posttoday
จากพุ่มพวงถึงบูตตี้คอล

จากพุ่มพวงถึงบูตตี้คอล

27 กรกฎาคม 2554

ล่าสุดหนูดีเพิ่งได้ไปดูหนังมาเรื่องหนึ่งค่ะ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นแฟนของเขา

ล่าสุดหนูดีเพิ่งได้ไปดูหนังมาเรื่องหนึ่งค่ะ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นแฟนของเขา

โดย..หนูดี วนิษา เรซ

ล่าสุดหนูดีเพิ่งได้ไปดูหนังมาเรื่องหนึ่งค่ะ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นแฟนของเขา เพราะว่าตัวเอกของเรื่องนั้นเสียชีวิตไปก่อนที่หนูดีจะเริ่มฟังเพลงของนักร้องแบบจริงๆ จังๆ เสียอีก แต่ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง หนูดีก็ไปดูหนังเรื่องนี้ในวันแรกที่เข้าฉาย และมีความตั้งใจจะไปดูอีกเป็นครั้งที่สองด้วย ต้องบอกว่าประทับใจมากทีเดียว ดูจากหัวเรื่องก็คงเดาได้แล้วว่าหนูดีกำลังพูดถึงหนังเรื่องอะไร “พุ่มพวง” นั่นเองค่ะ

เป็นเรื่องแปลกมากสำหรับหนูดีทีเดียว เพราะปกติแล้วหนูดีไม่ดูหนังชีวประวัติของใครทั้งนั้น แถมไม่ดูหนังที่ตอนจบเศร้า หรือหนังที่ต้องร้องไห้ หรือหนังเพลงสักเท่าไร แต่เรื่องนี้อยากไปดูรอบสอง ถึงขั้นสั่งน้องสาวไว้ว่าห้ามหลบไปดูก่อน เพราะหนูดีต้องบินไปฮ่องกงด่วน 3 วัน แล้วกลับมาเราค่อยไปดูด้วยกันอีกรอบ เป็นเอามาก

พอหนังจบหนูดีทนไม่ไหว ต้องเดินไปซื้อแผ่นเพลงคุณพุ่มพวงมาฟัง เพราะอยากรู้ว่าในเนื้อหาเพลงมีอะไรซ่อนอยู่ ทำไมผู้หญิงคนหนึ่งตายไปตั้งแต่อายุแค่ 31 ปี ถึงได้ครองใจแฟนๆ มาได้ ใครๆ ต่างยกให้เป็นราชินีลูกทุ่ง มันน่าแปลกนะคะ เพราะหนูดีมั่นใจว่าคนแก้วเสียงดีอย่างคุณพุ่มพวงหรือมากกว่าด้วยซ้ำก็ต้องมีในเมืองไทย แล้วทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมีเสน่ห์ให้คนรักคนชอบข้ามเวลามาได้นานขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เสียชีวิตไปถึง 20 ปีแล้วอีกด้วย

แผ่นที่หนูดีซื้อมามีทั้งเพลงเร็ว เพลงช้า เพลงน่ารักๆ ก็เพิ่งรู้ว่าเพลงที่ได้ยินตั้งแต่เด็กๆ แล้วติดหูมากๆ ก็เพลงของเธอทั้งนั้น เช่น เนื้อเพลงพวก “ตั้งแต่เป็นสาวเต็มกาย หาผู้ชายถูกใจไม่มี” หรือ “หนูไม่รู้ว่ามีแฟน เห็นมาดแมนสุดเฉียบเนี้ยบหนิง” และอีกหลายๆ เพลงที่ฟังแล้วต้องร้องตามแบบไม่รู้ตัว เช่น “กระแซะๆ” หรือ “นัดพบที่หน้าอำเภอ” ฝีมือการแต่งเพลงน่าเอ็นดูเหล่านี้ ยกประโยชน์ให้คุณพุ่มพวงสงสัยจะยาก เพราะคนแต่งคือครูลพ บุรีรัตน์ ที่หนูดีได้ทำการบ้านต่อก่อนเข้านอนคืนนั้นด้วยการเข้ายูทูบไปดูต่อเนื่อง (โดนคนรอบตัวแซวว่าทำเป็น Project Approach กันเลยทีเดียว) ก็พบว่าเป็นครูเพลงที่แต่งให้คุณพุ่มพวงมาหลายครั้ง และหนนี้ก็มาแต่งเพลงเร็วที่ติดหูพวกเรามาทุกวันนั้น จำพวก หนูไม่รู้ หนูไม่เอา กระแซะ ทั้งๆ ที่ตอนที่จะแต่งเพลงพวกนี้นั้น คุณพุ่มพวงเพิ่งคลอดลูกและโดนบริษัทต้นสังกัดสั่งพักงาน เพราะคิดว่าแฟนเพลงคงไม่ต้อนรับเท่าตอนเธอยังสาวๆ แล้ว (ประมาณว่าให้ไปเลี้ยงลูกเถอะ) เธอเลยโทร.หาครูลพว่าคงต้องทำเองแล้วล่ะ แต่ครูลพถามกลับว่ายังติดสัญญาอยู่ไม่ใช่เหรอ มาทำเองแบบนี้เขาจะฟ้องไหม เธอตอบว่า “หนูไม่รู้” และหลังจากนั้นทุกคำถามเธอก็บอกว่า หนูไม่รู้หมด จนครูลพเลยเอาท่อนนี้มาแต่งเพลง “หนูไม่รู้” ที่โด่งดังนั่นเอง

พอฟังครูลพเล่าถึงการโค้ชเสียงพุ่มพวงก็เลยเข้าใจ ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีดีตรงเสียงเท่านั้น เพราะครูลพบอกว่า “พุ่มพวงเสียงเพราะไป” และเมื่ออัดเพลงกลุ่มใหม่นี้ ครูลพจะพูดตลอดว่า “ไม่เอาเพราะๆ” ด้วยเหตุผลว่า เพลงลูกทุ่งที่ “เพราะ” จะโชว์ลูกคอและเอื้อนมากไป แต่เพลงกลุ่มใหม่นี้เน้นขี้เล่น ซนๆ และแบบที่ครูลพพูดว่า “เอาแบบแรดๆ” โอ้โห เห็นภาพเลยทีเดียว

พอมาฟังในเนื้อเพลงก็เลยเข้าใจว่า ทำไมมันช่าง “โดน” ทั้งสาวโรงงาน สาวชาวบ้าน และสาวชาวกรุงเมืองหลวง เพราะ “แก่น” ของเพลง หนูดีว่าไม่ใช่แค่คนที่ชอบฟังลูกทุ่งจะฟังได้หรอกค่ะ แต่เนื้อหานั้น “แอบแรง” มากทีเดียว พูดถึงทั้งเรื่องการนอกใจ มือที่สาม แอลกอฮอลิซึม ชีวิตที่ต้องสู้ การทำตามความฝัน หรืออารมณ์เซ็งๆ ของสาวโสดที่หาคนถูกใจไม่ได้เสียที หรือหนุ่มที่ชอบจีบสาวไปทั่วแล้วไม่อยากโดนแฟนตัวจริงจับได้ (อ้อ หนูดีก็เพิ่งทราบค่ะว่าครูลพก็คือคนที่แต่ง “สามสิบยังแจ๋ว” และ “เด็กมันยั่ว” โดยดูจากบุคลิกนักร้องอีกด้วย น่าทึ่งนะคะ ครูเพลงท่านนี้แต่งอะไรก็ติดหู แม้กระทั่งสำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนเพลงตัวจริง) พูดง่ายๆ ว่าเนื้อหาที่เลือกมามันเป็นเนื้อหาที่เป็นวิถีชีวิตทั่วๆ ไปของคนไทย จึงทำให้คนเปิดใจรับได้ง่ายมาก

เช่นเพลง “ตั๊กแตนผูกโบ” ฟังแรกๆ หนูดีก็งง ตัวอะไรนะ แต่พอฟังไปๆ โอ้โห แรงมาก เนื้อหาประมาณนี้ไปแต่งขายในอเมริกาก็ขายออกค่ะ เพราะมันคือคอนเซปต์ “บูตตี้คอล” ที่สาวมหาวิทยาลัยในอเมริการู้จักกันดี ถึงขั้นเป็น “ภูมิปัญญาสาวอเมริกัน” ที่ส่งต่อๆ กันเลยทีเดียว เพื่อใช้ดูว่าบรรดาหนุ่มๆ ที่มาจีบเรานั้น จริงใจแค่ไหน เนื้อเพลงพูดถึง “ไม่เมาล่ะไม่เห็นมา แต่พอเมาเห็นเราโสภา” พูดง่ายๆ ว่าเป็นเรื่องของผู้ชายที่มาจีบเธอ ที่ปกติแล้วไม่มาหา แต่พอเมาล่ะมาหาทีเดียว และเธอก็ไม่ว่าเสียด้วย แม้จะเดาได้ว่า เวลาไม่เมา “ก็มีคนอื่นจ๊ะจ๋า” อยู่ ตอนจบของเพลง หนุ่มเอนมาซบ เธอก็ “อ่ะ ซบก็ซบ” อีกด้วย เปรี้ยวมาก ต้องบอกว่า เปรี้ยวกว่าสาวอเมริกันอีกค่ะ เพราะปกติที่พวกเราดูๆ กันก็คือ ถ้าหนุ่มจริงใจละก็ จะมานัดก็นัดล่วงหน้า ไปกันในที่ที่สาธุชนพึงจะไปกัน เช่น ไปรับประทานอาหาร ดูหนัง ฯลฯ แต่ถ้าหนุ่มคนไหนโทร.มายามวิกาล แล้วชวนออกไปไหน (โดยเฉพาะที่ที่มีแอลกอฮอล์) แบบไม่บอกกันล่วงหน้านานๆ ถ้ามีเพื่อนๆ สาวๆ ฝรั่งนั่งอยู่ใกล้ๆ กันหลายคน เช่น ในอพาร์ตเมนต์ ดอร์ม ก็จะมีเสียงประสานเตือนกันเลยว่า “อย่าไป นั่นคือ บูตตี้คอล” ประมาณว่าชวนออกไปทำอะไรล่ะ ดึกป่านนี้ ไม่น่าไว้ใจแบบสุดๆ

แต่เพลงคุณพุ่มพวงเล่นกับเนื้อหาแบบนี้หมดเลย ด้วยเสียงขี้เล่นสุดๆ ดูเป็นผู้หญิงที่เปรี้ยว แต่น่ารักน่าเอ็นดู น้ำเสียงที่ใช้ร้องก็สะบัดๆ ไม่ได้เอื้อน จึงทำให้คนที่ไม่ใช่คอเพลงลูกทุ่งฟังได้สบายๆ หนูดีเองได้ฟัง ได้ดูแล้ว ก็ยังเสียดายที่เราเกิดช้าไป ไม่อย่างนั้นคงได้ไปดูคอนเสิร์ตเธอสมัยยังมีชีวิตแน่ๆ แต่อย่างไรก็ตาม หนังเรื่องนี้น่ารัก นางเอกคือหนูเปาวลีก็น่ารักมาก เรียกว่าเป็นหนังที่คุ้มทีเดียว หนูดีเองเป็นคนเวลาน้อย ไม่ค่อยไปเข้าโรงหนังเท่าไร แต่เรื่องนี้ก็แปลกค่ะ ทำให้คนแบบหนูดียอมไปดู 2 รอบ ก็ต้องยอมรับนะคะว่าคนทำหนังเขาทำใช้ได้เลยทีเดียว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท