
ให้ความเศร้านำทางเราไป
การจากพรากคือ ความเจ็บปวด ความเจ็บปวดจากการจากพรากนั้นจะมากหรือน้อยแค่ไหน
การจากพรากคือ ความเจ็บปวด ความเจ็บปวดจากการจากพรากนั้นจะมากหรือน้อยแค่ไหน
โดย...แหนงดู
การจากพรากคือ ความเจ็บปวด ความเจ็บปวดจากการจากพรากนั้นจะมากหรือน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับระดับความใกล้ชิด ผูกพัน และช่วงเวลา บางคนยังไม่ทันได้บอกลาก็ต้องจากกันไปชั่วชีวิต นั่นจึงกลายเป็นความเจ็บปวดที่ลึกซึ้ง ยาวนาน โดยที่แต่ละคนก็มีหนทางในการแสดงความเจ็บปวด (หรือเก็บซ่อน) ที่แตกต่างกันออกไป
ขณะที่ เกรซ ผู้เป็นภรรยาปฏิบัติหน้าที่ในอิรัก สแตน ฟิลิปป์ส ก็อยู่บ้านเลี้ยงดูลูกสาวคือ ไฮดี วัย 12 ขวบ และ ดอว์น วัย 8 ขวบ พร้อมกับทำงานในร้านขายอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือน
เช้าวันหนึ่งข่าวร้ายก็มารอ สแตน อยู่ที่หน้าประตูบ้าน เขาไม่กล้าบอกข่าวร้ายกับลูก จึงพาเด็กๆ ขึ้นรถและออกเดินทางไปสวนสนุกในรัฐฟลอริดาตามความต้องการของ ดอว์น ระหว่างทางพ่อพาลูกๆ แวะเยี่ยมย่า และได้เจอกับน้องชายวัยสามสิบเศษที่ยังคงอาศัยอยู่กับแม่
ระหว่างนั้น สแตน จึงได้พบว่า ไฮดี มีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการขาดแม่และการใช้ชีวิตอยู่กับพ่อที่ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ความรู้สึก ส่วน ดอว์น ก็ร่าเริงประสาสนุกสนานตามประสาเด็ก (จริงหรือ?)
3 คนพ่อลูกได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ได้รู้จักกันและกันมากขึ้น แล้ว สแตน ก็รวบรวมความกล้าหาญที่จะบอกกับเด็กๆ ว่า เกรซ แม่ของพวกเธอได้จากไปแล้ว
แรกเริ่มเดิมทีหนังเรื่องนี้จะเป็นหน้าที่กำกับของ ร็อบ ไรเนอร์ แต่เขาก็ออกจากโปรเจกต์นี้ไปก่อนโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ เจมส์ ซี. สเตราส์ คนเขียนบทต้องมารับหน้าที่แทน
ความน่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ที่ประเด็นเรื่องซึ่งต้องตรงกับยุคสมัย รวมทั้งวิถีความเป็นไปในชีวิตครอบครัวชาวอเมริกัน แต่หนังค่อนข้างจะ “แบน” ไปสักหน่อย บางตอนก็พยายามจะบังคับให้คนดูหลั่งน้ำตา ทั้งๆ ที่เราอาจจะไม่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
หนึ่งในฉากอารมณ์ที่ประทับใจไม่น้อยคือ เมื่อ ดอว์น หายตัวไปคนเดียวระหว่างซื้อของอยู่ในห้าง สะท้อนให้เห็นว่า ลึกๆ ลงไปเบื้องหลังความสนุกสนานร่าเริงแบบเด็กๆ เธอคิดถึงแม่ คิดถึงความเป็นครอบครัวและบ้าน
ดูแนวหนังแล้ว คนดูส่วนใหญ่คงคาดหวังว่า น่าจะมีซีนอารมณ์มากกว่านี้ แต่พอได้ดูก็พบว่า ค่อนข้างแห้งเหือดอารมณ์ลึกซึ้งและเศร้าโศก ขณะเดียวกันประเด็นทางด้านการเมือง Grace Is Gone ก็เข้าไปแตะเพียงเล็กน้อยและค่อนข้างจะเป็นไปเพียงดาษๆ อย่างเช่น ความคิดเห็นทางด้านการเมืองที่ไม่ตรงกันของคนในครอบครัว เป็นต้น
การแสดงของ จอห์น คูแซก นั้นยอดเยี่ยม แต่น่าเสียดายคือ บทอธิบายคาแร็กเตอร์ของตัวละครนี้ (รวมทั้งอื่นๆ) นั้นไม่ค่อยลึกและเนียนเท่าไหร่ เรียกได้ว่า ในเรื่อง สแตน แทบจะไม่ได้แสดงความเสียใจที่ภรรยาตายออกมาเลยทีเดียว เมื่อบวกกับการขาดความสมจริงในหลายจุดทำให้ความเชื่อมั่นในตัวละครไม่เกิดขึ้น
อาจจะเป็นอย่างที่บอกคือ แต่ละคนก็มีหนทางในการแสดงความเจ็บปวด (หรือเก็บซ่อน) ที่แตกต่างกันออกไป การเก็บเงียบให้ความรู้สึกอวลอยู่ภายในแบบ สแตน ก็คงเป็นอีกหนทางหนึ่ง
ที่น่าจับตาคือ สาวน้อยที่มารับบทลูกของจอห์น พวกเธอน่ารักและมีความสามารถ โดยเฉพาะ ชีแลน ที่ “มีของ” ในตัวอย่างเหลือล้น
สำหรับคนที่ชอบหนังซึ่งมีเด็กๆ เป็นตัวเอกก็น่าจะชอบอกชอบใจกับ Grace Is Gone อยู่พอสมควร และดูกันได้เพลินๆ
&<2288;







