posttoday
แรงต้านถ่านหินขยายวง ระวังกลายเป็นไฟลามทุ่ง

แรงต้านถ่านหินขยายวง ระวังกลายเป็นไฟลามทุ่ง

29 กรกฎาคม 2554

จากข้อมูลของกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ประเทศไทยมีปริมาณสำรองถ่านหินทั้งสิ้น 2,197 ล้านตัน

จากข้อมูลของกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ประเทศไทยมีปริมาณสำรองถ่านหินทั้งสิ้น 2,197 ล้านตัน

แหล่งสำคัญอยู่ในภาคเหนือประมาณ 1,800 ล้านตัน หรือ 82% ของปริมาณสำรองถ่านหินที่มีอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ส่วนอีก 394 ล้านตัน หรือ 18% อยู่ในภาคใต้

ถ่านหินส่วนใหญ่ที่พบในประเทศไทยจะเป็นลิกไนต์และซับบิทูมินัส มีคุณภาพต่ำกว่าถ่านหินในต่างประเทศ มีความร้อนระหว่าง 2,800-5,200 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัม หรือถ่านลิกไนต์ 23.7 ตัน จะให้ค่าความร้อนเท่ากับน้ำมันเตา1 ตัน ในประเทศไทยจะพบถ่านหินมากที่สุดที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง และกระบี่

หากเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของถ่านหินกับเชื้อเพลิงอื่นๆ ถ่านหินมีข้อดีอยู่มากทั้งด้านปริมาณสำรองที่ยังเหลืออยู่มาก การขนส่ง การเก็บรักษาก็ง่ายสะดวกสบาย และราคาไม่แพงมาก แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นถ่านหิน คนก็มักขยาดกลัวไปต่างๆ นานา จึงมีการต่อต้านมาโดยตลอดในหลายพื้นที่

แรงต้านถ่านหินขยายวง ระวังกลายเป็นไฟลามทุ่ง

เพียงแค่รู้ว่าจะมีการก่อสร้าง ชาวบ้านก็ขยับเคลื่อนไหวคัดค้านกันแล้ว เพราะพวกเขามีบทเรียนอันเจ็บปวดจากโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ จ.ลำปาง ที่ปล่อยมลภาวะสู่อากาศ จนส่งผลกระทบต่อชาวบ้านและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างหนัก ทำให้ชาวบ้านต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เรียกร้องสิทธิของตนเอง และต้องปิดเหมืองในที่สุด

ล่าสุด เห็นการรวมตัวของชาวบ้านหลายอำเภอใน จ.สมุทรสาคร เพื่อต่อต้านเรือขนส่งถ่านหิน ครั้งนี้ไม่ใช่ต่อต้านโรงฟ้า หรือต่อต้านโรงงานอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนมาใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในการเดินเครื่อง แค่เรือขนถ่านหินมาส่งให้โรงงาน ทำไมชาวบ้านต้องเป็นเดือดเป็นร้อน ถึงกับลุกฮือมาปิดถนนพระราม 2 ถนนสายหลักของการเดินทางจากภาคใต้สู่กรุงเทพฯ จนทำให้รถราติดขัดนานหลายชั่วโมง

แรงต้านถ่านหินขยายวง ระวังกลายเป็นไฟลามทุ่ง

ความจริงชาวบ้าน อ.บ้านแพ้ว อ.กระทุ่มแบน และ อ.เมือง ได้คัดค้านเรือขนส่งถ่านหินมาตั้งแต่ปี 2548 เพราะได้รับผลกระทบจากการฟุ้งกระจายของละอองถ่านหินที่เกิดจากการขนส่งและการจัดเก็บ แต่ไม่ดังเหมือนการปิดถนน

ชาวสวนส้ม สวนมะพร้าว สวนมะม่วง สวนกล้วยไม้วังปลาสลิด และชาวประมง เคยรวมตัวร้องเรียนต่อสภาผู้แทนราษฎรและทางจังหวัดให้สั่งห้ามเรือบรรทุกถ่านหินวิ่งผ่านแม่น้ำท่าจีน เพราะเชื่อว่าละอองถ่านหินที่ฟุ้งกระจายทำให้พืชผลของพวกเขาออกผลผลิตน้อยลง สัตว์น้ำที่เลี้ยงไว้และอาศัยอยู่ตามธรรมชาติลดน้อยลง โดยเฉพาะปลากระบอก ปลาพื้นเมืองแม่น้ำท่าจีนที่เคยมีอยู่อย่างชุกชุม ก็หดหายแทบไม่เหลือให้จับ

แรงต้านถ่านหินขยายวง ระวังกลายเป็นไฟลามทุ่ง

เหตุการณ์เมื่อต้นเดือน ก.ค. เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ชาวบ้านมารวมตัวปิดถนนประท้วงอย่างจริงจัง เพื่อเรียกร้องให้ทางจังหวัดจัดการกับเรือบรรทุกถ่านหิน เพราะผลกระทบใกล้ตัวเข้ามาทุกที ฝุ่นละอองถ่านหินเกาะตามหลังคาบ้าน ต้นไม้ พอฝนตกลงมาน้ำก็ไม่สามารถนำไปใช้ได้ เมื่อลมพัดมาก็จะมีอาการคันตามผิวหนัง

กำจร มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร และ ศรัณย์ณัฐ ประมงทรัพย์ ที่ปรึกษาสมาคมการประมงสมุทรสาคร 2 แกนนำหลักในนามกลุ่มต่อต้านถ่านหินอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิต เล่าว่า เดิมกลุ่มประมงเดิมไม่ทราบว่ามีเรือบรรทุกถ่านหินวิ่งผ่านจากปากแม่น้ำเข้ามาทางแม่น้ำท่าจีน เพราะจะมีสิ่งปิดบังไว้ไม่ให้รู้ จึงทำให้คิดว่าเป็นกากถั่วเหลือง หรือกากน้ำตาลทราย

แรงต้านถ่านหินขยายวง ระวังกลายเป็นไฟลามทุ่ง

มาระยะหลังเห็นเรือบรรทุกถ่านหินวิ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยถ่านหินส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย บรรทุกมาครั้งละเป็นหมื่นตัน บรรทุกเข้าเป็นภูเขาเคลื่อนที่ ไม่ปิดบัง เพราะบางครั้งจะมีไฟลุกถ่านหินตลอด จนต้องคอยฉีดน้ำดับไฟ ชาวประมงหวังดีเคยไปช่วยฉีดน้ำดับไฟเพราะไม่รู้ว่าเป็นอะไร

ถ่านที่นำเข้ามา โรงงานอุตสาหกรรมประเภทโรงหลอม อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ป่า ไก่ ปลาป่น ในพื้นที่จะนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมันเตา จะทำให้ต้นทุนการผลิตถูกกว่ามาก จากการเก็บข้อมูลพบว่ามีโรงงานอุตสาหกรรมใน จ.สมุทรสาคร ประมาณ 130 แห่ง จาก 4,000-5,000 แห่ง เปลี่ยนมาใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง และเริ่มเปลี่ยนมาใช้ถ่านหินอีกหลายแห่ง

แรงต้านถ่านหินขยายวง ระวังกลายเป็นไฟลามทุ่ง

เรือที่ขนส่งถ่านหินเข้ามาจะบรรทุกเกินจากที่ขออนุญาต เมื่อบรรทุกผ่านแม่น้ำท่าจีนจะผ่านสะพานต่างๆ ได้ แต่พอขนถ่านหินลงตามท่าเทียบเรือต่างๆ แล้ว เรือยกตัวขึ้นไม่สามารถนำเรือออกมาสู่ทะเลได้ ทำให้ต้องสูบน้ำเข้าเรือเพื่อให้เรือหนัก สามารถลอดสะพานได้ และก่อนออกทะเลจะต้องสูบน้ำทิ้งก่อน ทำให้น้ำจากถ่านหินที่ติดใต้ท้องเรือไปสร้างผลกระทบต่อแม่น้ำท่าจีนอย่างมาก ปลากระบอกที่เคยชุกชุม หรือสัตว์น้ำบางชนิดก็เริ่มหายไป สิ่งเหล่านี้เป็นความเชื่อของชาวประมง

โดยเฉพาะตรงบริเวณปากอ่าวมหาชัยเป็นแหล่งกำเนิดหอยพิมแหล่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย หอยพิมก็เริ่มหายไป ชาวประมงเชื่อว่าเกิดจากการสูบน้ำทิ้งกากถ่านหินลงไปปกคลุมหน้าดินที่หอยพิมอาศัยอยู่นั่นเอง ทำให้หอยพิมไม่สามารถขึ้นมาหายใจบนดินได้ และตายในที่สุด จนปัจจุบันหอยพิมเหลือน้อยลงทุกขณะ จากเดิมราคากิโลกรัมละไม่กี่บาท ขึ้นเป็นกิโลกรัมละนับพันบาทในปัจจุบัน

แรงต้านถ่านหินขยายวง ระวังกลายเป็นไฟลามทุ่ง

กำจร ย้ำว่า ท่าเรือที่ขออนุญาตขึ้นถ่านหินถูกกฎหมายมีอยู่ 5 ท่าเท่านั้น ขณะเดียวกันมีท่าเถื่อนเกิดขึ้นอีกจำนวนมาก แต่หลังจากชาวบ้านประท้วง ท่าเรือถ่านหินได้ปิดลงชั่วคราว เมื่อพวกเขายืนยันว่าไม่ได้คัดค้านโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง เพราะเป็นหน้าที่ของทางราชการที่จะต้องคอยควบคุมดูแลไม่ให้มลพิษจากควันไฟไปกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่เขาคัดค้านการขนส่งที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันหน่วยงานราชการต้องเร่งให้โรงงานหาที่เก็บกองกากถ่านหินให้ได้มาตรฐานด้วย ไม่ใช่นำมากองในที่สาธารณะ หรือขายให้คนที่ไม่รู้

ศรัณย์ณัฐ เสริมว่า โรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงปีละ 175 ล้านบาทต่อปี เมื่อเปลี่ยนมาใช้ถ่านหินจะเหลือปีละ 30 ล้านบาท เลยทำให้โรงงานหลายแห่งเปลี่ยนเครื่องมาใช้เชื้อเพลิงถ่านหินแทนผู้ประกอบการเลยได้โอกาสขนถ่านหินมาจำนวนมากเพื่อป้อนโรงงานทั้งในและนอกพื้นที่

“โรงงานใน จ.สมุทรสาคร มีเพียง 10% ที่ใช้เชื้อเพลิงถ่านหิน ที่เหลือนำไปขายยังจังหวัดอื่น แต่ต้องใช้อ่าวมหาชัยเป็นทางผ่าน และเป็นแหล่งที่พักถ่านหิน จ.สมุทรสาคร เป็นจังหวัดเล็ก แต่นำถ่านหินมาเก็บกองไว้ ทำให้ได้รับผลกระทบอย่างมาก ภาษีก็ไม่เสียให้ เพราะทางรัฐบาลยกเว้นภาษีให้ตามข้อตกลงทางการค้ากับกลุ่มประเทศอาเซียน จ.สมุทรสาคร ไม่ได้ประโยชน์เลย ได้แต่ความเดือดร้อน”

แรงต้านถ่านหินขยายวง ระวังกลายเป็นไฟลามทุ่ง

ผลกระทบที่เห็นชัดเจน ศรัณย์ณัฐ ย้ำว่า ชาวบ้านที่ตากปลาแห้ง ปลาหมึกแห้งริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนจะได้รับผลกระทบหนัก มีสารปนเปื้อนจากฝุ่นละอองถ่านหินมาเกาะตามอาหารทะเล ซึ่งตรงนี้น่าห่วง อย่าลืมว่า จ.สมุทรสาคร ส่งออกอาหารทะเลมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ถ้าการส่งออกอาหารทะเลถูกตีกลับเพราะตรวจพบสารปนเปื้อน จะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบอีกอย่างที่ชาวบ้านห่วงกันมาก คือ กากถ่านหิน เพราะในปัจจุบันโรงงานที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงแล้ว จะให้กากถ่านหินฟรีๆ โดยเสียค่ารถบรรทุกเพียงคันละ 1,000 บาทเท่านั้น ทำให้มีนายทุนมาขนกากไปใช้ถมที่เป็นจำนวนมาก ผลกระทบที่ตามมา คือ เมื่อฝนตกมีน้ำซึมไหลผ่านใต้ดิน น้ำจากกากถ่านหินจะไปสร้างปัญหากับสัตว์น้ำและปนเปื้อนในน้ำใต้ดินด้วย

สำหรับแนวทางการต่อสู้ของชาวบ้าน พวกเขาไม่ต้องการให้เรือขนถ่านหินวิ่งผ่านแม่น้ำท่าจีน จนกว่าจะมีการสร้างท่าเรือและโรงงานเก็บกองที่ได้มาตรฐานเป็นระบบปิดเหมือนมาบตาพุดและแหลมฉบัง เพื่อไม่ให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย พร้อมกับยืนยันว่ากลุ่มเฝ้าระวังจะช่วยกันเฝ้าระวังต่อไป โดยประชุมร่วมกันทุกเดือนเพื่อทำกิจกรรม

ถ่านหินถือเป็นทางเลือกด้านพลังงานของประเทศอีกทางเลือกหนึ่งที่จะนำมาเสริมน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ พลังงานนิวเคลียร์ และเชื้อเพลิงหมุนเวียน แต่การทำความเข้าใจกับชาวบ้านถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่สำคัญนายทุนต้องไม่เห็นแก่ประโยชน์ ละเลยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่เช่นนั้นถ่านหินจะกลายเป็นปัญหาเหมือนไฟลามทุ่งเผาไหม้จนวายวอด!!!

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท