
ปั่นไป ปลูกไป
มือโตเท่าใบลาน...แล้วใบลานมันใหญ่เท่าไหนนะ
มือโตเท่าใบลาน...แล้วใบลานมันใหญ่เท่าไหนนะ
โดย...จารินี โกศะรถ
มือโตเท่าใบลาน...แล้วใบลานมันใหญ่เท่าไหนนะ
ได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปกับ ททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) ในโครงการ คืนต้นลาน...สู่ป่า ณ อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรี
8 โมงเช้าออกเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพงพร้อมแก๊งคาราวานสองล้อมุ่งสู่สถานีปราจีนบุรี ระหว่างทางที่รถไฟเคลื่อนตัวออกจากสถานีอย่างช้าๆ พลางหยิบรายละเอียดการเดินทางครั้งนี้ขึ้นมาอ่าน “โครงการคืนต้นลาน...สู่ป่า” ต้นลานมันมีหน้าตา...แบบไหนกัน คงเป็นเหตุผลนี้เองที่มีการรณรงค์คืนต้นลานสู่ป่า แล้วต้นลานมันมีประโยชน์อย่างไร... “หนูๆ ปาท่องโก๋ไหมลูก” เสียงของคุณลุงนักปั่นผู้ร่วมทริปขัดจังหวะขึ้น แล้วต่อด้วยการบรรยายที่
มาของปาท่องโก๋ว่ามาจากตลาดศรีย่านกำลังร้อนๆ เป็นสัญญาณให้เรารีบกินในขณะที่มันยังร้อนอยู่ เพื่ออรรถรสที่จะได้รับจากมันอย่างเต็มที่... คุณลุงจากไปแต่ความประทับใจยังอยู่ ไม่ใช่ความอร่อยของปาท่องโก๋ หากแต่เพราะน้ำใจของคุณลุงที่หยิบยื่นมาพร้อมกับปาท่องโก๋ชิ้นนั้นต่างหาก
เวลาผ่านไป เจ้าพาหนะบนรางยาวก็พาเรามาถึงสถานีปราจีนบุรี ใช้เวลา 3 ชั่วโมงในการเดินทาง อาจเป็นเวลาที่นานพอดูหากเทียบกับเวลาของการเดินทางโดยรถยนต์ แต่การได้ละเลียดเวลาไปกับทิวทัศน์สองข้างทางในเวลาเช้าบนรถไฟ ถือเป็นการใช้เวลาเสพสิ่งที่น้อยครั้งจะได้มีโอกาสมาสัมผัส ก็ถือเป็นการเดินทางที่ดีไม่น้อย
กิจกรรมแรกของวัน คือการออกเดินทางพร้อมกันในรูปแบบคาราวานจักรยานสู่แหล่งท่องเที่ยวใน จ.ปราจีนบุรี สถานที่แรกคือ ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้เรียนรู้เรื่องแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย ที่นี่มีผลิตภัณฑ์ทำจากสมุนไพรต่างๆ อาทิ ดอกอัญชัน ขมิ้น รางจืด ฯลฯ ที่นำมาสกัดเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ เมื่อจับจ่ายสินค้าจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็พร้อมเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์ แหล่งรวบรวมตะเกียงโบราณนับหมื่นที่มีตะเกียงรูปร่างแปลกตามากมาย บางชิ้นมีอายุหลายสิบปี คาราวานสองล้อเลยถือเอาที่นี่เป็นจุดแวะพักเหนื่อย และเดินดูตะเกียงกันเพลินตา เมื่อหายเหนื่อยก็เตรียมเดินทางสู่ที่พักอีกราว 70 กิโลเมตร
บ่าย 3 โมง เราเดินทางมาถึงที่พัก ณ ผึ้งหลวงแคมป์กราวด์ บรรยากาศภายในสถานที่พักมีความร่มรื่น เนื่องจากมีต้นไม้ใหญ่อยู่มากมาย ความพิเศษของที่นี่คือกิจกรรมทดสอบกำลังกายและกำลังใจ ทั้งสะพานเชือก สลิงโรยตัว ไว้บริการผู้ที่ชอบความท้าทายอีกด้วย
รุ่งเช้าของวันถัดมา คณะนักปั่นพร้อมพาหนะคู่ใจออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ผืนป่ามรดกโลกเขาใหญ่-ดงพญาเย็น “อุทยานแห่งชาติทับลาน” สถานที่แห่งนี้เป็นป่าลานผืนสุดท้ายที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดของประเทศไทย เจ้าหน้าที่ของอุทยานพาเราไปพบกับต้นลานที่มีอายุกว่าร้อยปี พร้อมสาธยายถึงคุณประโยชน์นานัปการ ตั้งแต่ใบจนถึงราก มาถึงตอนนี้เราก็ได้รู้แล้วว่าใบลานใหญ่แค่ไหน!!!
เจ้าหน้าที่ให้คำนิยามกับต้นลานว่า “ต้นไม้ดรามา” เหตุเพราะธรรมชาติของต้นลานเมื่อลานต้นแม่ออกดอกแล้วจะทิ้งตัวตายไปคล้ายแม่สละชีพเพื่อรักษาชีวิตใหม่ให้ดำรงอยู่ นั่นอาจเป็นเหตุผลให้เราต้องอนุรักษ์และปลูกทดแทนเพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของพรรณไม้ที่หายากชนิดนี้
วิธีคืนต้นลานสู่ป่า เป็นวิธีที่การปลูกป่าที่สนุกมากเท่าที่เคยได้ไปมา เพราะมันไม่ใช่การถือต้นกล้าแล้วนำไปฝังลงดินอย่างเคย แต่มันคือการยิงลูกลานด้วยหนังสติ๊กเพื่อให้ไปเกิดในป่า ท่าทางและระยะของวิถีการยิงบ่งบอกได้ถึงภูมิลำเนาที่มาของผู้ยิง (ถ้าเป็นเด็กเทพฯ ท่าทางจะเก้ๆ กังๆ มีระยะการยิงสั้นๆ เช่นผู้เขียนเป็นต้น)
เพลิดเพลินกับการยิงลูกลานพักใหญ่ ก็ถึงเวลาที่เราต้องผละจากความสนุกกับประสบการณ์แปลกใหม่ที่อยู่ตรงหน้ามันอาจเป็นทริปที่มีเวลาเพียงเล็กน้อยหากแต่มันมีคุณค่ามหาศาล ทั้งความรู้ที่ได้รับมากมาย และการได้เป็นส่วนหนึ่งของการคืนผืนลานให้ป่า นอกจากนั้นยังเป็นการเดินทางที่ลดพลังงาน รักษาโลก ตามวิถีคนรุ่นใหม่ใส่ใจธรรมชาติ
หากอยากจะหลบหลีกความวุ่นวายในเมืองหลวง สนใจความเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เช่นนี้ก็นับเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย







