
องค์กรรุ่นใหม่ พัฒนา “คน” อย่างไร ให้ก้าวไกลในอาเซียน
การเติบโตทางธุรกิจในทุกวันนี้ ปัจจัยหนึ่งที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญ
การเติบโตทางธุรกิจในทุกวันนี้ ปัจจัยหนึ่งที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญ
โดย...อณุศรา ทองอุไร
การเติบโตทางธุรกิจในทุกวันนี้ ปัจจัยหนึ่งที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญ และยอมรับว่าทำให้องค์กรก้าวเดินได้อย่างมั่นคงและประสบความสำเร็จได้นั้นก็คือ “คน” นั่นเอง เพราะเมื่อโลกเปลี่ยน องค์กรเปลี่ยน คนในองค์กรก็ต้องก้าวเดินให้ทันเช่นเดียวกัน หลายองค์กรจึงต้องหันมาทุ่มเทให้กับการพัฒนาบุคลากรกันอย่างแข็งขัน ยิ่งการแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบันที่ไม่เพียงแต่แข่งกันเองในประเทศเท่านั้น แต่ยังต้องสู้กับคู่แข่งที่มาจากหลากหลายประเทศอีกด้วย
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี ก็ขึ้นชื่อเรื่องการพัฒนาคนมาตั้งแต่อดีต ได้ประกาศเป้าหมายการเป็นผู้นำทางธุรกิจอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียนในปี 2015 แสดงถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับในระดับอาเซียน และแน่นอนว่าการเตรียมพร้อมด้าน “คน” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจก็ย่อมสำคัญไม่แพ้กัน
ชลณัฐ ญาณารณพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ประธานที่ปรึกษาการปรับปรุงหลักสูตร Management Development Program (MDP) หนึ่งในหลักสูตรพัฒนาพนักงานของเอสซีจี เล่าว่า หนึ่งในอุดมการณ์ 4 ของเอสซีจีคือ “เชื่อมั่นในคุณค่าของคน” เอสซีจีจึงได้วางกลยุทธ์และดำเนินการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรมาอย่างต่อเนื่อง
พัฒนาบุคลากรทุกระดับชั้น
เอสซีจีมีหลักสูตรสำหรับพัฒนาความรู้ความสามารถให้กับพนักงานอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งแบ่งหลักสูตรออกเป็น 4 ประเภท และครอบคลุมพนักงานทุกระดับ ได้แก่
1.หลักสูตร Functional Training
เพื่อเน้นพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถพื้นฐานที่พนักงานทุกคนควรมี รวมถึงพัฒนาทักษะและความรู้ที่จำเป็นต้องมีแตกต่างกันไปตามหน้าที่รับผิดชอบของพนักงานแต่ละคน เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้
2.หลักสูตร Business Management และหลักสูตร Leadership Management
ซึ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้านธุรกิจและบริหารจัดการ รวมถึงพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำของพนักงาน
3.หลักสูตร Overseas Expansion
เน้นการเตรียมความพร้อมสำหรับพนักงานที่จะไปปฏิบัติงานที่ต่างประเทศ
4.หลักสูตร Valued Innovation
ที่ช่วยส่งเสริมให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์ สามารถหาแนวทางและกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
แม้มีหลักสูตรพัฒนาพนักงานที่ครอบคลุมและหลากหลาย แต่เอสซีจีก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนารูปแบบหลักสูตร และการเรียนการสอนให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญเพื่อให้คนของเอสซีจีพร้อมกับการเติบโตของธุรกิจในอาเซียน
ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ
ล่าสุด เอสซีจีได้จัดหลักสูตร Management Development Program หรือ MDP เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้บริหารระดับกลางของเอสซีจี โดยร่วมกับสถาบันการศึกษาระดับชั้นนำของโลก เพื่อมุ่งพัฒนาผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละสายงาน หรือจะเรียกว่าเป็น Functional Manager ให้เป็น General Manager คือผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญที่กว้างขวางมากขึ้น เตรียมพร้อมสู่ความเป็นผู้บริหารที่ดูแลธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต
สมธิดา ไชยเวช ผู้จัดการพัฒนาธุรกิจค้าปลีก บริษัท เอสซีจี เน็ตเวิร์ค แมเนจเม้นท์ ในเครือเอสซีจี ดิสทริบิวชั่น หนึ่งในผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร MDP เล่าถึงความประทับใจในการเข้าร่วมอบรมว่า เป็นหลักสูตรที่ส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ในด้านต่างๆ ที่ลึกขึ้น และเห็นภาพรวมการทำงานของธุรกิจมากขึ้น มีการเรียนการสอนในรูปแบบที่น่าสนใจและหลากหลาย ทั้งการบรรยายกรณีศึกษากิจกรรม Workshop การจำลองสถานการณ์ การเสวนากลุ่มย่อย และการทำงานโปรเจกต์ตามที่ได้รับมอบหมาย และสิ่งที่โดดเด่นของการเรียนการสอนในรุ่นนี้ก็คือ การเรียนการสอนแบบ Paperless คือนำ iPad มาใช้เป็นอุปกรณ์การเรียนให้ผู้เข้าร่วมอบรมทุกคน ซึ่งนอกจากจะเป็นการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ช่วยให้เกิดการเรียนรู้แล้ว ยังใช้อ่านตำราเรียนแทนการใช้แฟ้มเอกสาร สามารถแชร์ข้อมูล หรือประชุมกลุ่มย่อยทาง iPad ได้อีกด้วย
“สิ่งสำคัญที่ผู้เข้าร่วมอบรมทุกคนได้รับและเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงาน นั่นก็คือการสร้าง Network ระหว่างผู้เข้าร่วมอบรมที่มาจากหลากหลายสายงาน หลากหลายธุรกิจ ซึ่งนอกจากจะได้แลกเปลี่ยนความรู้เพื่อเปิดโลกทัศน์แล้ว ยังเป็นการสร้างเครือข่ายการทำงานต่อไปในอนาคตอีกด้วย” สมธิดา กล่าว
การพัฒนา “คน” ของเอสซีจีนั้นทำมาอย่างต่อเนื่อง เพราะอย่างหลักสูตร MDP เองนี้ ก็จัดมาแล้วกว่า 20 ปี ซึ่งในแต่ละปีจะมีผู้เข้าร่วมอบรมที่เป็นผู้บริหารระดับกลางเข้าร่วมกว่า 50 คน โดยทุกคนก็ทุ่มเทกับการพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญของตนอย่างเต็มที่ เรียกได้ว่าตั้งใจเรียนกันสุดๆ เพราะว่าต้องเก็บตัวเรียนกันอย่างเดียวเป็นเวลากว่า 1 เดือน ยังไม่นับเวลาเตรียมตัวในการศึกษา Case Study หรือเตรียมงานกลุ่มและการนำเสนอ
“เอสซีจีหวังว่าพนักงานที่เข้าร่วมอบรมทุกคนจะได้นำสิ่งที่เรียนไปปฏิบัติใช้งานจริง พัฒนาด้านนวัตกรรม สามารถสร้างสรรค์งานที่นำมาต่อยอดและบริหารต่อได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและองค์กร การจัดหลักสูตรอบรมดังกล่าวจะช่วยพัฒนาผู้บริหารระดับกลาง ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันธุรกิจ ให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น มีมุมมองด้านธุรกิจที่กว้างขึ้น เพื่อรองรับการขยายธุรกิจให้เติบโตในอาเซียน” ชลณัฐ กล่าวทิ้งท้าย







