posttoday
ตื่นมาบอกรัก...งาน

ตื่นมาบอกรัก...งาน

17 สิงหาคม 2554

ในโลกที่เต็มไปด้วยคนอกหัก เดินไปเดินมาอยู่ทุกๆ ที่

โดย...หนูดี – วนิษา เรซ

ในโลกที่เต็มไปด้วยคนอกหัก เดินไปเดินมาอยู่ทุกๆ ที่ แทบจะไม่มีที่ไหนเลยที่เราจะเดินไปแล้วไม่พบคนที่กำลังอกหักหรือเคยอกหักอยู่ แต่หนูดีพบว่าในโลกนี้ นอกจากคนในครอบครัวแล้ว มีสิ่งหนึ่งที่ถ้าเรารักแล้วจะไม่มีวันอกหักเด็ดขาดเลย สิ่งนั้นก็คือ “งาน” ของเรานั่นเองค่ะ

งานเป็นสิ่งที่ถ้าเราให้หัวใจเขาไป 100% เรามักจะได้รับกลับมา 100% เต็ม หรือมากกว่า และแน่นอนว่า “เรากอดงานไม่ได้” หรือ “งานไม่เหมือนคน ชีวิตจะมีแต่งานได้อย่างไร” ถูกต้องเลยค่ะ และนั่นคือเหตุผลที่คนเราต้องดูแลชีวิตให้สมดุล ให้ไม่ได้มีแต่งาน หรือไม่ได้มีแต่เล่น หรือไม่ได้มีแต่พักผ่อนหย่อนใจ

วันนี้ หนูดีมีแบบทดสอบมาให้เราลองถามตัวเองดูเล่นๆ ค่ะว่า งานที่เราทำอยู่นี้เหมาะกับเราแค่ไหน อย่างไร เพราะแม้ว่าเราจะทำงานใดงานหนึ่งมานานหรือสั้นเท่าใด แต่เราก็ควรตรวจสอบตัวเองเรื่อยๆ ว่า เวลานี้งานนี้ยังเหมาะกับเราอยู่หรือไม่ หนูดีมองการคอยสอบถามตัวเองในแต่ละหัวข้อ เปรียบเหมือนเสาแต่ละต้นค่ะ งานที่ดีก็เหมือนบ้านที่มีเสา 6 ต้น ขาดไปต้นใดต้นหนึ่งบ้านก็คงล้มหรือไม่มั่นคงเท่าใดนัก และหากหัวข้อไหนเราตอบตัวเองได้ไม่ดีเท่าที่ควร ก็ลองเข้าไปปรับปรุงตรงจุดนั้นดู ไม่จำเป็นถึงขนาดต้องเปลี่ยนงาน แค่ปรับเปลี่ยนนิดหน่อย ไม่แน่เราอาจมีความสุขขึ้นเยอะเลยก็เป็นได้

เสาต้นที่หนึ่ง – ความสนุก

เรายังคงสนุกกับงานของเราอยู่ไหมคะ หรือว่าแต่ละวันผ่านไปแบบเหมือนเดิมๆ อะไรเริ่มน่าเบื่อ เราเริ่มมองโลกในแง่ร้ายมากขึ้นหรือไม่ ลองสังเกตดูว่าเราบ่นเรื่องงานกับคนใกล้ชิดบ่อยผิดปกติหรือเปล่า (หรือเราบ่นอย่างนี้มานานแล้ว อันนี้ อันตรายนะคะ) ความสนุกเป็นตัวแปรหลักตัวแรกที่ทำให้คนรักงานได้โดยไม่ฝืนใจค่ะ

เสาต้นที่สอง – ความท้าทายสมอง

งานที่ดีไม่ใช่งานที่เฉื่อยๆ หรือเช้าชามเย็นชามค่ะ สิ่งที่ตรงกันข้ามกับงานไม่ใช่การพักนะคะ แต่สิ่งที่ตรงกันข้ามกับการทำงาน คือ ความซึมเศร้าต่างหาก ดังนั้น งานที่ดีจะต้องกระตุ้นให้เราตื่นตัวเสมอ ทำให้เรารู้สึกว่าเรายังคงดีไม่พอเสียที (สิ่งนี้ดีนะคะ เพราะในเชิงสมอง มันจะกระตุ้นให้เราตื่นตัวตลอด ไม่กล้าทำตัวชุ่ยๆ ค่ะ) ความท้าทายจะส่งผลให้เรารู้สึกกระฉับกระเฉง ต้องคอยหาข้อมูลใหม่ๆ ต้องคอยพัฒนาตัวเองเรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่งกับที่ค่ะ

เสาต้นที่สาม – ผลตอบแทนและสิทธิพิเศษของงาน

ใครว่าเงินไม่สำคัญ หนูดีจะขอเถียง โดยเฉพาะเงินเดือน แน่นอนว่าเงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในโลก แต่เงินก็สำคัญที่สุดสำหรับทุกเรื่องที่ต้องใช้เงิน เช่น ไปหาหมอ ซื้อบ้าน เดินทาง ซื้ออาหาร เพราะเราคงจ่ายสิ่งเหล่านี้เป็น “ความรัก” ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม งานที่ให้ค่าตอบแทนอย่างที่เรารู้สึกว่าสมเหตุสมผลจะทำให้เรามีความสุขกว่า เพราะเราไม่รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ และสิ่งหนึ่งที่หนูดีค้นพบก็คือ งานอะไรที่จ่ายเราเกินกว่าที่เราคิดว่าเราจะมีสิทธิได้รับนั้น เป็นงานที่ดีที่สุดเพราะเราจะทำงานนั้นสุดฝีมือ และไม่ค่อยยอมพรากจากงานนั้นๆ กันสักเท่าไร ไม่ต้องถึงกับเดือนละเป็นล้าน แต่แค่จ่ายเราเกินที่เราคาดหวังไปนิด แค่นี้ก็มีผลทางจิตวิทยามากมายแล้วค่ะ

เสาต้นที่สี่ – ความสะดวกสบายต่อชีวิต

งานที่ทำให้เรามีความสุขและสุขภาพดีได้ ควรเป็นงานที่มีความสะดวกสบายต่อการใช้ชีวิตตามสมควรค่ะ ไม่ได้หมายความว่างานนั่งโต๊ะสบายๆ นั้นดีที่สุด (และทุกคนที่ทำงานนั่งโต๊ะจะรู้ดีว่ามันไม่ได้สบายเลย ปวดเมื่อยเนื้อตัวเป็นที่สุด) แต่มันหมายความว่า งานที่เราเลือกมันขัดขวาง “ไลฟ์สไตล์” ที่เราอยากได้หรือเปล่า เช่น ต้องนั่งรถติดตั้งวันละ 2 ชั่วโมง หรือว่างานนั้นทำให้เราเสียสุขภาพหรือเปล่า เช่น ต้องนั่งเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงต้องคิดใหม่ทำใหม่ ถ้าเกิดไม่อยากเปลี่ยนงาน ก็ต้องเริ่มคิดเรื่องการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในระดับหนึ่งค่ะ

เสาต้นที่ห้า – อนาคตก็ต้องเริ่มต้นวันนี้

สิ่งนี้สำคัญแต่คนจำนวนมากมีวิธีปฏิบัติกับอนาคตที่ประหลาด คือ กลัวมันมากเกินไปจนทำให้ปัจจุบันเสียหายหมด หรือไม่อยากคิดถึงมันเลย ก็เลยขอใช้ปัจจุบันให้เต็มที่ โดยทำให้อนาคตเสียหายเป็นการทดแทน ซึ่งไม่ได้ผลดีทั้งคู่ค่ะ สิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำให้อนาคตได้คือ ทำปัจจุบันให้สนุกในระหว่างเดินทางไปสู่อนาคตที่ไม่น่ากลัว พูดง่ายๆ ว่า “วิถีคือเป้าหมาย” เดินอย่างสนุกไปสู่เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ งานที่ดีคือ งานที่เรามองเห็นตัวเองในอนาคตแล้วไม่ตกใจ ไม่กังวล ไม่ว่างานนั้นจะมั่นคงในรูปแบบไหน เช่น มั่นคงด้านผลตอบแทน มั่นคงด้านสิทธิประโยชน์ แต่งานที่ดีจะมีรูปแบบคล้ายๆ กันในเรื่องนี้ คือ ทำให้เราไม่กังวลกับอนาคต ต้องลองถามตัวเองเรื่อยๆ ว่า งานที่ทำนี้ มีอนาคตหรือไม่เสมอๆ

เสาต้นที่หก – โอกาสเป็นคนที่ดีขึ้นทุกๆ วัน

หนึ่งในสิ่งที่การทำงานกับเด็กมอบให้หนูดีคือ การให้โอกาสเราเป็นเด็กเสมอๆ แม่ชอบบอกว่า ที่ลูกหน้าเด็กน่ะ แม่ว่าเป็นเพราะหนูทำงานกับเด็กหรือเปล่า (ทำไมแม่ไม่พูดถึงคอร์สเลเซอร์ต่างๆ ที่ลูกไปเสียเงินให้เขามากมายก็ไม่รู้ สงสัยเรารักกัน) งานนี้มีสิทธิประโยชน์ขั้นสุดยอดคือ ให้ข้ออ้างหนูดีในการทำตัวเป็นเด็ก ให้สนุกสนานแบบเด็กๆ ได้ เราคงต้องถามตัวเองทุกๆ วันว่า เราเป็นคนนิสัยแย่ลงหรือเปล่า เพราะอาชีพที่เราทำ เช่น เคร่งเครียด หน้าตาดุดัน ดุขึ้นทุกวัน และอีก ฯลฯ ไหม ที่ทำให้เราต้องมาสงสัยตัวเองว่าอีก 10 ปี ฉันจะกลายเป็นคนอย่างไรนี่

ลองสังเกตตัวเองเล่นๆ ดูนะคะ หนูดีทำเสมอเลย ก็เหมือนการตรวจสุขภาพความรักน่ะค่ะ แต่หนูดีว่าการมีโอกาสตื่นขึ้นมาแล้วได้บอกรักงานทุกๆ วันนี่ โชคดีมากเลย เพราะว่างานจะไม่มีวันทำให้เราอกหักแน่นอน

หนูดีมีประกาศพิเศษ คือ หนูดีจะปรับปรุง “อัจฉริยะเรียนสนุก” เป็นโฉมใหม่ หากใครเคยอ่านแล้วใช้ได้ผลกับตัวเองหรือลูกๆ เขียนประสบการณ์ ความเปลี่ยนแปลงส่งมาที่ [email protected] ค่ะ หนูดีจะนำบทความที่ชนะใจกรรมการไปลงในหนังสือเล่มใหม่ 10 ท่าน พร้อมรางวัลส่งถึงบ้านเลยค่ะ


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท