
พักความคิดหยุดจิตไว้ที่ธรรม (ตอน ๑)
ปุจฉา : เรียนถามพระคุณเจ้าว่า สิ่งที่ปรากฏเกิดขึ้นแก่โยมนี้เป็นการปรุงแต่งของจิตหรือไม่
ปุจฉา : เรียนถามพระคุณเจ้าว่า สิ่งที่ปรากฏเกิดขึ้นแก่โยมนี้เป็นการปรุงแต่งของจิตหรือไม่
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : เรียนถามพระคุณเจ้าว่า สิ่งที่ปรากฏเกิดขึ้นแก่โยมนี้เป็นการปรุงแต่งของจิตหรือไม่ แล้วจะแก้ไขอย่างไรให้ได้รับประโยชน์สูงสุด เมื่อเข้าพรรษาปีที่แล้ว ๒๕๕๓ โยมมีความตั้งใจว่าจะทำวัตรเย็นตลอดพรรษา ปรากฏว่าตั้งแต่เข้าพรรษาเป็นต้นไป ทุกๆ ตี ๒ ของทุกคืน โยมจะได้ยินเสียงสวดมนต์ ตี ๒-ตี ๔ เสียงนั้นจะดังก็ไม่ดัง จะเบาก็ไม่เบา ลุกขึ้นมาหาต้นเสียงปลายเสียงไม่เจอ และเสียงนั้นทำให้โยมนอนไม่หลับ หลับไม่ลงตลอด ๓ เดือน (โยมเป็นโรคตับอักเสบ B ถ้านอนไม่เพียงพอ ตอนเช้าจะเป็นไข้ตัวร้อน) พอออกพรรษาเสียงนั้นก็หายไป แม้โยมจะสวดมนต์บางครั้งบางคราวก็ไม่ปรากฏเสียงนั้นอีก แล้วระยะนี้โยมก็เริ่มได้ยินเสียงสวดมนต์อีกแล้ว เป็นเวลาเดิมๆ ถึงแม้จะไปนอนต่างจังหวัดก็ได้ยินเหมือนเดิม (อาจจะเพราะใกล้เข้าพรรษาก็ได้) จึงน้อมกราบพระอาจารย์ช่วยชี้แจงธรรมตามควรด้วยเถิด
กราบนมัสการด้วยความเคารพยิ่ง
(ขอไม่เอ่ยนาม)/เจริญนคร คลองสาน กรุงเทพฯ
วิสัชนา : ขอเจริญพรสาธุ ผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา และมีศรัทธาใน “ธรรมส่องโลก” นสพ.โพสต์ทูเดย์ทุกท่าน จากจดหมายที่ปุจฉาเข้ามาของอุบาสิกาจากเจริญนคร คลองสาน กรุงเทพฯ เพื่อขอทราบว่าสภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ... จะทำอย่างไรให้ได้ประโยชน์ โดยระบุว่าสภาวธรรมดังกล่าวมักจะเกิดในกาลก่อนเข้าพรรษา ประมาณทุกตี ๒ ของทุกคืนจะได้ยินเสียงสวดมนต์ ซึ่งไม่มีที่มาของต้นเสียง พอออกพรรษาเสียงนั้นก็หายไป โดยเริ่มมีอาการดังกล่าวเมื่อก่อนเข้าพรรษาปี ๒๕๕๓ พอออกพรรษาเสียงนั้นก็จะหายไป... และขณะนี้ก่อนเข้าพรรษาปีนี้ก็มีอาการดังกล่าวเกิดขึ้นอีก แม้จะไปนอนอยู่ต่างจังหวัดก็ได้ยินเสียงสวดมนต์ดังกล่าว... จึงมีคำถามว่า สิ่งที่ปรุงแต่งเกิดขึ้นนี้จะแก้ไขอย่างไรให้ได้รับประโยชน์สูงสุด!? ปรากฏการณ์นี้เป็นการปรุงแต่งของจิตหรือไม่!! อาตมาได้รับจดหมายดังกล่าวมาหลายวันแล้ว แต่เพิ่งได้มีโอกาสตอบ เพราะ “ธรรมส่องโลก” มีคำถามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บางฉบับก็เป็นการแสดงความคิดเห็นร่วมกับประเด็นปัญหาที่ตอบไป ซึ่งยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำมาตีพิมพ์ใน “ธรรมส่องโลก” หากพิจารณาเห็นว่าถูกต้องและมีประโยชน์ต่อผู้อ่าน จากปุจฉาดังกล่าว ก็คงเป็นเรื่องปกติของนักปฏิบัติธรรม หรือผู้มีความเพียรเพ่งในทางจิตภาวนา ซึ่งมักจะมีสภาวธรรมต่างๆ เกิดขึ้นผ่านเข้าสู่จิตวิญญาณ ซึ่งหากรู้จักพิจารณาด้วยสติปัญญา ก็จะเกิดประโยชน์ที่จะได้รู้แจ้งในสภาวธรรมเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นรูปธรรม หรือนามธรรม ที่ตั้งขึ้นเป็นคติหรือนิมิต หากเพียงแต่รู้จักการคิดพิจารณาโดยแยบคาย... เพื่อเข้าให้ถึงชั้นความจริงของเรื่องนั้นๆ ว่า มีปัจจัยส่งต่อสืบเนื่องกันมาอย่างไร และอะไรทำให้เกิดปัจจัยนั้นๆ... เพื่อการเข้าถึงสมุทัยของเรื่อง... ก็จะได้รับประโยชน์สูงสุด!! ดุจดังเช่นกรณีที่กล่าว... หากถามว่าสิ่งที่ปรากฏเกิดขึ้นนั้นเป็นการปรุงแต่งทางจิตหรือไม่... ก็คงจะตอบกว้างๆ ว่า สืบเนื่องเกี่ยวข้องกับสภาพจิตสังขารแน่นอน แต่จะเป็นสภาพธรรมจากภายนอกหรือภายในนั้นคงต้องพิจารณาเป็นกรณีไป และไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใดก็แล้วแต่ ก็คงจะเป็นธรรมดาของความเกี่ยวเนื่องอันเกิดการปรุงแต่งตามอำนาจจิตสังขารที่มีอวิชชาเป็นปัจจัย...
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







