
วัตถุดิบเคมีดันกลุ่มสีผมจ่อขยับราคา
จัสท์โมเดอร์น ชี้วัตถุดิบขึ้นราคา กระทบตลาดเคมีผม ลุยเปิดตัวสินค้าใหม่ในรอบ 5 ปี ขยายวัยรุ่น ดันสิ้นปียอดโต 25%
จัสท์โมเดอร์น ชี้วัตถุดิบขึ้นราคา กระทบตลาดเคมีผม ลุยเปิดตัวสินค้าใหม่ในรอบ 5 ปี ขยายวัยรุ่น ดันสิ้นปียอดโต 25%
นายบุญชู สมบูรณ์ศักดิกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พี.ซี.แอล ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์ “จัสท์โมเดอร์น” เปิดเผยว่า จากแนวโน้มวัตถุดิบกลุ่มเคมีที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนผลิตภัณฑ์เคมีสำหรับเส้นผมเพิ่มขึ้นประมาณ 10% กระทบผู้ผลิตและทำตลาดสินค้าแบรนด์ต่างๆ คาดว่าผู้ประกอบการอาจปรับราคาเพิ่มตาม เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ
สำหรับบริษัทได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตจากเคมีที่ใช้เป็นวัตถุดิบเช่นกัน แต่ได้ดำเนินการปรับแผนเพื่อลดต้นทุนทางด้านอื่น พร้อมขยายโอกาสในการทำตลาดส่งออกประเทศแถบเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออก เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ที่ปัจจุบันมียอดส่งออก 35% ไปพร้อมกับรอดูนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐด้านต่างๆ อาทิ การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตสินค้าในอนาคตหรือใม่
พร้อมกันนี้ บริษัทใช้งบลงทุนกว่า 40 ล้านบาท ทำตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ในรอบ 5 ปีของบริษัท คือ “จัสท์ โมเดอร์น คัลเลอร์ฟูล ว้าว” แบ่งเป็น 5 ล้านบาท สำหรับวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นจากประเทศเกาหลี และ 15 ล้านบาท สำหรับลงทุนสายการผลิตสินค้าใหม่ในโรงงาน จ.นครราชสีมา และอีก 20 ล้านบาท เพื่อทำตลาดสินค้าใหม่ถึงกลางปีหน้า
นายบุญชู กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่มี 19 เฉดสี ราคา 72 บาทต่อกล่อง ชูจุดขายผ่านผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบทรงผมและสไตลิสต์เกาหลี “โอแซอิล” พร้อมจัดเวิร์กช็อป คัลเลอร์ฟูล ว้าว เกิร์ล 2011 บาย จัสโมเดอร์น กับกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น 18-25 ปี สร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์จากเดิมกลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนสีผมจัสท์โมเดอร์น ที่ทำตลาดมานานกว่า 30 ปี ตั้งเป้าขายปีนี้ 600 ล้านบาท เพิ่ม 10%มีสีธรรมชาติ ดำ, น้ำตาล และน้ำตาลอ่อน
พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้ทำตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ ครีมยืดผมจัสโมเดอร์น เพื่อเสริมไลน์สินค้าในปัจจุบันที่บริษัททำตลาด อาทิ ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม, บำรุงเส้นผม, จัดแต่งทรงผม และผลิตภัณฑ์เคมี ยืด ดัด ผม เป็นต้น จากปัจจุบันตลาดเปลี่ยนสีผมมีมูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท เติบโต 10% ต่อเนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมทำผมแฟชัน โดยจัสโมเดอร์น ครองส่วนแบ่งตลาด 10% ทำตลาดในช่องทาง ร้านเสริมสวย 30% ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ 30% และร้านค้าปลีกดั้งเดิม 30% จากสินค้าใหม่คาดทำให้บริษัทมียอดขายเพิ่ม 2025% โดยสิ้นปีมียอดขายรวม 600 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาเติบโต10%







