
ความ “บีพี” ยังไม่ทันหาย ความ “ต้าเหลียง” เข้ามาแทรก
เรื่อง ปณิตัส / ภาพ เอพี/เอเอฟพี
หลังจากวิกฤตน้ำมันรั่วไหลจากแท่นขุดเจาะดีพวอเตอร์ ฮอไรซัน ในอ่าวเม็กซิโกผ่านไป 3 เดือน โดยบริษัท บริติช ปิโตรเลียม (บีพี) เพิ่งจะออกมาประกาศความสำเร็จในการปิดท่อน้ำมันสำเร็จอย่างถาวรเสียทีนับตั้งแต่เกิดระเบิดขึ้นในแท่นขุดเจาะดีพวอเตอร์ ฮอไรซัน จนทำให้น้ำมันดิบปริมาณมหาศาลรั่วไหลออกมาจนปนเปื้อนน้ำทะเล และระบบนิเวศชายฝั่งภาคใต้ของสหรัฐ นับเป็นความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ ผ่านไปเป็นเวลา 3 เดือน บีพีเพิ่งจะสามารถปิดวาล์วตัวสุดท้ายของท่อน้ำมันที่รั่วไหลได้สำเร็จ โดยคาดว่าในสุดสัปดาห์นี้จะผ่านการทดสอบอย่างแน่นอน และจะไม่มีน้ำมันรั่วไหลออกสู่อ่าวเม็กซิโกอีก
วิกฤตการณ์น้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโกดังกล่าว ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบีพีเป็นตัวเงินสูงถึง 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.08 แสนล้านบาท) ซึ่งยังไม่รวมถึงค่าเสียหายที่บีพีต้องรับผิดชอบต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ที่อาจสูงถึง 10 เท่า จากตัวเลขความเสียหายล่าสุด
ความ
“บีพี” ยังไม่ทันหายดี ฟากเอเชียข่าวท่อส่งน้ำมันระเบิดทำให้เกิดน้ำมันรั่วในบริเวณใกล้ท่าเรือใหญ่ของมณฑลต้าเหลียง ประเทศจีน ก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทางการจีนต้องสั่งปิดชายหาดซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียง รวมทั้งสั่งให้งดทำการประมง เพื่อทำการอุดรอยรั่วและล้างคราบน้ำมันออกจากชายหาดและทะเลบรรดานักท่องเที่ยวต้องเดิน (ทาง) คอตกกลับบ้าน เนื่องจากคราบน้ำมันที่รั่วไหลได้ขยายออกไปกินระยะทางกว่า 183 ตารางกิโลเมตร
ทางการจีนได้สั่งให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยลำเลียงแบคทีเรียที่ใช้ในการกำจัดน้ำมันกว่า 23 ตัน รวมทั้งท่อที่นำมาลำเลียงน้ำมันออกจากพื้นที่จำนวนมาก หลังจากเกิดการระเบิดของท่อส่งน้ำมันบริเวณดังกล่าว และเกิดการรั่วไหลลงสู่มหาสมุทร ซึ่งบางรายงานกล่าวว่า น้ำมันได้รั่วไหลไปแล้วกว่า 1,500 ตัน แต่จริงๆ แล้วไม่มีใครสามารถวัดปริมาณที่แน่ชัดได้ โดยการควบคุมความรั่วไหล หรือความพยายามจะเก็บคราบน้ำมันกลับเป็นไปอย่างเชื่องช้า
แม้ว่าทหารหลายกองร้อย รวมทั้งชาวบ้านในท้องถิ่น ต่างมีส่วนช่วยกันในความพยายามกวาดล้างคราบน้ำมันครั้งนี้ แต่หลายคนก็ต้องสังเวยชีวิต เนื่องจากคลื่นลมในมหาสมุทร รวมทั้งพายุฝนที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง
ทางการได้สั่งให้มีการเคลียร์พื้นที่ทั้งการท่องเที่ยว การประมง รวมทั้งการขนส่งทางเรือทุกรูปแบบ เพื่อที่จะสามารถทำความสะอาดหาดและทะเลได้เร็วที่สุด โดยท่าเรือแห่งนี้ นับเป็นท่าเรื่อที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศจีนในการขนส่งสินค้าต่างๆ ในท้องถิ่น
รายงานล่าสุดเมื่อกลางสัปดาห์ แม้ว่ารัฐบาลและชาวบ้านมณฑลต้าเหลียงจะช่วยกันทุกวิถีทาง เพื่อที่จะสกัดกั้นและหยุดยั้งไม่ให้มีการขยายตัวออกไปของคราบน้ำมัน ทว่ากลับไม่เป็นผลแต่อย่างใด คราบน้ำมันกลับขยายวงไปมากกว่า 2 เท่า โดยล่าสุดขยายออกไปกว่า 430 ตารางกิโลเมตรแล้ว และตอนนี้นอกจากการค้าและการท่องเที่ยวที่เสียหาย หลายๆ หน่วยงานก็เริ่มเป็นกังวลต่อสัตว์ทะเลในบริเวณดังกล่าว รวมทั้งคุณภาพน้ำที่เลวร้ายขึ้นทุกวัน
ชายหาดหลายๆ แห่งในบริเวณมณฑลต้าเหลียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และเป็นสถานที่ที่มีชีวิตชีวามากที่สุดในประเทศจีนก็ว่าได้ ตอนนี้กลับตกอยู่ท่ามกลางฝันร้าย จากคราบน้ำมันที่มีเกยตื้นเกาะเป็นสีดำๆ อยู่เต็มไปหมด
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คราบน้ำมันที่รั่วไหลออกมาเป็นสัปดาห์ เริ่มส่งผลต่อสัตว์ทะเล รวมทั้งนกชนิดต่างๆ ที่หากินอยู่ในทะเล กลุ่มกรีนพีซ ที่ประจำอยู่ในประเทศจีน ได้เผยแพร่ภาพถ่ายแสดงให้เห็นคราบน้ำมันที่เกาะอยู่ตามโขดหิน หาดทราย และยังมีภาพของชายที่ลอยตัวอยู่ในน้ำทะเลที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมัน และยังมีภาพของชายที่ร่างกายเต็มไปด้วยน้ำมันกำลังถูกเพื่อนแบกขึ้นมาบนฝั่ง
จากเป้าหมายเดิมที่ทางการมณฑลต้าเหลียง ต้องการจะขจัดคราบน้ำมันให้ได้ใน 5 วัน แต่ถึงกลางสัปดาห์แล้วยังไม่เป็นผล เนื่องเพราะลมฟ้าอากาศไม่เป็นใจ ทำให้การรั่วไหลครั้งนี้กลายเป็นครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เท่าที่จำความได้ของจีนไปแล้ว
ปริมาณของน้ำมันที่รั่วไหลลงสู่มหาสมุทรยังไม่สามารถที่จะบ่งบอกได้อย่างชัดเจน คาดว่าจะมีปริมาณราว 4 แสนแกลลอน แม้ว่าเมื่อเทียบกับปริมาณที่เกิดขึ้นที่อ่าวเม็กซิโกราว 94
–184 ล้านแกลลอน ยังอาจจะเทียบกันไม่ได้ แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะเมื่อขอบเขตของคราบน้ำมันเริ่มขยายวงไปเรื่อยๆ และทางการจีนเริ่มวิตกว่าคราบน้ำมันอาจจะซึมเข้าไปสู่แม่น้ำเหลือง หรือแม่น้ำแยงซีเกียง ซึ่งจะทำให้เกิดวิกฤตน้ำขึ้นมาทันที







