
'ฉันมิใช่ขยะ...นะจ๊ะ'ชวนเก๋บพลาสติกมารีไซเคิล
การปลูกฝังให้รักษ์ธรรมชาติต้องเริ่มตั้งแต่ภายในครอบครัว กิจธวัช ฤทธีราวี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย)
การปลูกฝังให้รักษ์ธรรมชาติต้องเริ่มตั้งแต่ภายในครอบครัว กิจธวัช ฤทธีราวี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย)
ชวนคนไทยไม่ทิ้งขยะด้วยการจัดทำโครงการ “ฉันมิใช่ขยะ...นะจ๊ะ” เพื่อรณรงค์ให้พนักงาน และผู้ประกอบธุรกิจแอมเวย์ นำบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้แล้วของตนเองกลับคืนมายังบริษัทเพื่อการนำกลับมาแปรรูปใช้ประโยชน์ได้อีก อีกทั้งปลูกฝังให้คนในองค์กรรู้จักการคัดแยกขยะที่ถูกวิธี เพื่อช่วยลดปริมาณขยะให้สามารถนำกลับมารีไซเคิลหรือแปรรูปใช้ใหม่ ถือเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง
สู่ผู้เกี่ยวข้องกว่าล้านครอบครัว
เริ่มจากตนเอง : กิจธวัช เล่าถึงแรงบันดาลใจของการทำโครงการ “ฉันมิใช่ขยะ...นะจ๊ะ” ว่า เกิดขึ้นเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ด้วยบริษัทแม่เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยปณิธานต่อสิ่งแวดล้อมที่เชื่อว่าการจัดการและการใช้ทรัพยากรของโลกซึ่งมีอยู่จำกัด ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม ตลอดจนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้น เป็นความรับผิดชอบของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือบุคคลใด ดังนั้นในฐานะที่เป็นบริษัทผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคระดับแนวหน้า และมีนักธุรกิจแอมเวย์ในระบบขายตรงกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก พวกเขาจึงตระหนักถึงความรับผิดชอบและบทบาทของตนทั้งในด้านการสนับสนุน และส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้อยู่ในสภาวะที่ดี และทำต่อเนื่องมาโดยตลอด
แอมเวย์ ประเทศไทยนั้น ได้สานต่อปรัชญาที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบกับบริษัทตระหนักถึงวิกฤตการณ์ขยะที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้ริเริ่มโครงการ “ฉันมิใช่ขยะ...นะจ๊ะ” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เพื่อรณรงค์ให้นักธุรกิจของเรา รวมทั้งสมาชิก และพนักงาน ได้แสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ด้วยการนำบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้แล้วของบริษัทกลับคืนมายังบริษัทเพื่อนำกลับไปแปรรูปมาใช้ประโยชน์ได้อีก
ปัจจุบันโครงการก็ประสบความสำเร็จดี แต่จะประสบความสำเร็จไปไม่ได้หากขาดแรงสนับสนุนจากนักธุรกิจแอมเวย์ สมาชิก และพนักงาน ดังนั้น บริษัทจึงได้สื่อสารแบบครบวงจรเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้โครงการ โดยกำหนดมอบของที่ระลึกแก่ผู้ที่นำบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้แล้วของแอมเวย์มาคืน ถ้านำบรรจุภัณฑ์มาคืนจำนวนมากก็จะได้รับของที่ระลึกที่มีมูลค่าสูง หรือจำนวนชิ้นมากตามไปด้วย โครงการดำเนินมา 17 ปี ก็ได้รับผลตอบรับเป็นที่น่าพึงพอใจ เพราะมีนักขายตรง สมาชิก รวมทั้งพนักงาน นำบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้แล้วกลับมาคืนยังบริษัทกว่า 11 ล้านชิ้น
แนะวิธีดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างง่ายๆ : เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ทุกคนบนโลกนี้ควรตระหนักร่วมกัน กิจธวัช แนะว่า การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมสามารถทำได้ง่ายๆ โดยเริ่มที่ตัวเราเองก่อน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ให้คำนึงว่าเราได้มีส่วนช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมหรือใช้ทรัพยากรของโลกอย่างประหยัดหรือไม่ เพียงยึดหลัก 3R คือ Reduce (ลด) หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้หรือบริโภคของบางอย่างที่ก่อให้เกิดขยะได้ ก็พยายามใช้ให้น้อยลง Reuse (ใช้ซ้ำ) พยายามใช้ของที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงการซ่อมแซมของที่ยังใช้ได้อยู่เพื่อจะได้ไม่กลายเป็นขยะเร็วเกินไป หรือการบริจาคสิ่งของที่เราไม่ใช้แล้วแต่อาจจะยังเป็นประโยชน์กับคนอื่นได้ ก็ควรบริจาค แทนที่จะทิ้งให้กลายเป็นขยะรีไซเคิล
“วัสดุที่สามารถนำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลได้ เป็นวัตถุดิบที่มีค่าสำหรับอุตสาห กรรมอื่น ไม่ใช่เป็นแต่เพียงขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นถ้าเราเปลี่ยนมุมมองใหม่ คัดแยกขยะให้ถูกประเภท เพื่อให้ขยะรีไซเคิลได้กลับสู่กระบวนการผลิตได้อย่างเหมาะสม ก็จะสร้างประโยชน์มากมายให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมของเราได้ ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ผลิตภัณฑ์อย่างคุ้มค่า จึงเป็นวิธีหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เราในฐานะองค์กรเอกชนรายหนึ่ง บริษัทคำนึงถึงสิ่งนี้ผ่านการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีสูตรเข้มข้น ทำให้ลดการใช้พลาสติกในการผลิตบรรจุภัณฑ์ หรือส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์ แอล.โอ.ซี. ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดแรกของบริษัทที่คิดค้นขึ้นเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว ผลิตภัณฑ์นี้ปลอดภัยต่อระบบน้ำทิ้ง โดยน้ำที่เกิดจากการใช้งานสามารถนำมารดน้ำต้นไม้โดยไม่เกิดอันตราย เป็นต้น”
จัดการกับขยะอย่างถูกวิธี : สิ่งที่ กิจธวัช เป็นกังวลเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมคือปริมาณขยะในสังคมที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี เป็นเรื่องที่เราทุกคนควรให้ความสำคัญ
“เราต้องเริ่มใส่ใจอย่างจริงจังและให้ความสำคัญต่อการช่วยลดปริมาณขยะในสังคมไทย เพื่อให้เราได้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ดี อีกทั้งคนในสังคมก็จะมีสุขภาพกายใจที่ดีตามไปด้วย เราก็ยินดีที่โครงการเหล่านี้จะกลายเป็นฟันเฟืองเล็กๆที่ขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวสู่ความเจริญอย่างยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่งคั่งทางทรัพยากร อันจะช่วยลดทอนคลี่คลายปัญหาสิ่งแวดล้อมได้” กิจธวัชกล่าวถึงสิ่งที่คาดหวัง







