posttoday
ดวงแก้วส่องใจ ประชาราษฎร์

ดวงแก้วส่องใจ ประชาราษฎร์

23 สิงหาคม 2554

พสกนิกรทุกหมู่เหล่ายังคงเดินทางมาร่วมสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

พสกนิกรทุกหมู่เหล่ายังคงเดินทางมาร่วมสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

โดย.. ชุติมา สุวรรณเพิ่ม

พสกนิกรทุกหมู่เหล่ายังคงเดินทางมาร่วมสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ซึ่งจัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ แสดงถึงความสำนึกในพระกรุณาธิคุณและน้ำพระทัยของ “สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตน” ดวงแก้วแห่งราชวงศ์จักรีอีกพระองค์หนึ่ง

คำสัมภาษณ์ของ ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ นับเป็นการเปิดเผยถึงพระจริยวัตรส่วนพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ผู้มีพระจิริยวัตรที่งดงาม มีพระวาจาสุภาพนุ่มนวล ทรงวางพระองค์อย่างเหมาะสม ไม่ถือพระองค์ ทั้งมีพระทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา

คำทักทายประชาชนติดพระโอษฐ์

ในยามที่ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ยังทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ได้เสด็จไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในงานพระราชพิธี รัฐพิธีและพิธีต่างๆ อยู่เสมอ ท่านผู้หญิงบุตรี ซึ่งเป็นธิดาของ ม.จ.ชิดชนก และ ม.ล.ต่อ (ชุมสาย) กฤดากร ผู้เคยตามเสด็จพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ไปอังกฤษในปี 2480 เวลานั้น ม.ร.ว.บุตรี ซึ่งอายุ 5 ขวบได้ถวายตัวเป็นข้าหลวงรุ่นเยาว์

เมื่อมารับราชการที่สำนักราชเลขาธิการ ท่านผู้หญิงบุตรี จึงได้ถวายงานเรื่อยมาเป็นระยะๆ จนเป็นที่คุ้นเคยและมีโอกาสได้เข้าเฝ้าเป็นประจำทั้งที่ตำหนักรื่นฤดี ที่กรุงเทพฯ ตำหนักพัชราลัย ที่หัวหิน เมื่อไปประทับเป็นเวลานานติดต่อกันหลายเดือนในแต่ละปี

ดวงแก้วส่องใจ ประชาราษฎร์

ท่านผู้หญิงบุตรีเล่าว่า ทั้งสองพระองค์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี พระมารดา เสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎรซึ่งเป็นพระกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติอยู่เสมอ

“ดิฉันไปศึกษาที่อังกฤษ และเมื่อกลับมารับราชการเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นใน พ.ศ. 2509 พระนางเจ้าสุวัทนาฯ และสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ เสด็จทรงเยี่ยมมหาวิทยาลัย ซึ่งช่วงนั้นทั้งสองพระองค์เสด็จไปทั้งภาคอีสานและภาคใต้ และโปรดเกล้าฯ ให้ดิฉันตามเสด็จไปในที่ต่างๆ ทั้งเชิญพระกลดบ้าง พระกระเป๋าบ้าง รวมทั้งถวายงานในเรื่องต่างๆ เมื่อครั้งเสด็จไป จ.สุราษฎร์ธานี ทรงประทับที่นิคมสร้างตนเองของกรมประชาสงเคราะห์เพื่อทรงเยี่ยมราษฎร โปรดมากที่จะไปดูความเป็นอยู่ของประชาชนในเรื่องต่างๆ บางครั้งก็เสด็จไปทอดผ้าพระกฐิน

เมื่อเสด็จมาทรงเยี่ยมราษฎรทางภาคอีสาน เสด็จโดยรถยนต์พระที่นั่งทรงแวะที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทั้งสองพระองค์ประทับที่เขื่อนอุบลรัตน์ และสิ่งที่โปรดมากคือเสด็จประพาสในที่ต่างๆ ในครั้งนั้นเสด็จขึ้นภูกระดึงโดยเฮลิคอปเตอร์ทหาร

สมเด็จฯ ท่านโปรดธรรมชาติ โปรดทรงพระดำเนินมาก โปรดการเสวยกลางแจ้งในแบบที่เรียกว่า ปิกนิก ซึ่งทรงเคยชินเมื่อครั้งอยู่ที่อังกฤษที่ปูผ้าและทรงนั่งเสวยน้ำชา เป็นวัฒนธรรมที่ทรงติดมาจากประเทศอังกฤษ ” ท่านผู้หญิงบุตรี เล่าถึงพระจริยวัตรในแบบที่ทรงเป็น “เจ้านาย” ว่าโปรดทรงพระดำเนินมาก ถ้าเสด็จไปตำหนักพัชราลัย ที่หัวหิน แดดร่มลมตกเมื่อใด เสด็จทรงพระดำเนินที่ชายหาด จากตำหนักพัชราลัยไปถึงเขาตะเกียบเป็นประจำ และทรงพระดำเนินทั้งไปและกลับ

“ในวันที่ 9 เดือน มี.ค.ของทุกปีเสด็จไปหัวหิน และเสด็จกลับกรุงเทพฯ วันที่ 9 มิ.ย. เป็นกิจวัตรประจำปี ถ้าตามเสด็จไปหัวหินเมื่อใด ข้าราชบริพารก็จะได้เห็นภาพนี้ค่ะ ทรงพระดำเนินได้หลายๆ กิโล พวกเราเดินตามเหงื่อโชกเต็มตัว แต่ด้วยทรงเป็นเจ้านายกระมังคะ (หัวเราะ) จึงไม่มีพระเสโทเลย ทรงงามมาก ท่านอยู่นิ่งๆ เราก็ว่างามแล้วยิ่งแย้มพระโอษฐ์ ยิ่งงาม พระฉวีละเอียดยิบ พระเกศาก็อยู่ในทรงตลอดเวลา หากบอกว่าพระองค์ท่านคือเจ้านายและนี่คือความพิเศษของความเป็นเจ้านายที่จะไม่เหมือนคนทั่วๆ ไป โปรดหัวหินมากแม้ในระยะหลังที่ทรงพระดำเนินไม่ได้ นางพยาบาลจะเข็นรถพระเก้าอี้ให้ลงไปริมหาดให้น้ำซัดพระบาท ก็เป็นที่พอพระทัย” ท่านผู้หญิงบุตรี เล่าอีกเรื่องที่เป็นความประทับใจคือ โปรดประทับท่ามกลางประชาชน ยิ่งได้ทอดพระเนตรเห็นว่ามีผู้รับเสด็จ ก็จะทรงใช้เวลาเยี่ยมเยียน มีรับสั่งทักทาย

“คำทักทายประชาชนที่ติดพระโอษฐ์ คำถามแรกคือ ชื่ออะไร? เกิดวันไหน? ดิฉันเคยตามเสด็จไปที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย มีคนเฝ้ารับเสด็จคนหนึ่งกราบทูลว่าชื่อ ‘พัฒนพงศ์’ พระองค์รับสั่งว่า ‘ไม่รู้จัก’ ดิฉันเลยทูลว่า ‘สมัยก่อนที่อยู่อังกฤษเขาชื่อจุ้นเค็ง’ ท่านรับสั่งทันทีว่าวันนี้เป็นวันเกิดของจุ้นเค็ง อายุ 66 ปีบริบูรณ์ ซึ่งนี่คือความพิเศษของพระองค์ท่านที่มีความทรงจำเป็นเลิศ แม้บางครั้งจำชื่อ จำคนนั้นไม่ได้ แต่ทรงจดจำวันเดือนปีเกิดได้นะคะ ทรงเป็นกันเองกับทุกคนค่ะ” ท่านผู้หญิงบุตรี เล่าว่า เป็นที่ทราบกันดีในหมู่ข้าราชบริพารและผู้จงรักภักดีที่เข้าเฝ้าแหนว่า สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงมีพระอัจฉริยภาพในเรื่องความทรงจำและการคำนวณที่แม่นยำ เวลามีผู้เข้าเฝ้าจะรับสั่งถามถึงวันเดือนปีเกิด แล้วจะทรงบอกได้ว่า ตรงกับวันอะไร (อาทิตย์เสาร์)

พระกรณียกิจเพื่อพสกนิกร

ในหนังสือ “ดวงแก้วแห่งพระมงกุฎเกล้า” ซึ่งเป็นสารคดีพระประวัติ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ 6 เรียบเรียงโดย ว.วินิจฉัยกุล และชัชพล ไชยพร เขียนไว้ว่าหลังเสด็จนิวัตประเทศไทยได้ไม่กี่ปี พระนาม “เจ้าฟ้าหญิงเพชรรัตน” ก็เริ่มติดหูสาธารณชน เพราะเป็นเจ้านายที่บำเพ็ญพระกรณียกิจเพื่อพสกนิกรโดยสม่ำเสมอ

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงได้รับสถาบันและองค์กรต่างๆ ไว้ในพระอุปถัมภ์เป็นจำนวนกว่า 30 แห่ง ทั้งในส่วนที่สืบสานจากสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ในส่วนของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ และโดยส่วนพระองค์เอง ทั้งในด้านการศึกษา เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร วชิราวุธวิทยาลัย โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย โรงเรียนราชินี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อทรงเจริญพระชนมายุแล้ว ยังทรงพระอุตสาหะเสด็จไปทรงเป็นประธานในงานต่างๆ ตามที่กราบทูลเชิญอยู่เสมอ

ดวงแก้วส่องใจ ประชาราษฎร์

“เป็นที่รู้กันดีว่าโรงเรียนมหาวชิราวุธ อยู่ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี นอกจากนี้ได้พระราชทานเงินช่วยเหลือกาชาดทุกๆ ปีค่ะ ซึ่งเป็นพระภารกิจที่ทรงผูกพันมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ทรงอุทิศพระองค์ช่วยเหลือกิจการสภากาชาดอังกฤษ ประทานแก่ทหารและผู้ประสบภัยสงครามด้วยการเสด็จไปทรงบำเพ็ญประโยชน์ เช่น ม้วนผ้าพันแผล จัดยา และเวชภัณฑ์ ทุกวันนี้เมื่อเป็นงานกาชาดจึงทรงปฏิบัติต่อเนื่อง

สิ่งหนึ่งที่แสดงออกถึงการเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือการถวายงานและแบ่งเบาพระราชภารกิจทั้งสองพระองค์โดยเฉพาะเสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎร เป็นสิ่งที่ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงทำมาโดยตลอด และทรงทำในแบบไม่กระโตกกระตาก ทรงทำเป็นปกติ โดยไม่ต้องไปบอกอะไรใคร ยกตัวอย่างเช่นเหตุการณ์อัคคีภัย อุทกภัย พระองค์ท่านอาจจะไม่มีกำลังคนเพียงพอที่จะออกไปช่วยเหลือ แต่พระราชทานพระราชทรัพย์สมทบทุนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ หรือสมทบทุนช่วยกาชาดทันทีที่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆ เป็นการทำในสิ่งที่ทรงทำได้โดยไม่รอช้าค่ะ ส่วนพระกรณียกิจสุดท้ายเสด็จไปฟังดนตรีไทยที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามการกราบทูลเชิญในโอกาส 84 พรรษาปีที่แล้ว” ท่านผู้หญิงบุตรี เล่า

ในหนังสือเล่มนี้ บันทึกไว้ว่าทั้งสองพระองค์ทรงพระอุตสาหะเสด็จไปทรงงานตามที่ต่างๆ ทั้งใกล้และไกลไม่ได้ว่างเว้น จนผู้คนในยุคนั้นกล่าวตรงกันว่า ถ้าเป็นงานแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ หรืองานการกุศลแล้ว สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กับพระนางเจ้าสุวัทนาฯ จะ “ไม่ทรงปฏิเสธงาน”

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดีและพระนางเจ้าสุวัทนาฯ ทรงรับเชิญเสด็จไปทรงร่วมงานการกุศลต่างๆ ไม่ว่าน้อยใหญ่ตลอดทั้งปี พระนางเจ้าสุวัทนาฯ เคยรับสั่งอย่างขบขัน เล่าว่าเลขาธิการพระราชวังสมัยหนึ่ง ถึงกับเคยกราบทูลล้อพระองค์ในเรื่องการที่ไม่ทรงปฏิเสธงาน

“เสด็จได้ทุกงานการกุศล ขอพระราชทานให้เว้นเพียงงานวัดเท่านั้น”

ทว่าท้ายที่สุดแล้ว วัดนี่แหละคือสถานที่ที่เจ้านายทั้งสองพระองค์เสด็จบ่อยครั้งที่สุด และโปรดที่เสด็จไปด้วย จนถึงกราบบังคมทูลเชิญเสด็จไปทรงเปิดงานวัดก็ไม่ทรงรังเกียจ เพราะทรงเล็งเห็นว่าวัดคือศูนย์รวมจิตใจและความสามัคคีของชาวบ้านในแต่ละชุมชน และเป็นโอกาสให้ทรงพบปะกับประชาชนหลายกลุ่ม หลายวัย หลายอาชีพได้มากยิ่งขึ้น

พระจริยวัตรเช่นนี้ เป็นแบบอย่างของการวางพระองค์อย่าง “พระบรมวงศ์ผู้ใหญ่” ผู้ทรงตั้งพระทัยทรงงานเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินอย่างแท้จริง
 

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง