posttoday
ข้อเสื่อมบรรเทา ข้อเขาแข็งแรง

ข้อเสื่อมบรรเทา ข้อเขาแข็งแรง

16 กุมภาพันธ์ 2553

...อนุสรา ทองอุไร

เคยได้ยินเสียงดังเวลาขยับหรือเคลื่อนไหวร่างกายหรือไม่ ยิ่งถ้าอากาศเย็นๆ ด้วยแล้วละก็ หลายคนเริ่มมีอาการปวดตามข้อ ขยับแข้งขยับขาลำบาก หรือแม้แต่มีเสียงดังกรอบแกรบบริเวณข้อเข่า ประชากรของทุกประเทศทั่วโลกมีโอกาสเป็นโรคข้อเสื่อมได้ โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศที่หนาวเย็นหรือร้อน

ปัจจุบันผู้คนทั่วโลกมีแนวโน้มเป็นโรคข้อเสื่อมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ชมรมศัลยแพทย์ข้อเข่าข้อสะโพกประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เมดิคอล จัดงาน ข้อเสื่อมบรรเทา ข้อเข่าแข็งแรง เพื่อรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคข้อกระดูกเสื่อม รวมถึงแนวทางในการป้องกันและรักษาโรคข้อกระดูกเสื่อมที่ถูกต้องให้แก่ประชาชน

สาเหตุของโรค

โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดขึ้นจากการที่กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลาย บางลง อาจมีการแตกและเปื่อยยุ่ย หรือมีอาการสูญเสียน้ำเลี้ยงในข้อต่อ จนในที่สุดจะมีการสูญเสียกระดูกอ่อนผิวข้อไป การกระทบกระเทือนเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือพิการได้ รู้ตัวอีกทีก็วุ่นหาวิธีรักษากันยกใหญ่ การรักษากระดูกให้แข็งแรงเป็นสิ่งที่จำเป็น ไม่ว่าจะอายุเท่าใด ถ้ารู้ตัวว่าข้อกระดูกเริ่มเสื่อมก็ควรรีบหาทางรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันการสูญเสียเพิ่มขึ้นในอนาคต

ปัจจัยเสี่ยง

รศ.นพ.ธไนนิธย์ โชตนภูติ ประธานชมรมศัลยแพทย์ข้อเข่าข้อสะโพกประเทศไทย กล่าวว่า โรคข้อเข่าเสื่อมมักพบในผู้สูงอายุและอุบัติการณ์ของโรคจะเกิดในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ซึ่งอาจเป็นผลเนื่องจากวัยทองหรือช่วงวัยหมดประจำเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนทางเพศ ผลการศึกษาล่าสุดพบว่าผู้หญิงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคข้อเสื่อม และต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการปวดเข่ามากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า และยังพบมากขึ้นในกลุ่มที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าเกณฑ์มาตรฐาน

กิจกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ใช้ข้อเข่ามาก การนั่งยองๆ นั่งพับเพียบ หรือการนั่งขัดสมาธิ ลักษณะการใช้งานข้อที่ไม่ถูกต้อง อาชีพที่มีการใช้งานของข้อมาก ก็ถือเป็นความเสี่ยงเช่นกัน

สาเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อมที่พบบ่อยคือ มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุที่บริเวณข้อเข่า การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา โรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเกาต์ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือมีประวัติการติดเชื้อในข้อเข่า โดยปัจจุบันคาดว่ามีผู้สูงอายุทั้งหญิงและชายในประเทศไทยเป็นโรคข้อเสื่อมประมาณ 6 ล้านคน

ความเจ็บปวดของข้อเสื่อมมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเมื่อผิวข้อถูกทำลายมากขึ้น รวมถึงอาจมีการอักเสบของเยื่อบุข้อ ทำให้มีน้ำในข้อมากขึ้นจนมีการบวมของข้อเข่าให้สังเกตได้ และจะมีกระดูกงอกตามขอบผิวข้อเดิมร่วมกับจะมีการโก่งผิดรูปของข้อเข่าในระยะท้ายของโรค โรคไขข้ออักเสบรูมาตอยด์ หากปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อกระดูกและนำไปสู่โรคข้อเสื่อมได้

วิธีดูแลตัวเอง

1.รู้จักสังเกตสัญญาณอันตรายที่เข้าข่ายข้อเสื่อม เช่น ข้อบวม เสียงดังกรอบแกรบที่ข้อขณะเคลื่อนไหว อาการปวดเวลาเคลื่อนไหวข้อมากๆ เจ็บแปลบตามแนวบริเวณข้อเข่า

2.ควบคุมน้ำหนักตัว เพราะแรงกดที่ข้อเข่าจะต้องแบกรับถึง 6 เท่าของน้ำหนักตัวเพียง 1 กิโลกรัม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความล้าและเป็นปัจจัยที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น โรคนี้หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล อาจทำให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวได้ยากลำบาก และถึงขั้นที่ไม่สามารถลุกขึ้นยืนหรือเดินได้ด้วยตนเอง

3.หลีกเลี่ยงการคุกเข่า ขัดสมาธิ พับเพียบ หรือนั่งยองๆ รวมทั้งการขึ้นลงบันไดบ่อยๆ ที่ไม่จำเป็น

4.หลีกเลี่ยงการทำงาน เล่นกีฬา หรือการออกแรงกระแทกที่อาจทำให้ข้อได้รับบาดเจ็บ เพราะในขณะที่มีแรงผ่านข้อมาก ถ้าโครงสร้างภายในกระดูกอ่อนผิวข้อรับไม่ไหวจะเกิดมีการทำลายของโครงสร้างของกระดูกอ่อน และทำให้การกระจายแรงที่ผ่านข้อเสียไป ขณะเดียวกันกระดูกที่อยู่ใต้ต่อกระดูกอ่อนก็อาจมีการแตกหักได้

5.บริหารกล้ามเนื้อเข่าให้แข็งแรงจะช่วยให้การใช้งานข้อได้ดีขึ้น โดยเลือกการออกกำลังกายให้เหมาะสม เช่น การเดิน การปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกายในน้ำ โดยเฉพาะผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก

6.ผู้ที่เป็นโรคข้อเสื่อมแล้วก็ควรพบแพทย์เพื่อรักษาอย่างถูกวิธี เช่น รับประทานยา ออกกำลังกาย ทำกายภาพบำบัด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจแนะนำให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมที่มีความคงทนสูง ซึ่งเป็นการรักษาด้วยวิธีเปลี่ยนผิวข้อเข่าทั้งหมด ที่สามารถหมุนและเคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงกับข้อเข่าจริง ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท