posttoday
ดรุณธรรม พุทธธรรมสำหรับชาวพุทธมือใหม่ (ตอนจบ)

ดรุณธรรม พุทธธรรมสำหรับชาวพุทธมือใหม่ (ตอนจบ)

04 กันยายน 2554

โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย

โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย

7.อยากปฏิบัติธรรม แต่ไม่มีเวลา ต้องทำอย่างไร

สำหรับผู้สนใจอยากเริ่มปฏิบัติธรรม แต่ไม่มีเวลา ก็ขอแนะนำให้ปฏิบัติธรรมที่ทำได้ง่ายๆ ที่นี่ เดี๋ยวนี้ เพียง 3 ประการ คือ

(1) ไม่ทำความชั่ว

(2) ทำความดี

(3) ชำระจิตให้บริสุทธิ์

ในคัมภีร์ท่านอธิบายว่า “การไม่ทำความชั่ว ก็คือ การครองตนอยู่ในศีล ชีวิตที่มีศีลกำกับก็หมดโอกาสทำชั่ว การทำความดี ก็คือ การฝึกสมาธิ เมื่อจิตมีสมาธิก็ไม่ฟุ้งซ่านไปตามกระแสกิเลส ชีวิตก็ถูกจำกัดให้อยู่ในแวดวงของความดีงาม การชำระจิตให้บริสุทธิ์ ก็คือ การเจริญวิปัสสนา” แต่หากจะขยายความให้กว้างขึ้นกว่านั้น เพื่อปฏิบัติกันได้ง่ายๆ ก็คือ

การไม่ทำความชั่ว ได้แก่ การไม่เกี่ยวข้องกับความชั่วทุกชนิด

การทำความดี ได้แก่ การทำความดีเท่าที่ตนจะทำได้ทุกชนิด

ดรุณธรรม พุทธธรรมสำหรับชาวพุทธมือใหม่ (ตอนจบ)

การชำระจิตให้บริสุทธิ์ ได้แก่ การเพียรฝึกจิตของตนให้อยู่เหนือกระแสแห่งความโลภ ความโกรธ ความหลงอยู่เสมอ ไม่ปล่อยใจให้ตกเป็นทาสของความใฝ่ต่ำ หรือไม่ปล่อยให้จิตตกจนหมกมุ่นอยู่ในความทุกข์ตรมขมไหม้ ความอาฆาต พยาบาท อิจฉาริษยา โกรธเกลียดชิงชัง เสน่หาอาวรณ์ หรือมืดมนอยู่ในกิน กาม เกียรติ ยศ ทรัพย์ อำนาจ กามารมณ์ แต่ให้เพียรศึกษาพระธรรมนำจิตของตนให้อยู่กับศีล สมาธิ ปัญญา จนมีความสดชื่นรื่นเย็น ปีติ เบิกบาน สว่างไสว ไร้ทุกข์ เป็นสุขอยู่เสมอ เป็นต้น

8.ปฏิบัติทันที เห็นผลทันตา

หลักธรรมตามที่กล่าวมา บางคนยังเห็นว่า มีมากมายหลายข้ออยู่ อยากจะปฏิบัติเพียงข้อเดียว แต่มีคุณค่าเหมือนปฏิบัติครบทุกข้อและเห็นผลทันตาได้หรือไม่

คำตอบก็คือ ได้

ในพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าทรงประมวลคำสอนของพระองค์เหลือเพียงข้อเดียว คือ “ความไม่ประมาท” และตรัสว่า ความไม่ประมาทเป็นยอดของธรรมทั้งปวง ดังพุทธพจน์ว่า

“รอยเท้าของสัตว์บกทั้งหลาย ชนิดใดๆ ก็ตาม ย่อมลงในรอยเท้าช้างได้ทั้งหมด รอยเท้าช้างเรียกว่าเป็นยอดของรอยเท้าเหล่านั้น โดยความใหญ่ ฉันใด กุศลธรรมทั้งหลายอย่างใดๆ ก็ตาม ย่อมมีความไม่ประมาทเป็นมูล ประชุมลงในความไม่ประมาทได้ทั้งหมด ความไม่ประมาท เรียกได้ว่า เป็นยอดของธรรมเหล่านั้น ฉันนั้น”

ความไม่ประมาท ก็คือ ความมีสติอยู่เสมอในทุกเรื่องที่คิด ทุกกิจที่ทำ ทุกคำที่พูด ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว ขอเพียงมี “สติ” รู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ตลอดเวลา ก็เท่ากับว่า ไม่ประมาท

ในพระธรรมบท พระพุทธองค์ตรัสถึงคุณของความไม่ประมาทไว้ว่า

“ความประมาท เป็นหนทางแห่งความตาย

ความไม่ประมาท เป็นหนทางแห่งความไม่ตาย

คนไม่ประมาท ไม่มีวันตาย

คนประมาท ไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายแล้ว”

 ความไม่ประมาท สรุปสั้นๆ เหลือคำเดียวก็คือ “สติ”

“สติ” ก็คือ “ตื่น”

9.ในฐานะที่เป็นชาวพุทธ มักถูกชวนให้ทำบุญอยู่เสมอ การทำบุญก็ต้องใช้เงิน มีทางเลือกอื่นสำหรับการทำบุญบ้างหรือไม่

“บุญ” เป็นชื่อของการทำคุณงามความดีก็ได้ เป็นชื่อของความสุขที่เกิดจากการทำคุณงามความดีก็ได้ วิธีทำบุญมีมากมายหลายวิธี แต่คนมักเข้าใจผิดว่า บุญหมายถึงทานเท่านั้น และทานก็มักคิดถึงแต่อามิสทาน คือ การให้วัตถุหรือให้เงินให้ทอง ความเข้าใจอย่างนี้นับว่าไม่ถูกต้องไปเสียทั้งหมด เพราะทานเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิธีทำบุญอันหลากหลาย คนไม่พร้อมจะให้ทาน ความจริงก็สามารถทำบุญด้วยวิธีอื่นๆ ได้ตั้งมากมาย ในพระพุทธศาสนา ท่านระบุตัวอย่างของวิธีทำบุญเอาไว้ให้เป็นทางเลือกดังต่อไปนี้

(1) ทานมัย ทำบุญด้วยการให้ปันสิ่งของ

(2) สีลมัย ทำบุญด้วยการรักษาศีลหรือประพฤติดี

(3) ภาวนามัย ทำบุญด้วยการเจริญภาวนา

(4) อปจายนมัย ทำบุญด้วยการประพฤติอ่อนน้อม

(5) เวยยาวัจจมัย ทำบุญด้วยการช่วยขวนขวายรับใช้

(6) ปัตติทานมัย ทำบุญด้วยการเฉลี่ยส่วนแห่งความดีให้ผู้อื่น

(7) ปัตตานุโมทนามัย ทำบุญด้วยการยินดีในความดีของผู้อื่น

(8) ธัมมัสสวนมัย ทำบุญด้วยการฟังธรรมศึกษาหาความรู้

(9) ธัมมเทสนามัย ทำบุญด้วยการสั่งสอนธรรมให้ความรู้

(10) ทิฏฐุชุกัมม์ ทำบุญด้วยการทำความเห็นให้ตรง (เห็นความจริงอย่างที่มันเป็น)

10.ลักษณะเฉพาะของพระพุทธศาสนา

พระพุทธศาสนามีลักษณะเฉพาะ คือ เป็นศาสนาแห่งเหตุผล ไม่สอนให้คนเชื่อถืออะไรอย่างงมงาย แต่จะเชื่ออะไรก็ตาม จะปฏิเสธอะไรก็ตาม ก็ต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ด้วยตนเองมาแล้วอย่างดีที่สุด ตัวอย่างของความเป็นศาสนาแห่งเหตุผลหรือศาสนาแห่งปัญญา ปรากฏอยู่ในหลัก “กาลามสูตร 10” ดังต่อไปนี้

(1) อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามๆ กันมา

(2) อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบๆ กันมา

(3) อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ

(4) อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำรา/คัมภีร์

(5) อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก

(6) อย่าปลงใจเชื่อ เพราะการอนุมาน

(7) อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล

(8) อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว

(9) อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้

(10) อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า สมณะนี้เป็นครูของเรา

การที่ท่านไม่นิยมให้เชื่ออะไรอย่างง่ายดายก็เพราะท่านต้องการให้เราเป็นคนหนักแน่นในเหตุผล รู้จักใช้ปัญญาอย่างรอบคอบ รอบด้าน ทุกแง่ทุกมุม ไม่ตกเป็นทาสของข้อมูลข่าวสาร ไม่หูเบาเชื่อง่าย ทำให้รู้จักใช้กระบวนการทางปัญญาในการศึกษาสิ่งต่างๆ อย่างสุขุมลุ่มลึก หากมองในมุมของศาสนาก็ถือว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ให้ “เสรีภาพทางปัญญา” แก่ผู้นับถืออย่างถึงที่สุด ทั้งยินดีท้าทายต่อการตรวจสอบอย่างเต็มที่ เมื่อศึกษา เมื่อปฏิบัติด้วยตนเองแล้ว เห็นว่าดีจริง มีประโยชน์แท้ ก็จึงยอมรับ หากไม่เห็นว่ามีประโยชน์ จะปฏิเสธ ก็ย่อมทำได้ กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ไม่บังคับให้ใครเชื่อ ไม่เรียกร้องให้ใครยอมรับ แต่จะเชื่อหรือยอมรับ ก็ให้เป็นไปด้วยวิจารณญาณของผู้นั้นเองอย่างบริสุทธิ์ใจ

 


 


 

 

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด แมนซิตี้ พบ อิปสวิช พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด แมนซิตี้ พบ อิปสวิช พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69