ ทำไมสิ่งภายนอกที่คนเราวิ่งตามแทบตาย ให้ผลแค่นิดเดียวเท่านั้น และอีก 90% ที่เหลือแบ่งออกเป็นอะไรบ้าง คำตอบคือ แบ่งเป็น 50% ของความสุขนั้นโดนกำหนดโดยยีน หรือดีเอ็นเอของเรา และอีก 40% ถูกกำหนดโดยสิ่งที่เรา “เลือกทำในชีวิตประจำวัน” ค่ะ

ข้อมูลนี้มาจากการสรุปงานวิจัย โดย Dr.Sonja Lyubomirsky นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและสแตนฟอร์ด ที่ขณะนี้สอนอยู่ที่ University of California, Riverside ค่ะ เธอได้สรุปจากผลงานวิจัยจำนวนมากของนักวิจัยในสาขาจิตวิทยาเชิงบวก หรือ Positive Psychology และพบว่าเราทุกคนมี “ความสุขพื้นฐาน” ที่โดนกำหนดโดย DNA ของเราอยู่ถึง 50% นั่นหมายความว่า เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับความสามารถที่จะมีความสุขไม่เท่ากัน บางคนซึมเศร้าง่ายกว่า บางคนสดใสร่าเริงกว่า เรื่องนี้อย่าน้อยใจไปค่ะ มันก็เหมือนกับที่บางคนเกิดมากินเท่าไรก็ไม่อ้วน แต่อีกคนกินนิดเดียวอ้วนเสียมากมาย ลดเท่าไรก็ลดไม่ลง เรื่องแบบนี้ เป็นเรื่องธรรมชาติ ในทางการแพทย์ก็ยอมรับมานานแล้วว่า พันธุกรรมมีผลกับพวกเราต่างๆ กันไป แต่อย่าเพิ่งใจเสียค่ะ เพราะว่าหักไป 50% เราก็ยังเหลืออีก 60%

ตรงนี้เราต้องแบ่งสัดส่วนไปให้ “ปัจจัยภายนอก” อีก 10% (เท่านั้นเองหรือนี่) นักวิจัยได้สรุปจากผลงานวิจัยว่า หากพรุ่งนี้ เราทำให้ทุกคนในโลกรวยเท่ากัน อยู่บ้านหลังเท่ากัน มีเรื่องราวในชีวิตเหมือนกันเปี๊ยบ มันจะมีผลกระทบแค่ 10% ของอัตราความสุขของเขาเท่านั้นเอง น่าทึ่งนะคะ เพราะถ้าถามหนูดีและแทบทุกคนในโลกนี้ เราคงคิดว่า เงินทอง อิสรภาพ การงาน การสอบ การเลื่อนขั้น ฯลฯ น่าจะมีผลถึงสัก 90% ของความสุขมวลรวมของเราเลยนะนี่ แต่หากเราลองดูงานวิจัยที่ติดตามชีวิตของคนที่ “ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1” ดู เราก็จะพบว่า พวกเขากลับไปมีความสุขเท่ากับที่เขาเคยมีมาก่อนถูกรางวัลภายในเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง น่าตกใจมากนะคะ สถิตินี้

ดังนั้น รู้แบบนี้แล้ว เรามาทำอะไรกับเจ้า “40% ที่เหลือ” นี้กันดีคะ เพราะจากผลงานวิจัยในปัจจุบัน เราก็พอได้คำตอบคร่าวๆ (จนกว่าจะมีงานวิจัยใหม่กว่ามานำเสนอ) ว่าสิ่งที่เราทำได้และอยู่ในอำนาจของเรา ก็ตั้งเกือบครึ่งเลยทีเดียว

สิ่งที่นักวิจัยแนะนำก็คือการมีความสุขเป็นสิ่งที่เราฝึกกันได้ และสมควรทำตลอดทั้งชีวิตของเราค่ะ และถ้าเราอยากมีความสุขอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งชีวิตของเรา ก็มีเพียงไม่กี่สิ่งเท่านั้นเองที่เราต้องดูแล หลักๆก็มีดังนี้ค่ะ

ดูแลความคิด–อันนี้สำคัญมาก ถ้าความคิดเราบิดเบี้ยว เป็นลบ เป็นพิษ แม้เราจะประสบความสำเร็จมากมาย เราก็ยังเสี่ยง ลองมองไปรอบๆสิคะ คนประสบความสำเร็จฆ่าตัวตายกันไปกี่คนแล้วในโลกนี้

ดูแลความสัมพันธ์กับคนรอบตัว–ต่อให้เราเก่งแค่ไหน เจ๋งแค่ไหน แต่ถ้าทะเลาะกับคนรอบตัวบ่อยๆ เข้ากับใครไม่ได้ คงหาความสุขได้ยาก ข้อนี้ก็สำคัญค่ะ

ดูแลความเครียด–พูดแล้วดูเหมือนขำๆ ใครก็ไม่อยากเครียดค่ะ และใครๆ ก็พูดถึงเรื่องนี้ แต่การดูแลความเครียดไม่ใช่การหลบหนีมัน แต่เป็นการเผชิญหน้าโดยตรง ดูแลงานไม่ให้พอกหางหมู นอนให้พอและอีก ฯลฯ ทำไม่ง่ายแต่ไม่ยากเกินไปค่ะ

ดูแลร่างกาย–ข้อนี้ทุกคนพูดถึง ทุกคนเคยได้ยิน แต่น้อยคนมากจะปฏิบัติได้เป็นประจำ เราไม่ต้องวิ่งมาราธอนทุกวัน (และไม่ควรด้วยค่ะ) แต่อย่างน้อยคุณควรขยับตัววันละ 15 นาทีจนเหงื่อออกเบาๆ ถ้าได้ถึงครึ่งชั่วโมงยิ่งดี อันนี้ ต้องลองถามตัวเองว่า “เรามีเวลา 30 นาทีให้ชีวิตไหม”

ดูแลเป้าหมายชีวิต–งานวิจัยมากมายชี้ให้เห็นว่า คนที่มีเป้าหมายชีวิตมีความสุขกว่าคนที่ไม่มีค่ะ

สัปดาห์นี้ หนูดีอยากให้เราลองมาดูแล 40% ที่อยู่ในอำนาจเราดูนะคะ ดูแต่ละหัวข้อค่ะว่า เราดูแลเขาดีหรือยัง เราไม่จำเป็นต้องกังวลกับ 60% ที่เราทำอะไรไม่ได้ เพราะแค่ 40% ที่ธรรมชาติอนุญาตให้เราเปลี่ยนแปลงได้ ก็มากมายเกินพอแล้วค่ะ


&<2288;
 

 

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล