
ปลูกป่า...เพื่อสาธยายพระไตรปิฎก
เรื่อง : แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต
เมื่อกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ในวันที่นามเสถียรธรรมสถานยังไม่ปรากฏ จะมีก็เพียงผืนดินกว่า 14 ไร่ ที่เต็มไปด้วยดินแดงที่แตกระแหง ไร้ชีวิต และความชุ่มเย็น มองไปทางใดก็เวิ้งว้าง ด้วยยังไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ ในซอยวัชรพล
ต้นไม้ใหญ่อายุนับร้อยปีถูกบรรทุกมาบนรถสิบล้อ รถแปดล้อ จากหลายถิ่นหลายที่ โดยมีรถเครนรับหน้าที่ยกและวางลงหลุมใหญ่ที่จัดเตรียมไว้รอท่า ตามด้วยการเอาดินกลบและปักลำไผ่ที่แข็งแรง เพื่อช่วยยึดโยงและพยุงให้ต้นไม้แต่ละต้นยืนต้นอย่างมั่นคง
จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม จากสามเป็นสี่ เป็นสิบ เป็นร้อย ค่อยๆ เพิ่ม...
จนผืนดินแห้งแล้งกลายเป็นป่าปลูกมือที่ร่มเย็น
แล้วบรรยากาศเก่าๆ ในวันเหล่านั้นก็กลับมาอีกครั้ง...
เมื่อเวลา 3 นาฬิกาเศษๆ ของเช้าวันที่ 9 ก.พ. 2553 ที่ผ่านมา สมาชิกของชุมชนเสถียรธรรมสถานมารวมตัวกัน ณ สถูปมนต์ประภัสสรโดยมิได้นัดหมาย เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่เกือบ 30 ชีวิต
บนเนื้อที่กว่า 2 ไร่ บนพื้นที่ใหม่ของเสถียรธรรมสถาน ต้นไม้ใหญ่อายุนับร้อยปี อาทิ กันเกรา มะค่า ถูกบรรทุกมาบนรถสิบล้อ รถแปดล้อ จากหลายถิ่นหลายที่ โดยมีรถเครนรับหน้าที่ยกและวางลงหลุมใหญ่ที่จัดเตรียมไว้รอท่า ตามด้วยการเอาดินกลบ และปักลำไผ่ที่แข็งแรง เพื่อช่วยยึดโยงและพยุงให้ต้นไม้แต่ละต้นยืนต้นอย่างมั่นคง
จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม จากสามเป็นสี่ ค่อยๆ เพิ่ม...
ต่อเติมความเขียวให้ขยายพื้นที่กว้างขวางขึ้น
มีคนเคยถามว่า ทำบุญอะไรได้บุญทั้งกลางวันกลางคืน
ข้าพเจ้าคิดว่า สร้างศาลา สร้างสะพาน ขุดบ่อน้ำ และปลูกต้นไม้
ต้นไม้หนึ่งต้นที่เราปลูกมิได้ให้ออกซิเจนเฉพาะแต่กับคนปลูก แต่เป็นการให้ออกซิเจนกับโลก ซึ่งก็เท่ากับเป็นการทำกุศลกับสิ่งแวดล้อมตลอดไปทั้งวันทั้งคืน แล้วเราก็จะใช้ป่านี้เป็นไปเพื่อความสงบเย็นและเป็นประโยชน์ต่อไป...
วันที่ 18 ก.พ.นี้ จะมีการบวชพุทธสาวิกาของนิสิตสาวิกาสิกขาลัย นักศึกษาในระดับปริญญาเอกและผู้หญิงที่สนใจในธรรมจำนวน 9 คน
และในวันที่ 2022 ก.พ. สามวันนี้ เสถียรธรรมสถานได้จัดให้มีการสาธยายพระไตรปิฎก เพื่อร่วมเฉลิมฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ ในปีพ.ศ. 2555 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งงานนี้เป็นอานิสงส์จากการที่ข้าพเจ้าได้รับเชิญให้ไปเป็นหนึ่งในการสาธยายพระไตรปิฎกของชาวพุทธนานาชาติ ครั้งที่ 5 ณ บริเวณใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ เมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย อันเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธองค์
เป็นเวลากว่า 700 ปีมาแล้ว ที่ไม่เคยมีการรวมตัวกันของคณะสงฆ์ในเถรวาทจากหลากหลายประเทศ ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ ประเทศอินเดีย เพื่อสาธยายพระไตรปิฎกร่วมกัน
บรรยากาศในวันนั้นของเมื่อ 700 ปีที่ผ่านมา...คงไม่มีใครสามารถบรรยายให้ฟังได้ว่าเป็นเช่นไร ทว่าสำหรับการสาธยายพระไตรปิฎกใน 700 ปีให้หลัง สิ่งที่ข้าพเจ้าสัมผัสได้ด้วยตาของตนเองคือ ความมืดฟ้ามัวดินที่เกิดจากพุทธบริษัทจำนวนมหาศาล และเหล่าภิกษุสงฆ์จากนานาชาติ อันประกอบด้วยบังกลาเทศ กัมพูชา อินเดีย ลาว พม่า เนปาล ศรีลังกา ไทย และสังฆมณฑลเถรวาทอื่นๆ ทั่วพุทธคยา มารวมตัวกัน ในการสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติเป็นภาษาบาลี ที่ทำให้เห็นถึงความศรัทธาอันแรงกล้า
รวมทั้งความสมัครสมานสามัคคีในการร่วมเป็นหนึ่งในมหากุศลในครั้งนี้
“
เมื่อบุคคลใดได้ตั้งใจสาธยายพระไตรปิฎก ย่อมก่อให้เกิดบุญและอานิสงส์มากมายหาประมาณมิได้”ข้าพเจ้าเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า นอกจากคนไทยทุกคนจะมีความศรัทธาอันแรงกล้า รวมทั้งความสมัครสมานสามัคคีในการร่วมเป็นหนึ่งในมหากุศลแล้ว พวกเรายังมีเจตนารมณ์สำคัญที่ตรงกันคือ
“
บุญกุศลที่ยิ่งใหญ่อันพึงจะเกิดขึ้น พวกเราขอน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”ข้าพเจ้าจึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจมาร่วมสร้างมหากุศลด้วยการสาธยายพระไตรปิฎก ในวันที่ 2022 ก.พ. โดยพร้อมเพรียงกัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสาธยายพระไตรปิฎกได้ที่เสถียรธรรมสถาน 025090085







