
ไม่ทำ ไม่รู้ ไม่ดู ไม่เห็น
ว่ากันว่าความไม่รู้ทำให้เราเกิดความกลัว... บางคนกลัวความมืด
ว่ากันว่าความไม่รู้ทำให้เราเกิดความกลัว... บางคนกลัวความมืด
โดย..ณศักดิ์ อัจจิมาธร
เพราะความมืดทำให้เราไม่รู้ว่าในความมืดนั้นมีอะไรอยู่บ้าง
ใครหลายคนจึงมักสร้างมโนภาพว่าในความมืดมีบางอย่างรออยู่ จนทำให้ความกลัวพาจิตใจให้เตลิดหนักกว่าที่ควร
บางคนกลัวความไม่แน่นอน เพราะความไม่รู้ว่าเส้นทางในอนาคตว่าจะเป็นไปอย่างไร คนจำนวนไม่น้อยจึงไม่กล้าที่เดินออกจากสิ่งเดิมๆ ที่เคยเป็นอยู่
ครั้งหนึ่งความไม่รู้ในอาการทางร่างกายบางประการก็ทำให้ผมรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างจับใจ
ระหว่างนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ จู่ๆ ความรู้สึกเจ็บร้าวก็สำแดงขึ้นมาบนหน้าอกข้างซ้าย
ความเจ็บพุ่งขึ้นมาอย่างรุนแรงจนทำให้ผมต้องละมือจากแป้นคีย์บอร์ดมานั่งกุมหน้าอกตัวเอง จังหวะหัวใจเต้นเร็วและแรงขึ้นจนรู้สึกได้ พร้อมกับเหงื่อเม็ดเป้งที่ซึมออกมาจากหน้า ทั้งๆ ที่นั่งอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ
อาการเจ็บปวดกินเวลาอยู่ราวนาทีเศษๆ แล้วก็ค่อยๆ คลายหายไปราวกับใครบางคนเดินเอาเข็มมาปักบนหน้าอกและค่อยๆ ถอนออกก่อนจะเดินจากไป
วินาทีนั้นความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้จิตใจรู้สึกพรั่นพรึงเท่าความกลัวที่พุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“โรคหัวใจหรือเปล่า?” “จะป่วยตายไหม?” สารพัดคำถามไหลตามมาเป็นสายพร้อมกับความกลัว
จำได้ว่าหลังจากนั้นผมถูกความกลัวเอาล่อเอาเถิดให้จิตใจฟุ้งซ่านไปหลายวัน กระทั่งได้มีโอกาสไปตรวจอาการที่โรงพยาบาล ความกลัวจึงได้หายเป็นปลิดทิ้ง
หมอบอกว่าหัวใจแข็งแรงดี อาการเจ็บที่เกิดขึ้นมาจากการเกร็งของกล้ามเนื้อ เนื่องจากนั่งทำงานในท่าเดียวกันติดต่อกันนานมากเกินไป วิธีแก้ไขง่ายๆ ก็เพียงแค่ลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถทุก 12 ชั่วโมง
กลับมาจากหาหมอ ผมมาทดลองทำตามคำแนะนำ ก็พบว่าหลังจากนั้นความเจ็บปวดก็ไม่ได้โผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลย
เมื่อเกิดความไม่รู้ในสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คนเราจึงมักรู้สึกกลัว กังวล หวาดหวั่น
บางคนก็ถูกความกลัวทำให้คิดไปได้ต่างๆ นานา ขณะที่อีกหลายคนก็ถูกความกลัวที่เกิดจากความไม่รู้ฉุดรั้งให้นั่งอยู่กับที่และเสียโอกาสในการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่าง
ยิ่งโลกปัจจุบันที่มีความซับซ้อนมากขึ้นพร้อมกับปริมาณข้อมูลอันมหาศาล และการแพร่กระจายไปยังผู้คนด้วยความเร็วระดับวินาทีนั้น ทำให้ความกลัวจากความไม่รู้เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น
ข่าวสารบางข่าว ข้อมูลบางชิ้นที่ได้รับมาระหว่างวัน ก็อาจทำให้ใครหลายคนเกิดความกลัวขึ้นได้
หลายครั้งความกลัวจากความไม่รู้นั้น ก็สร้างการตัดสินใจผิด เข้าใจผิด สำคัญผิด ที่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างมากมายตั้งแต่ระดับคนตัวเล็กๆ ไปจนถึงระดับชุมชน สังคม และประเทศ
เมื่อปราศจากการค้นหาเพื่อให้รู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เราก็อาจเข้าใจอะไรผิดๆ หรือไม่ก็เข้าใจบางสิ่งบางอย่างห่างไกลไปจากความเป็นจริง
ขณะที่ความซับซ้อนในโลกมีเพิ่มมากขึ้น การลดทอนความกลัวของตัวเราเองให้อยู่ในระดับที่ไม่มากเกินไปและไม่ทำให้เราหลุดโลกนั้น อาจเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญกับการใช้ชีวิต
ผมมักเปรียบเทียบเอาเองว่า บางครั้งเราอาจต้องทำตัวเหมือนซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสของเครื่องคอมพิวเตอร์ดูบ้าง เพราะหนึ่งในซอฟต์แวร์ที่มีการอัพเดตตัวเองบ่อยที่สุดก็คือ ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส
ซอฟต์แวร์เหล่านี้มักค้นหาการอัพเดตใหม่ๆ ทุกครั้งที่เครื่องคอมพิวเตอร์ถูกเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
หลายครั้งในช่วงที่มีข่าวการระบาดของไวรัสบนโลกอินเทอร์เน็ต ซอฟต์แวร์เหล่านี้ก็มักจะมีการอัพเดตตัวเองบ่อยกว่าปกติ
จะว่าไปแล้ว การอัพเดตตัวเองบ่อยๆ ของซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสนั้น มีส่วนสำคัญในการทำให้เจ้าของคอมพิวเตอร์ไม่ต้องรู้สึกกลัวว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเองจะติดไวรัสใหม่ๆ ที่แพร่ระบาดออกมาจนทำให้ข้อมูลที่อยู่ภายในเครื่องเสียหาย เพราะซอฟต์แวร์ได้อัพเดตและ “รู้” ว่าไวรัสใหม่ๆ เป็นอย่างไรและสามารถป้องกันได้ทันท่วงทีก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้น
สำหรับคนเราแล้วก็คงไม่ต่างกัน
การขวนขวายในการ หาทำ หาดู เพื่อให้รู้ เพื่อให้เห็นนั้น น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใกล้ความรู้จริงได้มากกว่ายืนอยู่กับที่โดยไม่ทำอะไรเลย และมองเห็นแค่เพียงข้อมูลที่ไหลผ่านหน้าไปมาในมิติเดิมในทุกๆ วัน
สุดท้ายความกลัว กังวล หวั่นไหวก็เกิดขึ้นได้โดยง่าย
ขณะที่กระแสข้อมูลไหลบ่ามายังผู้คนในทุกทิศทุกทาง และสังคมมีหลายแง่มุมที่ซับซ้อน เราอาจต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการ “อัพเดต” ระดับความรู้ในเรื่องต่างๆ ให้เข้าใกล้ความเป็นจริงให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเกิดความกลัวในเรื่องบางเรื่อง
ตรงกันข้าม หากพอใจที่จะปล่อยตัวเองให้อยู่แบบ ไม่ทำ ไม่รู้ ไม่ดู ไม่เห็น และเอาแต่วนเวียนอยู่ในความรู้เดิมๆ โดยไม่ค้นหาความรู้ใหม่ๆ มาเติมให้กับตัวเราเองแล้ว ในวันที่โลกเปลี่ยนไปจากความรู้ที่เรามีอยู่
วันนั้นเราอาจต้องเดินหลังงอตัวสั่นด้วยความหวาดหวั่นจากสิ่งที่ไม่รู้โดยไม่จำเป็นก็เป็นได้....







