
ดูดีเพราะมีวินัย ‘วราลักษณ์ วาณิชย์กุล’
สาวผิวแทน หน้าหมวย สูงโปร่ง องอาจ เฉิดฉายบนรันเวย์
โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร
สาวผิวแทน หน้าหมวย สูงโปร่ง องอาจ เฉิดฉายบนรันเวย์ และคลุกในวงการแฟชั่นมานานกว่า 20 ปีแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นคนแฟชั่นหรือไม่ “จอย-วราลักษณ์ วาณิชย์กุล” ก็เป็นที่คุ้นหน้า และเธอยังคงเปี่ยมสไตล์
ภาพลักษณ์ของนางแบบแนวหน้า ปรับสู่บทบาทของผู้บริหารงานสายธุรกิจความงามในปี 2547 วันที่จอยเริ่มธุรกิจสปา ชื่อ “เซนส์ ออฟ จอย” (Zense Of Joy)
“ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ก็เหนื่อยหนักพอดูค่ะ เพราะว่าเรายังใหม่ในวงการธุรกิจ ที่ริเริ่มตอนนั้น สปายังไม่แพร่หลายมากขนาดนี้ แรกสุดจอยเริ่มต้นด้วยความที่หลายครั้งหลายหนที่เพื่อนๆ น้องๆ ในวงการ มักมาถามหาสูตรลับหรือเกร็ดความงามต่างๆ ในการดูแลผิว ดูแลความสวย และรูปร่างเสมอ สบโอกาสแล้วก็เลยแสวงหาช่องทางดำเนินธุรกิจนี้ อยากให้คำว่าสปา มีอะไรมากกว่าการนวด ปรนิบัติผิวและร่างกาย และอยากให้เป็นสปาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งโดยคนไทยค่ะ”
ปัจจุบัน “เซนซ์ ออฟ จอย” มี 4 สาขา คือ สุขุมวิท 23 เอสพละนาด รัชดาภิเษก อาคาร ลิเบอร์ตี้ สีลม และเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า ยังไม่รวมศูนย์ความงามแห่งใหม่ล่าสุด เฟิร์ส เฟซ ชั้น 4 หน้า แคลิฟอร์เนีย คลับ สาขาพารากอน ทั้งหมดอยู่ภายใต้บังเหียนของประธานบริหารคนสวย ชื่อ จอย วราลักษณ์
“ที่ยากสุดไม่ใช่เรื่องการแข่งขันทางธุรกิจ การบริหารคนก็ยาก เพราะความต้องการแตกต่างหลากหลาย มาจากคนละที่ คิดคนละแบบ ต้องให้เขากลายเป็นผู้ให้บริการที่ดีที่สุดกับลูกค้าค่ะ”
นางแบบและผู้บริหารคนสวย จะสวยสดใสยาวนานนับแต่เมื่อแรกที่เธอก้าวเข้าสู่หน้ากล้อง และเดินขึ้นรันเวย์แฟชั่น “ออกกำลังกายให้ได้ทุกวัน ดูแลสุขภาพทั้งการกินดื่ม และบำรุง สังเกตคนที่ประสบความสำเร็จในโลกหลายท่าน เวลาคิดไม่ออก การพักผ่อนและสิ่งจุดประกายไอเดีย คือการออกกำลังกายแทบทั้งสิ้น จอยจึงให้มันเป็นสิ่งหลักในแต่ละวัน และมันก็เห็นผลชัดเจนกับตัวเรา” เธอยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ
นอกจากนี้วันว่างของเธอก็แบ่งให้กับรายการสนุกๆ อย่าง “American Idol” “So You Think You Can Dance” และสิ่งบันเทิงทางเคเบิลทีวีต่างๆ เพื่ออัพเดตและพักผ่อนสมอง ก่อนจะกลับไปอ่านข่าวสารระดับสากล หนังสือพิมพ์ และนิตยสารไทย ในวันทำงานเพื่อทราบทิศทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมต่างๆ นอกจากนั้นก็เดินทางไปร่วมประชุม และดูงานด้านสปาและความงามในหลายประเทศทั่วโลก และใช้เวลาสวีตหวานกับสามี อีริค มาร์ค เลอวีน ส่วนเรื่องการแต่งตัว...พลาดไม่ได้แน่นอน
“ตัวจอยเองชอบมินิมัล ลิสต์ ไม่ชอบอะไรเยอะแยะมากมาย การแต่งตัวของเรามองดูกาลเทศะ อย่างไปงาน ก็อาจจะเลือกชิ้นแฟชั่นมาเติมให้เข้ากับเทรนด์ หรืออย่างงานกลางคืน อาจจะเน้นรูปร่างสักหน่อย แต่ถ้าจะให้แต่งเซ็กซี่ตอนกลางวัน มาทำงานคงไม่เหมาะ เวลาที่เราเคยเดินแบบ ทำงานแฟชั่น คอสตูมมันก็เยอะอยู่แล้ว การงานในชีวิต ความรับผิดชอบ และหน้าที่เราต้องคล่องตัว แต่งตัวจัดๆ เยอะๆ มันก็เหนื่อยนะ
ส่วนหนึ่งเราทำงานในวงการนางแบบ แฟชั่น เราได้เปรียบตรงที่มีประสบการณ์ ได้เห็น ได้ลองสวมใส่ และหาเจอว่าอะไรที่เหมาะกับเราที่สุด แต่ว่าบางทีเราก็สามารถลุกมาแต่งตัวให้สดชื่น ไม่จำเจบ้าง อันนั้นทำได้
สินค้าชิ้นที่เสียตังค์บ่อยมากสุด คือรองเท้า (หัวเราะ) น่าจะปกติของสาวๆ นะคะ ส่วนนาฬิกาจะซื้อปีละเรือน เก็บเรือนดีๆ ไว้ เพราะปกติไม่ใส่นาฬิกาเรื่อยเปื่อย ใส่เฉพาะที่ชอบจริงๆ จอยเก็บมาตั้งแต่อายุยังไม่ 20 เลย.อย่างกระเป๋าหลุยส์ วิตตอง ใบแรกที่ซื้อตอนอายุ 17 เก็บอย่างดีเลย โอย...เป็นความภูมิใจมาก 17,000 บาท เก็บเงินซื้อเอง”
สไตล์ไอคอนของจอย วราลักษณ์ ที่เธอยกตัวอย่างให้ฟังทั้ง คุณหญิงต้น ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี หน่อยบุษกร วงศ์พัวพันธ์ และพราวพรรณ เลาหพงศ์ชนะ ส่วนระดับสากล ก็ เจนนิเฟอร์ โลเปซ วิกตอเรีย เบคแฮม และ• เบรค ไลฟ์ลี
“จอยว่าสไตล์ของคนคือ ‘คาแรกเตอร์’ แต่ละคนมีรสนิยม รูปแบบ และความชอบในการแต่งตัว เลือกใช้ชีวิตต่างกัน ขึ้นอยู่กับพื้นฐานครอบครัว ความชอบและประสบการณ์ ประกอบเข้าด้วยกันค่ะ” เธอจบคำด้วยนิยามสไตล์และย้ำให้กระซิบคุณผู้อ่านว่า ต้องดูแลตัวเองให้มากๆ ไม่ว่างานจะหนักแค่ไหนก็ตาม







