
แจ๊ซละมุน @ เมลโล เยลโล
โดย...คีตะ
โดย...คีตะ
ราตรีแห่งอาร์ซีเอเริ่มต้นขึ้นแล้ว ...
ณ โซนเอสติดกับโชว์รูมรถมอเตอร์ไซค์หรู ที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของร้านโอเวอร์โทน เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน บัดนี้ป้ายหน้าห้องเปลี่ยนไป และหน้าตาของร้านก็ตกแต่งใหม่จนแปลกต่างไปจากเดิม ที่ยังคงเหลือเค้าเดิมคือ ที่แห่งนี้มีดนตรีดีให้ฟัง และอาหารอร่อยๆ ให้รับประทาน
เรียกแบบสบายปากว่า “เมลโล เยลโล” แต่ถ้าจะให้เต็มยศต้องมี “แจ๊ซ แอนด์ มอร์” มาพ่วงท้าย ชื่อนี้บ่งบอกตัวตนของร้านได้หลายมุม หนึ่งคือ ... เจ้าของที่นี่ชอบสี Yellow และร้านนี้มีดนตรีแจ๊ซแบบ Mellow (คำที่มีหลายมุม ทั้งสุก ฉ่ำ สุขุม เบิกบาน ฯลฯ นอกจากนี้ Mellow Yellow ยังเป็นชื่อเพลงดังของเมื่อ 50 ปีที่แล้วของโดโนแวนอีกด้วย)
หนึ่งในหุ้นส่วนของร้านนี้ คือ คุณหล้า แสงจันทร์ จากโอเวอร์โทนเดิม และวุฒินันท์ ภิรมย์ภักดี ผู้บริหารแห่งเบียร์สิงห์ พวกเขาร่วมกันสร้างสรรค์แจ๊ซบาร์เก๋ไก๋ในบรรยากาศย้อนยุคที่ดูอบอุ่น โต๊ะเก้าอี้หลากหลายดีไซน์นำมาตกแต่งเข้ากันลงตัว วัสดุรอบๆ ร้านประกอบด้วยไม้และอิฐ ว่ากันว่าที่นี่ทำให้หลายคนนึกถึงแจ๊ซบาร์ในนิวยอร์กด้วยความคล้ายคลึงในบรรยากาศ
ร้านแบ่งเป็น 2 ชั้น ข้างล่างสำหรับคนที่อยากใกล้ชิดกับเสียงเพลง ส่วนชั้นบนสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรือพูดคุยกับกลุ่มก๊วน แถมมีโต๊ะพูลให้ประลองฝีมือความแม่นยำอีกด้วย
ทุกวันตั้งแต่ 3 ทุ่มยันดึกดื่น เมลโล เยลโล จะมีวงดนตรีแจ๊ซหลายกลิ่นผลัดเปลี่ยนมาบรรเลงเพลง มีตั้งแต่วงดนตรีของคลื่นลูกใหม่อย่างนักศึกษาทางด้านดนตรีจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง เรื่อยไปจนถึงสุดยอดฝีมือระดับประเทศ รวมทั้งศิลปินรับเชิญจากต่างประเทศมาให้ความสำราญกับลูกค้า พิเศษ ในวันศุกร์ที่ 16 ก.ย. ตั้งแต่ 5 ทุ่มเป็นต้นไป พบกับการแสดงของวงอีทีซี และโก้ มิสเตอร์แซ็กแมน โดยตารางการแสดงดนตรีสามารถอัพเดตได้ที่ www.facebook.com/mellowyellowjazz
นั่งฟังดนตรีกันเพลินๆ ก็ต้องมีเครื่องดื่มและกับแกล้มมาเพิ่มอรรถรส เมนูอาหารร้านนี้มีจานอร่อยแบบไทยและเทศมาให้เลือกสั่งไม่น้อย ที่ขึ้นชื่อเป็นยำเนื้อเมลโล ปรุงจากเนื้ออบนุ่มๆ มาคลุกเคล้ากับน้ำยำรสจัด ถ้าใครไม่ถนัดเนื้อก็เลี่ยงไปสั่งเมนูน้องใหม่ กรรเชียงปูเมลโล ที่แกะมาให้พร้อมรับประทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดจี๊ดจ๊าด หรืออาหารรับประทานเล่นอย่างเกี๊ยวห่อชีส ลาบวุ้นเส้น หรือจะจัดหนักก็มีข้าวแกงเขียวหวานไก่ ใครอยากรักษาหุ่นก็มีสลัดให้สั่ง
ค็อกเทลประจำร้านนี้แน่นอนว่าต้องมีสีเหลืองและใช้ชื่อเดียวกับร้านว่า เมลโล เยลโล นี่เป็นสูตรที่ผสมขึ้นโดยบาร์เทนเดอร์ระดับแชมป์ประเทศไทย ส่วนเมลโล บลู แซปไฟร์ ซึ่งผสมจากลิ้นจี่ วอดก้า และบลู เกรนาดีน มีสีฟ้า และเมลโล รูบี เป็นสีแดง เพราะผสมจากลิ้นจี่ วอดก้า เรด เกรนาดีน และมีเจลลีกรุบกรอบให้เคี้ยวด้วย แต่ถ้าใครชื่นชอบเครื่องดื่มอย่างอื่น ไม่ว่าจะวิสกี้ เบียร์ ฯลฯ ก็เลือกได้ตามใจ สาวๆ ที่ไม่นิยมแอลกอฮอล์ก็มีม็อกเทลสีสันสวยๆ ปรุงจากน้ำผลไม้ให้ลองชิมอีกเพียบ
ด้วยทุกสิ่งที่รวมตัวกันเป็น เมลโล เยลโล ทำให้ที่นี่เหมาะสำหรับการฝังตัวเพื่อละมุนละไมกับความสุขจากการกินดื่มและฟัง







