posttoday
โอลิเวอร์ สโตน ภาพยนตร์สื่อสันติภาพ

โอลิเวอร์ สโตน ภาพยนตร์สื่อสันติภาพ

03 กุมภาพันธ์ 2553

...กาญจนา เตชาวัฒนากูล

นักดูหนังอาจจดจำ โอลิเวอร์ สโตน ในฐานะผู้กำกับและนักเขียนบทชื่อดังของฮอลลีวูด และผลงานภาพยนตร์ที่สร้างชื่อให้เขามากมายอย่าง Platoon, Born on the Fourth of July, JFK หรือ Alexander ที่มาถ่ายทำในเมืองไทย

แต่การเดินทางมากรุงเทพฯ ครั้งล่าสุดของ โอลิเวอร์ สโตน เขามาในฐานะของทูตสันติภาพในโครงการ “สานสัมพันธ์สู่สันติวัฒนธรรม” ตามคำเชิญของมูลนิธิสันติภาพนานาชาติ แม้ว่าจะมีเวลาในกรุงเทพฯ เพียงสั้นๆ แต่เขาก็ได้แสดงปาฐกถาพิเศษให้กับนักเรียนนานาชาติและผู้สื่อข่าวในเมืองไทยได้ฟังในหัวข้อ “การสร้างภาพยนตร์กับการสร้างสันติภาพ”

ผู้กำกับคนดังเล่าให้ฟังถึงประวัติตัวเองที่เคยผ่านสนามรบในสงครามเวียดนาม และแม้ว่าจะได้รับเหรียญกล้าหาญจากการรบ เขากลับรู้สึกว่าสงครามคือความผิดพลาด ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ถูกถ่ายทอดไว้ในผลงานอย่าง Platoon, Born on the Fourth of July และ Heaven and Earth ที่เขาเรียกภาพยนตร์เหล่านี้ว่าเป็นภาพยนตร์ไตรภาค ซึ่งตัวละครต้องรับมือกับสงครามในลักษณะที่แตกต่างกัน

ผลงานของผู้กำกับภาพยนตร์ระดับตำนานฮอลลีวูดคนนี้ อาจมีหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสงครามและการเมือง แต่ถ้ามองลึกลงไปจะพบว่างานส่วนใหญ่ของเขาล้วนสะท้อนแนวคิดการต่อต้านสงครามและส่งเสริมสันติภาพ โอลิเวอร์ สโตน กล่าวว่า ผลงานของเขา “เป็นเหมือนเครื่องช่วยบันทึก ‘ความทรงจำ’ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากประวัติศาสตร์” และแม้ว่าความรุนแรงจะเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในหนังสงครามหรือแอ็กชัน แต่ผู้กำกับที่มีฝีมือจะสามารถเปลี่ยนความรุนแรงนั้นให้กลายเป็นเครื่องมือที่พูดถึงวัตถุประสงค์และสิ่งที่เขาต้องการนำเสนอได้อย่างแท้จริง

เขายังได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอเมริกัน โดยเฉพาะนโยบายสงครามในต่างแดน เขาบอกว่าตอนนี้คนทั่วโลกกำลังมองอเมริกาว่าเป็นผู้รุกรานที่ป่าเถื่อน และคอมเมนต์แบบติดตลกว่า ความสำเร็จของหนัง Avatar น่าจะเป็นสิ่งยืนยันได้ดี เพราะหนนี้เป็นคราวที่ทหารอเมริกันโดนขับไล่โดยชาวพื้นเมือง เขายังเสริมว่า การเมืองในสมัยของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช นั้น เป็น “ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด แย่เสียยิ่งกว่าตอนสงครามเวียดนามเสียอีก”

ไม่เพียงแต่นำเสนอเรื่องของการสร้างสันติภาพในประเด็นของสงคราม แต่ โอลิเวอร์ สโตน ยังพูดถึงสันติภาพในระดับสังคมว่า เราจะสอนให้คนมีสันติภาพได้อย่างไร หากเรายังมีสื่อมวลชนที่คอยแต่ยัดเยียดความรุนแรงเพื่อเรตติ้ง และระบบทุนนิยมที่เอาแต่แสวงหาผลกำไรเป็นที่ตั้ง

ตลอด 40 ปีในวงการภาพยนตร์ ผู้กำกับมือทองวัย 63 ปี มักสร้างผลงานที่ตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ และตรวจสอบสังคม การเมือง หรือแม้กระทั่งสื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมา และหลายครั้งกลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมอย่างรุนแรง เช่น Natural Born Killers (1994) ที่ประชดเสียดสีการนำเสนอความรุนแรงของสื่ออเมริกัน รวมถึง JFK (1991) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของเขา และได้รับการพูดถึงในสังคมอเมริกันมากที่สุดเรื่องหนึ่งเช่นกัน เมื่อเขานำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการลอบสังหารอดีตประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี และมีประเด็นว่าผู้ลอบสังหารเขาอาจไม่ใช่ ลี ฮาร์วีย์ ออสวัลด์ อย่างที่ใครๆ คิด

โอลิเวอร์ สโตน พูดถึงประเด็นนี้ในตอนหนึ่งของการบรรยายว่า “การจะค้นหาทฤษฎีที่อาจเป็นไปได้อื่นๆ เกี่ยวกับการลอบสังหารเคนเนดี ยังคงเป็นสิ่งที่อ่อนไหวเกินไปสำหรับคนในวงการสื่อหรือนักวิชาการ ซึ่งเห็นว่าจะเป็นอันตรายต่อหน้าที่การงานของพวกเขา เรื่องนี้เป็นเหมือนนิทานหลอกเด็กระดับชาติ”

โอลิเวอร์ สโตน พูดทิ้งท้ายถึงหนังเรื่องล่าสุดของเขา Wall Street : Money Never Sleeps ซึ่งเป็นภาคต่อของ Wall Street ในปี 1987 นำแสดงโดย ไชอา ลาบัฟ และไมเคิล ดักลาส “เนื้อเรื่องจะเกิดขึ้น 20 ปีให้หลังจากภาคแรก และวอลสตรีตจะซีเรียสขึ้น จำนวนเงินมากขึ้น คอมพิวเตอร์ที่เร็วขึ้น และแน่นอน...อันตรายที่เพิ่มมากขึ้น”

หนังเรื่องนี้เขาอยากให้เป็นเสมือนเครื่องเตือนใจถึงอันตรายในวัฒนธรรมด้านการเสี่ยงลงทุนในระดับสูงของระบบการเงินการธนาคารในอเมริกา “เมื่อตอนปี 1980 เงิน 1 ล้านเหรียญก็ถือว่ามากแล้ว แต่ตอนนี้คุณต้องใช้ถึงพันล้าน (เพื่อจะทำอะไร) และวิกฤตการณ์ที่เราเจอในตอนนี้มันเหมือนกับภาวะหัวใจวายขั้นรุนแรง”

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย