posttoday
จากตัวตนเก่า สู่ตัวตนใหม่(2/2)

จากตัวตนเก่า สู่ตัวตนใหม่(2/2)

21 สิงหาคม 2554

ในความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน กิเลสตัณหาไม่สามารถหลอกล่อเพื่อลากจูงให้ผู้รู้ ผู้ตื่น ตกเป็นเหยื่อได้อีกต่อไป และสำหรับเราทุกคน

ในความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน กิเลสตัณหาไม่สามารถหลอกล่อเพื่อลากจูงให้ผู้รู้ ผู้ตื่น ตกเป็นเหยื่อได้อีกต่อไป และสำหรับเราทุกคน

โดย..ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ

 ประเด็นสำคัญคือ กิเลสตัณหาลากจูงและมีอิทธิพลต่อพวกเราได้ต่อเมื่อเรายังตกอยู่ในภาวะหลับใหล ภาระที่ติดจมกับความโง่เขลา ความไม่รู้ แต่ทันทีที่มีสติรู้ตัว ภาวะที่ความตระหนักรู้ตัวทำงาน กิเลสตัณหาก็ไม่อาจซ่อนตัวได้อีกต่อไป ความไม่รู้ ความโง่เขลาก็จางหายไป สิ่งสำคัญคือ การที่เราต้องรู้ตัวและประจักษ์แจ้งก่อนว่า เราตกอยู่ในภาวะหลับใหล ภาวะมืดมน การตื่นรู้นี้เองคือ จุดเริ่มการตระหนักรู้ และแสงสว่างแห่งปัญญาจึงสาดแสง ขับไล่ความโง่ กิเลสตัณหาให้ออกไป

ในภาพยนตร์เรื่อง The Rite คนไล่ผี มีฉากสำคัญของพิธีกรรมไล่ผีหรือปีศาจซาตานที่มาเข้าสิงเหยื่อ คือ บาทหลวงในฐานะผู้ไล่ผีจะต้องทราบชื่อของผีร้ายที่มาเข้าสิงร่างของเหยื่อก่อน บาทหลวงจะใช้บทสวด พลังอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อที่มีอยู่บังคับให้ผีร้ายบอกชื่อของตนออกมา เพื่อที่บาทหลวงจะสามารถประกาศชื่อของผีร้ายเพื่อกล่าวขับไล่ออกไป ทันทีที่ผีร้ายออกจากร่างของเหยื่อที่ถูกสิงสู่ เหยื่อก็จะเป็นอิสระและปลอดภัยได้ในที่สุด แนวคิดการขับไล่ผีร้ายหรือปีศาจซาตานที่เข้าสิงสู่ร่างของเหยื่อ โดยการรู้จักชื่อและประกาศชื่อผีร้ายเพื่อขับไล่ออกไป ก็คือ การรู้จักกิเลสตัณหาในตัวเรา และเราต้องรู้จักมันอย่างดีด้วย “รู้จักอย่างดี” หมายถึงการรู้เท่าทัน สามารถเฝ้าสังเกตและรู้จักตนเอง รู้จักโลกภายในของตน ซึ่งมีกิเลสตัณหาและความมืดดำซ่อนอยู่ และเมื่อความมืดดำทำงาน นั่นคือ ภาวะที่ผีร้ายหรือกิเลสตัณหาทำงานในตัวเรา

จากตัวตนเก่า สู่ตัวตนใหม่(2/2)

ความแตกต่างอาจอยู่ที่ว่าในทางคติความเชื่อของพุทธศาสนา มุ่งให้ความสำคัญกับผีร้ายในฐานะความหมายของกิเลสตัณหาที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา ขณะที่ในคติความเชื่ออื่นๆ อาจมุ่งมองที่อำนาจภายนอก กระนั้นยามเมื่อผีร้ายเข้าสิง สิ่งที่เหมือนกันคือ ภาวะความไม่รู้สึกตัว ความไม่เข้าใจตนเอง ความมืดบอด ในสติปัญญาภายในตัวเรา กระนั้นในยามสิ้นหวัง อับจน มืดบอด แสงสว่างในปัญญาของเราก็ยังคงมีอยู่เบื้องต้น คือ การตระหนักรู้ในอำนาจภายในตัวเรา เริ่มจาก 1) อำนาจ แห่งการเรียนรู้ ท่ามกลางความไม่รู้ ไม่เข้าใจ ภารกิจสำคัญคือ การเดินทางเพื่อค้นหาคำตอบและความเข้าใจ ความรู้หลายอย่างช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดี มีอาชีพการงาน แต่ความรู้หลายอย่างโดยเฉพาะความรู้ความเข้าใจเพื่อรู้จักและเข้าใจตนเอง เข้าใจความจริงของชีวิตและของโลก เป็นความรู้ที่มีความสำคัญเพื่อนำไปสู่คำตอบในคำถามที่รบกวนชีวิตเราเสมอๆ คือ เราคือใคร และเรามาอยู่ ณ ที่นี้ เพราะอะไร

2) อำนาจแห่งความปรารถนา หลายคนลืมตาตื่นเช้าขึ้นมาพร้อมกับความกังวลถึงสิ่งต่างๆ ที่คาดการณ์ไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขณะที่หลายคนลืมตาพร้อมกับความตั้งใจบางอย่างและความหวัง ความปรารถนาถึงบางสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้น ลักษณะแรกเรามองโลกด้วยความพรั่นพรึง ลักษณะที่สอง เรามองโลกด้วยความตื่นตัว พร้อมเผชิญหน้า 3) อำนาจในความกล้าหาญ ความกล้าหาญเป็นอาวุธสำคัญที่เราจำเป็นต้องติดตัว และใช้ให้ถูกทางด้วยสติปัญญา กล้าที่จะค้นหาและยอมรับความจริง กล้าที่ซื่อสัตย์กับความรู้สึก ความต้องการ กล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง ฯลฯ

4) อำนาจในการตัดสินใจ อำนาจนี้มีความสำคัญในการที่เราต้องเลือก เลือกที่จะตอบรับหรือตอบปฏิเสธกับบรรดาทางเลือกทั้งหลายที่เข้ามาในชีวิต “ใช่ (yes) หรือไม่ใช่ (no)” เราต่างล้วนมีทรัพยากรจำกัด เวลา พลังงาน และโอกาสที่เข้ามา เมื่อทางเลือกต่างๆ เข้ามา การเลือกคือหัวใจสำคัญที่เราต้องเผชิญ แม้การไม่เลือกก็เป็นการเลือกแบบหนึ่ง การเลือกรับหรือปฏิเสธยังหมายถึงการเลือกสรรว่าเราเลือกที่จะให้ลักษณะโอกาสแบบใดเข้ามาในชีวิต และ 5) อำนาจในความรื่นรมย์ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะถือเป็นปัญญาญาณที่สำคัญ ช่วยให้เราพบความผ่อนคลายในตนเอง การมองเห็นแง่มุมที่ขบขัน หมายถึง ภูมิปัญญาที่จะอยู่กับปัญหาความทุกข์ยากโดยไม่หวั่นเกรง และปล่อยวางความเครียดกังวลได้

เรื่องราวที่ดำเนินไปของเส้นทางชีวิตแต่ละคน หากพิจารณาในรายละเอียด เรามักพบพานสิ่งที่เป็นอุปสรรคในชีวิต อุปสรรคภายนอกและหรือภายใน พร้อมกับปฏิกิริยาในจิตใจคือ ความรู้สึก ความนึกคิดทั้งในเชิงบวกหรือลบก็ตาม แรงผลักของความทุกข์เป็นจุดเริ่มต้นให้เราดิ้นรนหาทาง ออก การดิ้นรน คือ กระบวนการของการเรียนรู้ ถ้าเรามาเดินหรือเลือกผิดทาง ผลลัพธ์คือ บทเรียนและความทุกข์ที่ยังคงอยู่ หรืออาจรุนแรงขึ้น แต่ถ้าเลือกถูก ผลที่ได้คือ ประสบการณ์ที่เรียนรู้และความสุขที่ตามมา แต่ไม่ว่าเลือกผิดหรือถูก การเรียนรู้ก็ช่วยให้เราเติบโต และในกระบวนการดิ้นรนเรียนรู้นี้ เส้นทางการเลือกเดินคือ ภาพสะท้อนที่เราตั้งความปรารถนาในจิตใจให้ฉายชัดออกสู่โลกภายนอกผ่านการคิดนึก รู้สึก และกระทำด้วยความตั้งใจ ด้วยการเลือก การตัดสินใจ และความกล้าหาญที่เดินทางต่อไป

การต่อสู้กับกิเลสตัณหา ก็คือการต่อสู้กับผีร้ายในตัวเรา และในการต่อสู้นี้ก็คือการเรียนรู้เพื่อรู้จักและเข้าใจตนเอง แต่ละบทเรียนที่เราเอาชนะผีร้ายในตัว ตัวตนเก่าก็สลายไป ก้าวเข้าสู่ตัวตนที่เติบโตทางจิตวิญญาณมากขึ้นและมากขึ้น สู่ตัวตนที่มีวุฒิภาวะ สุขและสงบภายในได้มากขึ้นเรื่อยๆ  

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง