
พักความคิดหยุดจิตไว้ที่ธรรม (ตอน ๖)
ปุจฉา : เมื่อเข้าพรรษาปีที่แล้ว ๒๕๕๓ โยมมีความตั้งใจว่าจะทำวัตรเย็นตลอดพรรษา
ปุจฉา : เมื่อเข้าพรรษาปีที่แล้ว ๒๕๕๓ โยมมีความตั้งใจว่าจะทำวัตรเย็นตลอดพรรษา
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : เมื่อเข้าพรรษาปีที่แล้ว ๒๕๕๓ โยมมีความตั้งใจว่าจะทำวัตรเย็นตลอดพรรษา ปรากฏว่าตั้งแต่เข้าพรรษาเป็นต้นไป ทุกๆ ตี ๒ ของทุกคืน โยมจะได้ยินเสียงสวดมนต์เวลาตี ๒-ตี ๔ เสียงนั้นจะดังก็ไม่ดัง จะเบาก็ไม่เบา ทำให้นอนหลับไม่ลงตลอด ๓ เดือน จึงน้อมกราบพระอาจารย์ช่วยชี้แจงธรรมตามควรด้วยเถิด
กราบนมัสการด้วยความเคารพยิ่ง
(ขอไม่เอ่ยนาม)/เจริญนคร คลองสาน กรุงเทพฯ
วิสัชนา : หมายถึง ไม่คิดปรุงนั่นเอง โดยในเบื้องต้นไม่ต้องไปคิดพิจารณาจำแนกแยกแยะในสภาวธรรมเหล่านั้น เดี๋ยวสติไม่ทัน ปัญญาไม่พอ จะวิปลาส วิปริตเอาเสียก่อน อย่าไปบังคับจิต อย่าพยายามจนเคียดเค้นจิต และอย่าปล่อยให้ล่องลอยไปตามยถากรรม สักช่วงเวลาหนึ่ง ความคิด ความนึก หรือจิตสังขารนั้น จะค่อยสงบลง แต่จะไม่สงบทันที จึงไม่ต้องไปวิตกกังวลใดๆ จนจิตค่อยลดภาวะความปรุงแต่งนึกคิด และสงบอยู่อย่างมีความรู้ชอบ คือ รู้อยู่กับอารมณ์กลาง ไม่รัก-ไม่ชัง ไม่ส่งส่ายจิตโลดแล่นไปในวิถีภายนอก สงบนิ่งอยู่ภายใน อย่างนี้ถือว่าใช้ได้แล้ว ประสบความสำเร็จกับการพัฒนาจิต อันเป็นไปตามหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนา... จากนั้นจึงค่อยๆ รักษาจิตให้อยู่ในสภาวะรู้อยู่กับที่ต่อไป ระวังอย่าให้จิตโลดแล่นออกไปเสวยอารมณ์ข้างนอก จนสามารถควบคุมจิตได้ดี และบรรลุถึงความตั้งมั่นของจิตในที่สุด คือ เข้าสู่ความเป็นสมาธิที่มีคุณภาพ ก่อเกิดสุขภาวะทางจิต ให้มีความสงบสุข ที่สำคัญคือ ขณะที่มีความปรุงแต่งนึกคิดมากๆ ด้วยฤทธิ์เดชของ สังขาร อันเกิดจากตัณหา นั้น ก็ให้รู้จักผ่อนกาย คลายจิต อย่าไปพยายามบีบเค้น บีบบังคับ เพราะจิตมันจะไม่พอใจ เหม็นขี้หน้าเราขึ้นมา ก็จะต่อต้านจนไม่สามารถพัฒนาการไปสู่ความสงบได้ จะฟุ้งซ่านแหลกลาญจนเสียสติได้ จึงต้องรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







