
คิดค้นช่วยโลก
เมื่อโลกกำลังล่มสลายแตกดับไปต่อหน้าต่อตาของพวกเรา บรรดาเอ็นจีโอนักอนุรักษ์ต่างๆ นานา ก็พลันเอ่ยสมน้ำหน้าเพื่อนร่วมโลก
พวกคุณชาวโลกทั้งหลายนี่แหละ ที่ทำให้โลกเดินไปสู่จุดจบเร็วขึ้น...เขาคงพูดกันประมาณนี้
เพราะที่ผ่านมาเราๆ ท่านๆ ได้ขุดน้ำมัน เจาะก๊าซธรรมชาติเปิดเหมืองถ่านหิน ตัดต้นไม้ ใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง สารพัดสารพันที่กระหน่ำซ้ำเติมโลกใบเล็ก จนไม่มีเวลาพักฟื้น กระทั่งหายใจรวยริน
ความพยายามที่จะประคับประคองโลกใบนี้ให้อยู่คู่กับจักรวาลนานๆ นั้น มีอยู่หลายๆ เรื่องราวทีเดียว บางเรื่องก็สำเร็จเสร็จสม ขณะที่บางเรื่องก็อยู่ในขั้นทดลอง และแน่นอนบางเรื่องก็ล้มเหลว
ผมเป็นพวกดุดันครับ เมื่อเดินหน้าแล้วชอบลุย ดังนั้นคำว่า
“สำเร็จ” หรือ “ล้มเหลว” จึงไม่ใช่ประเด็นที่จะมาพูดให้เกิดความท้อแท้ถึงเวลานี้การที่ใครบางคนเหล่านั้นลุกขึ้นมาทำอะไรบางสิ่งบางอย่างเพื่อโลกใบนี้ ก็ต้องขอคารวะและชมเชย ผมจะพาไปดูความพยายามบางส่วนครับ
ในอดีตรถยนต์พลังงานแรงอาทิตย์ ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจ แม้ในปัจจุบันจะมีออกมาหลากหลายโฉมมากขึ้น ความตื่นตาตื่นใจก็ยังไม่ได้ลดลงไป
แต่เมื่อเร็วๆ นี้ตื่นใจตื่นตามากกว่านั้น เมื่อมีการเปิดตัวเครื่องบินที่ชื่อว่า
“โซลาร์ อิมพัลส์” เป็นเครื่องบินพลังงานแสงอาทิตย์ลำแรกของโลก และแปลกประหลาดใจมากขึ้นเมื่อ โซลาร์ อิมพัลส์ ลำนี้ สามารถบินได้แม้ในเวลากลางคืน แน่นอนครับ มันน่าประหลาดใจกว่าการบินในเวลากลางวันข้อมูลจำเพาะบอกไว้ว่า โซลาร์ อิมพัลส์ ลำนี้มีปีกยาวเหมือนโบอิ้ง 747 แต่น้ำหนักของมันกลับเท่ากับรถยนต์คันเล็กๆ เท่านั้นมันใช้แผงโซลาร์เซลล์ 1.2 หมื่นแผง ใช้แบตเตอรี่ลิเทียม400 กิโลกรัม ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว มีพลังในการขับเคลื่อน 40 แรงม้า และความเร็วของเจ้าเครื่องบินลำนี้อยู่ที่ 22 ไมล์ต่อชั่วโมง
การทำงานของมันไม่ซับซ้อน คือ ใช้แผงโซลาร์เซลล์ผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ แล้วส่งพลังงานไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่เหมือนเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนใบพัด และนำเครื่องบินลิ่วลมสู่ท้องฟ้า
โซลาร์ อิมพัลส์ ได้ทะยานสู่ท้องฟ้าจากสนามบินในฐานทัพอากาศปาเยิร์น ทางตะวันตกของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันพุธที่7 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาบินราว 25 ชั่วโมง ทำลายสถิติเดิมที่เครื่องบินที่บินด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบเดียวกันอย่างทิ้งห่างถึง 14 ชั่วโมง
การเปิดตัวของโซลาร์ อิมพัลส์ นี้ เหมือนกับการปฏิวัติวงการการบิน เพราะช่วยลดมลพิษ ลดคาร์บอนไดออกไซด์ จึงนับเป็นเครื่องบินที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนอย่างจริงจัง
วกมาภาคพื้นดินครับ ตามมาดูการเปิดตัวของรถยนต์ที่ใช้ลมในการขับเคลื่อน สำหรับรถยนต์ที่ใช้พลังงานลมนี้เป็นการพัฒนาของบริษัท MDI จำกัด ของประเทศลักเซมเบิร์ก แต่มอบลิขสิทธิ์การผลิตให้กับบริษัท ทาทา มอเตอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตรถยนต์ชั้นนำของอินเดีย
หลักการทำงานของรถยนต์ประเภทนี้ ก็แค่อัดลมความดันที่สูงเกิน 100 เท่า ของบรรยากาศใส่ไปในถังพักลม แล้วใช้ความดันที่ว่านี้ขับเคลื่อนรถแทนเชื้อเพลิงเท่านั้น ส่วนการเติมลมแต่ละครั้งรถยนต์จะวิ่งได้ประมาณ 200 กิโลเมตร และสามารถทำความเร็วได้ประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว
ขอบอกว่า รถคันต้นแบบ ทาทา มอเตอร์ส จัดไว้เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
ถึงตอนนี้เชื่อกันว่า ถ้าโซลาร์ อิมพัลส์ คือ การปฏิบัติการเดินทางบนฟ้า รถยนต์พลังงานลม ก็คือ การปฏิวัติการเดินทางบนดินเช่นเดียวกัน
พากลับบ้านเราเมืองไทย มาดูความพยายามที่จะประคับประคองโลกของเราแบบไทยๆ กันบ้างครับ
มีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่มีแนวคิดการลดโลกร้อนมาจากขยะที่กำลังล้น โดยเฉพาะขยะจากพลาสติกนั้นถือว่าเป็นขยะที่ก่อให้เกิดมลภาวะมากที่สุด
เมืองไทยมีขยะมูลฝอยเฉพาะพลาสติกมากถึงวันละ 7,400 ตันต่อวัน คิดเป็น 18% ของขยะทั้งหมด
ดังนั้น ในปีหนึ่งในบ้านเราจะมีขยะเฉพาะพลาสติกอย่างเดียวปีหนึ่งก็เกือบ 3 ล้านตัน แล้วละครับ
การกำจัดขยะพลาสติกไม่ง่าย เพราะพลาสติกมีน้ำหนักเบาทนต่อแรงอัดได้สูง ทำให้การฝังกลบขยะพลาสติกจะต้องใช้พื้นที่มากกว่าขยะทั่วๆ ไปมากถึง 3 เท่าเลยทีเดียว และหากเรานำไปเผาจะเกิดควันที่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงชั้นบรรยากาศของโลกอย่างมหาศาล
ด้วยโจทย์ที่น่ากลัวของขยะพลาสติก จึงทำให้หลายหน่วยงานร่วมมือกันคิดค้น และพัฒนาถุงพลาสติกชนิดพิเศษขึ้นมาเป็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรมและสามารถใช้งานได้จริง เขาเรียกว่า
“ถุงพลาสติกชีวภาพ”ถือเป็นพลาสติกที่สลายตัวได้ทางชีวถาพไม่ก่อให้เกิดมลพิษใดๆ หลังหมดอายุการใช้งานก็สลายตัวเหมือนขยะชีวภาพทั่วๆ ไป เพราะวัสดุหรือวัตถุดิบในการผลิต 80% เป็นข้าวโพด มันสำปะหลัง และน้ำตาล
ทุกวันนี้มีภาคเอกชนหลายแห่งนำ
“ถุงพลาสติกชีวภาพ”ไปใช้ ขณะที่บางแห่งยังเพิกเฉย ผมเป็นคนหนึ่งที่อยากช่วยโลกช่วยเมืองไทย และชอบกินขนม ผมเลยแวะไปที่ร้าน Puff & Pie บ่อยครั้ง ที่นี่ถุงพลาสติกเขาย่อยสลายได้ครับ






