posttoday
รัฐสยาม ศีลคุณ ‘We Still Can Find Lonely Planet’

รัฐสยาม ศีลคุณ ‘We Still Can Find Lonely Planet’

27 สิงหาคม 2554

จากมหาบัณฑิตคณะรัฐศาสตร์ รั้วแม่โดม สู่นักเขียนสารคดีท่องเที่ยว

โดย...กาญจน์ อายุ

จากมหาบัณฑิตคณะรัฐศาสตร์ รั้วแม่โดม สู่นักเขียนสารคดีท่องเที่ยว สู่นักการสื่อสารองค์กรและตลาด สู่ที่ปรึกษาองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และสู่อีกสายเส้นทางการทำงาน กระทั่งในวันนี้เขาได้เดินทางสู่เส้นทางอันคุ้นชินในบรรยากาศแปลกใหม่บนเก้าอี้ตัวใหม่และใหญ่กว่าเดิม

“บรรณาธิการบริหาร” คือหน้าที่ใหม่ของ “รัฐสยาม ศีลคุณ” และตำแหน่งนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะนิตยสารที่เขาจัดการมีชื่อติดลมบนและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ขอต้อนรับนิตยสาร “Lonely Planet” สู่ประเทศไทย

รัฐสยาม ศีลคุณ ‘We Still Can Find Lonely Planet’

ทำไมถึงทำนิตยสาร Lonely Planet

“เพราะเราต้องการเติมเต็มสิ่งที่นิตยสารท่องเที่ยวเล่มอื่นยังขาดอยู่ คนต้องการข้อมูล เราให้ข้อมูลที่ละเอียดยิบ คนมีการท่องเที่ยวหลายแบบ เราเสนอแนวการเที่ยวทุกแบบ”

คุณรัฐสยามอธิบายให้ฟังว่า ข้อมูลของนิตยสาร Lonely Planet มีอยู่ทั่วโลก เพราะทุกประเทศสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลของประเทศอื่นๆ ได้ทั้งเรื่องและรูป นักข่าวและนักเขียนของ Lonely Planet ก็มีอยู่กระจัดกระจายทั่วโลก (เป็นข้อได้เปรียบที่นิตยสารท่องเที่ยวธรรมดาไม่มี) ดังนั้นข้อมูลของหนังสือจึงหลากหลาย และที่สำคัญคือ “เจาะลึก” เพราะแต่ละสถานที่ที่แต่ละคนไป พวกเขาต่างสัมผัสด้วยตัวเอง และใช้ชีวิตกับมันระยะเวลาหนึ่ง ทำให้ข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลที่จริง และสามารถนำไปใช้ได้จริงๆ

นักข่าว นักเขียน ของ Lonely Planet ทุกคนเป็นมืออาชีพ รู้ว่าต้องนำเสนอเรื่องราวด้านใด เสนอภาพแบบไหน งานที่ออกมาจึงมีความหมายต่อคนอ่านและสวยงาม และเรื่องราวการท่องเที่ยวในหนังสือจะนำเสนอมุมมองที่แตกต่าง บางสถานที่เป็นมุมที่คนมอง แต่ไม่ให้ความสำคัญ หรือเป็นมุมที่คนไม่เคยรู้จักเลย ที่นำเสนอในมุมมองเช่นนี้ได้นั่นเพราะคนของ Lonely Planet มีประสบการณ์การท่องเที่ยวที่โชกโชน และทราบดีว่าคนอ่านต้องการอ่านและต้องการดูเรื่องราวท่องเที่ยวแบบที่ไม่ซ้ำแบบใคร

 

รัฐสยาม ศีลคุณ ‘We Still Can Find Lonely Planet’

ส่วนเรื่องรูปแบบการท่องเที่ยวที่ต่างคนก็มีสไตล์การเที่ยวของตัวเอง นิตยสาร Lonely Planet ก็มีข้อมูลที่ตอบโจทย์ของนักท่องเที่ยวที่คำนึงถึงจำนวนเงิน จนถึงนักท่องเที่ยวติดหรูทุกคนสามารถหาคำตอบการท่องเที่ยวได้ในเล่มเดียวกัน

“นิตยสารท่องเที่ยวในขณะนี้ ถ้าเทียบกับคนเดินทางแล้ว ยังถือว่ามีจำนวนน้อยนิด”

ที่คุณรัฐสยามกล่าวเช่นนี้เพราะเขาได้ศึกษามาแล้วว่าคนไทยมีจำนวนการท่องเที่ยวประมาณร้อยล้านครั้ง แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีความต้องการด้านการท่องเที่ยวมาก ดังนั้นนิตยสารที่จะช่วยให้เขาเดินทางได้ง่ายขึ้นย่อมยังเป็นสิ่งจำเป็น คนอื่นอาจจะเถียงขึ้นมาว่า พวกไกด์บุ๊กที่มีมากมายในชั้นหนังสือก็สามารถอธิบายการเดินทางได้เช่นกัน แต่สำหรับคุณรัฐสยาม “นิตยสาร Lonely Planet ไม่เพียงช่วยแนะนำเรื่องการท่องเที่ยว แต่มันยังทำให้คนที่ยังไม่คิดเที่ยวเกิดแรงบันดาลใจอยากเที่ยวขึ้นมา นี่ต่างหากที่ Lonely Planet ต้องการให้เกิดขึ้นแก่ผู้อ่าน”

Lonely Planet มีอะไรบ้าง

“เราพิจารณาเนื้อหาจากกระแสการท่องเที่ยว และเรื่องราวที่น่าสนใจของโลก แต่สิ่งที่เราไม่ลืมคือการให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในประเทศไทย”

 

รัฐสยาม ศีลคุณ ‘We Still Can Find Lonely Planet’

เนื้อหาโดยรวมในนิตยสารร้อยละ 60 เป็นเนื้อหาสากล และอีกร้อยละ 40 เป็นเนื้อหาของประเทศไทย โดยในส่วนหลังนี้จะเป็นฝีมือการเขียนและการถ่ายภาพจากนักเขียนและช่างภาพคนไทย แม้ว่านิตยสาร Lonely Planet จะเป็นหัวนอก (ประเทศอังกฤษ) แต่การบริหารจัดการทั้งหมดเป็นอิสระโดยสิ้นเชิง ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่านิตยสาร Lonely Planet ฉบับประเทศไทยจะไม่ทำเพื่อรองรับต่างชาติ

ฉบับแรกที่จะวางแผงขายในวันที่ 1 ก.ย.ศกนี้ มีธีมเล่มเป็นประเทศภูฏาน สาเหตุที่เลือกประเทศนี้คุณรัฐสยามอธิบายว่า เพราะในขณะที่หนังสือวางแผงจะใกล้ถึงวันอภิเษกสมรสของเจ้าชายจิกมี่ กษัตริย์ภูฏาน นอกจากนี้ภูฏานยังเป็นประเทศที่หลายคนฝันอยากไป แต่ยังไม่ทราบว่าควรไปอย่างไร หรือบางคนมีความเชื่อว่าภูฏานจำกัดเรื่องการท่องเที่ยว และยากเย็นที่จะเดินทาง ดังนั้นเพื่อเป็นการจับกระแสของโลกและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่นักท่องเที่ยว นิตยสาร Lonely Planet ฉบับแรกจึงถูกสรรค์สร้างเนื้อหาที่ทั้งลึกทั้งละเอียดเกี่ยวกับภูฏานให้ทุกคนได้ชิมลางท่องเที่ยวผ่านตัวหนังสือและรูปภาพ

 

รัฐสยาม ศีลคุณ ‘We Still Can Find Lonely Planet’

ส่วนเนื้อหาในประเทศไทยก็ช่างเหมาะสมกับคนเมืองกรุงที่มีเวลาการเที่ยวจำกัดกับคอลัมน์ 52 ไอเดียของการใช้วันหยุด ความคิดดีๆ ที่จะทำให้วันหยุดอันแสนสั้นกลายเป็นวันหยุดที่พิเศษและมีความสุขยืดยาว และอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า เนื้อหาในนิตยสาร Lonely Planet สามารถแชร์กันได้ทั่วโลก ดังนั้นเนื้อหาในประเทศไทยชิ้นนี้จึงได้ถูกนำไปเผยแพร่ในนิตยสาร Lonely Planet ฉบับประเทศไต้หวันเรียบร้อยแล้ว และรูปประเทศไทยในคอลัมน์โปสต์การ์ดก็ถูกประเทศอังกฤษนำไปใช้ในนิตยสารแล้วด้วย

“นี่เป็นจุดแข็งอีกจุดหนึ่งของนิตยสาร Lonely Planet เพราะมันไม่เพียงทำให้คนไทยรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่มันยังเป็นการโปรโมตการท่องเที่ยวไทยไปสู่สายตาคนทั่วโลก”

คุณรัฐสยามยังได้กล่าวถึงคอลัมน์หลักๆ ในนิตยสารให้ฟังคร่าวๆ ดังนี้ คอลัมน์โปสต์การ์ด เป็นพื้นที่ให้คนภายนอกส่งรูปเข้ามาและเล่าเรื่องผ่านภาพถ่าย คอลัมน์ On the road รวบรวมข้อมูลจากนักเขียนและคอนทริบิวเตอร์ทั่วโลกที่พบเจอมาระหว่างทาง คอลัมน์ 5 Easy Trips การวางแผนท่องเที่ยวง่ายๆ ในช่วงวันหยุด คอลัมน์ Insider ให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวในเชิงลึก เช่น สถิติ การตอบคำถามจากกูรูท่องเที่ยว หรือปฏิทินการท่องเที่ยวทั่วโลก คอลัมน์ Mini Guide ข้อมูลการเดินทางที่เสร็จสรรพภายในกระดาษแผ่นเดียว ทั้งที่กิน ที่อยู่ และที่เที่ยว โดยผู้อ่านสามารถฉีกเก็บไว้กับตัว และ Feature ใหญ่อีกสามถึงสี่เรื่องที่จะเปลี่ยนแปลงไป

คนทำนิตยสารท่องเที่ยวต้องรักการท่องเที่ยวไหม?

“การท่องเที่ยวเป็น Passion ของผม โชคดีที่งานกับงานอดิเรกของผมเป็นสิ่งเดียวกัน”

 

รัฐสยาม ศีลคุณ ‘We Still Can Find Lonely Planet’

การเดินทางของคุณรัฐสยามเป็นการเปิดโลกทัศน์ ยิ่งเดินทางมากก็จะยิ่งเห็นมาก มันทำให้คนวัฒนธรรมหนึ่งได้ไปสัมผัสกับคนอีกวัฒนธรรมหนึ่ง และได้เรียนรู้ชีวิตผ่านคนและสถานที่ที่ไป คุณรัฐสยามถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางที่เปลี่ยนความคิดของเขาว่า

“ประเทศพม่าเหมือนมีมนต์สะกดเรียกให้ผมมาเยือนบ่อยๆ จนกระทั่งเป็นแรงบันดาลใจให้ไปนั่งเรียนคอร์สภาษาพม่าพื้นฐานอยู่พักหนึ่ง ประสบการณ์การไปเยือนพม่านั้นให้ภาพใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากข้อมูลเคยเรียนรู้มาตั้งแต่วัยเด็กในมิติเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและมิติทางประวัติศาสตร์ ผมพบว่าคนพม่านั้นใจดีและมีความเป็นมิตรอย่างมาก และไม่ท้อถอยกับชะตาชีวิตถึงแม้จะมีความยากลำบาก เพราะปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เรื้อรังมานาน ดินแดนแห่งนี้มีอารยธรรมอันยิ่งใหญ่และมีเสน่ห์ในความหลากหลายแห่งชาติพันธุ์ ผมไปเที่ยวพม่าบ่อยๆ จนครั้งหนึ่งคุณแม่ขอตามไปเที่ยวด้วย เพราะสงสัยว่าทำไมผมถึงรักประเทศนี้นัก มีหลายเมืองที่ผมชอบไปเยือน เช่น ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และพุกาม โดยเฉพาะเมืองหลวงเก่าอย่างย่างกุ้งนั้น ผมคิดว่าเป็นเมืองที่มีสีสันแห่งชีวิตมากที่สุดแห่งหนึ่ง ผมสมารถใช้เวลานั่งอยู่ในร้านชาริมถนนเพื่อพูดคุยและมองวิถีชีวิตของผู้คนที่ผ่านไปมาได้เป็นชั่วโมงทีเดียว”

และอีกหนึ่งในอีกหลายสถานที่ที่เปลี่ยนมุมมองชีวิตของเขา

“ที่นั่นคือ แกรนด์แคนยอน ที่สหรัฐอเมริกา จำความรู้สึกแวบแรกเมื่อได้ไปยืนอยู่หมิ่นเหม่ริมผา มองออกไปยังแกรนด์แคนยอนที่ยิ่งใหญ่เกินคำบรรยายอยู่เบื้องล่าง ซึ่งให้ความรู้สึกว่าตัวเรานั้นเล็กมากเหมือนฝุ่นธุลีเมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและจักรวาล ลดอัตตาตัวเองลงมา เตือนตัวเองในมุมมองของชีวิตว่าไม่ให้ยึดมั่นถือมั่นในสรรพสิ่งทั้งสุขและทุกข์ รวมทั้งมองว่าปัญหาและอุปสรรคที่เราคิดว่ายิ่งใหญ่นั้น แท้จริงนั้นก็เป็นเรื่องเล็กๆ ที่เข้ามาทดสอบชีวิต ซึ่งผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไปเป็นวัฏจักร มองชีวิตด้วยความเข้าใจและมองโลกในด้านดีมากขึ้น"

ส่งท้ายคุณรัฐสยามได้ฝากคำพูดถึงผู้อ่านทุกท่านด้วยว่า...

“ให้โอกาสตัวเองได้เรียนรู้สถานที่ใหม่ เพื่อนร่วมทางใหม่ รวมไปถึงทำความรู้จักตัวเองให้มากขึ้น เพราะผมเชื่อว่าไม่ว่าสถานที่ที่เราไปจะมีคนพลุกพล่านขนาดไหน เราก็จะสามารถหา My Lonely Planet ให้ตัวเองมีเวลาส่วนตัวได้อยู่ดี”

ถ้าใครยังไม่มีใจอยากเที่ยว ต้นเดือน ก.ย. อุดหนุนนิตยสาร Lonely Planet จากนั้นอ่านเนื้อหาและชื่นชมภาพด้านในดู คุณน่าจะได้แรงบันดาลใจไม่มากก็น้อย (ผู้เขียนขอทิ้งท้ายไว้บ้างค่ะ)

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท