
กว่าจะมาเป็นซากุระเหล็กให้โลกซูฮก
โดย...สไปเดอร์แมว
โดย...สไปเดอร์แมว
คงไม่ช้าเกินไปที่จะขอแสดงความยินดีกับขุนพลสาวนักเตะทีมชาติญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังจากผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลหญิงโลกมาครองได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จากการเอาชนะจุดโทษสหรัฐอเมริกาได้ในนัดชิงชนะเลิศ 31 หลังเป็นฝ่ายไล่ตามตีเสมอทั้งสองครั้งสองคราในเกมที่เสมอ 22 ในเวลา 120 นาที
บอกได้คำเดียวว่าฝีเท้าและหัวจิตหัวใจของพวกเธอนั้น...สุโค่ย !!!
จากตอนแรกซึ่งเดินทางไปแข่งที่เยอรมนีแบบเงียบๆ ไม่มีใครสนใจมากนัก แต่ขากลับ ทีมฟุตบอลหญิงญี่ปุ่น เจ้าของฉายา นาเดชิโกะ (ชื่อดอกไม้สีชมพูพันธุ์หนึ่ง ซึ่งสื่อถึงผู้หญิงที่สวยและสง่างาม) กลับมาดุจวีรสตรีของชาติ ท่ามกลางสื่อมวลชนและแฟนบอลที่มารอต้อนรับอย่างอบอุ่น
อย่างไรก็ตาม กว่าจะมายืนอยู่ ณ จุดสุดยอดของวงการแข้งหญิงโลก พวกเธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคหลายต่อหลายอย่างชนิดที่ผู้ชายอก 3 ศอก 4 ศอก หรือ 5 ศอก ยังต้องซูฮกก้มหัวให้
เชื่อหรือไม่ว่า เห็นต่อกรกับสาวๆ ชาติอื่นได้อย่างยอดเยี่ยมขนาดนี้ แข้งสาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังเป็นนักฟุตบอลสมัครเล่นกึ่งอาชีพอยู่เลย โดยมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีสัญญาเป็นนักเตะอาชีพเต็มตัว
ในช่วงกลางวัน พวกเธอก็จะก้มหน้าก้มตาทำงานประจำของพวกเธอไป ก่อนจะได้ฝึกซ้อมกันในช่วงเย็นหลังเลิกงานแล้ว เพราะขืนเล่นฟุตบอลอย่างเดียวคงได้อดตายกันไปก่อน
“อายะ มิยามิ (กองกลางของทีม) และผู้เล่นอีกหลายคนมาจากเมืองมิมาซากะ ซึ่งเป็นเมืองร้อน โดยช่วงกลางวันพวกเธอจะทำงานอยู่ที่รีสอร์ตภายในเมือง หลังจากเลิกงานพวกเธอถึงจะออกไปซ้อมฟุตบอล” ทอม บายเออร์ โค้ชซึ่งดูแลฟุตบอลเยาวชนในญี่ปุ่นมานานกว่า 25 ปี และเคยร่วมงานกับแข้งสาวปลาดิบชุดนี้หลายคน กล่าว
ที่น่าสนใจคือ อายะ มาเซชิมา แบ็กซ้ายวัย 24 ปี เคยเล่นให้กับทีม เทปโค มารีเซ ซึ่งเป็นทีมที่บริษัท เทปโค เจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมาให้การสนับสนุน โดยก่อนหน้านี้เธอทำงานประจำตำแหน่งด้านธุรการในโรงไฟฟ้านี้ด้วย แต่หลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เทปโคก็ยุติการหนุนทีมและปล่อยตัวผู้เล่นออกจากทีมจนหมด ซึ่งมาเซชิมา มีโอกาสได้ย้ายไปค้าแข้งกับบอสตัน เบรกเกอร์ส ในลีกแม่เนื้ออ่อนของสหรัฐ
นอกจากนี้ ผู้เล่นอย่างเช่น มิซูโฮ ซากากูชิ กองกลางวัย 23 ปี ทำงานในบริษัทผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ ชิโนบุ โอโนะ กองหน้าร่างจิ๋วทำงานพาร์ตไทม์อยู่ในสวนสนุกแห่งหนึ่ง อาซูสะ อิวาชิมิสุ ปราการหลังคนสำคัญทำงานอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว ซึ่งพอเลิกงานเธอใช้เวลาเดินทาง 90 นาที ด้วยรถไฟและรถประจำทางเพื่อมาซ้อมบอล
รายงานชิ้นหนึ่งในเว็บไซต์ The Japan Times ระบุว่า ช่วงเตรียมทีมก่อนลุยศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก กว่าทุกคนจะเดินทางมาพร้อมหน้าพร้อมตากันครบ แข้งสาวซามูไรได้เริ่มซ้อมกันหลัง 1 ทุ่ม แทบทุกวัน แถมบางครั้งพวกเธอยังต้องหาซื้ออาหารทานเอง หรือกลับไปเข้าครัวทำอาหารที่บ้าน เพราะทีมไม่มีพ่อครัวที่จะมาเสิร์ฟอาหารให้นักเตะกินดีอยู่ดีเหมือนทีมชายที่มีเชฟส่วนตัวคอยติดตามไปทุกที่
ช่างน่ารันทดเสียนี่กระไร...
ขณะเดียวกัน เรื่องเงินโบนัสสำหรับพวกเธอนั้นคือว่า “น้อยนิด” เหลือเกิน เมื่อเทียบกับทีมฟุตบอลชาย โดยสมาคมลูกหนังแดนปลาดิบประกาศอัดฉีดให้พวกเธอแค่ 1.5 ล้านเยนเท่านั้นหากคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ แต่ในฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ หากแข้งหนุ่มซามูไรคว้าแชมป์โลกจะได้โบนัสถึง 35 ล้านเยน
นอกจากนี้ ถ้าทีมชายชนะในฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายจะได้โบนัสนัดละ 2 ล้านเยน ส่วนทีมหญิงได้แค่ 1 แสนเยนเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่พวกเธอไม่เคยนำมาเป็นประเด็นรบกวนให้เสียสมาธิ
“สำหรับพวกเราแล้วไม่ได้มองถึงเรื่องเงิน เราอยากที่จะมีส่วนร่วมกับทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์โลก เรายังไม่ได้คุยกันถึงเรื่องเงินโบนัส แต่ตอนนี้เรามาถึงรอบชิงชนะเลิศแล้ว นาฬิกาข้อมือสักเรือนก็น่าจะแจ๋วแล้วนะ” โนริโอะซาซากิ กุนซือทีมหญิงญี่ปุ่น กล่าวไว้ก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศ
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากสามารถประกาศศักดาคว้าแชมป์โลกมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมได้รับเงินรางวัลสำหรับตำแหน่งชนะเลิศจากฟีฟ่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นตัดสินใจเพิ่มโบนัสให้กับแข้งสาวเป็นรายละ 5 ล้านเยน นอกจากนี้ บริษัทเอกชนยังเข้ามาร่วมวงแจกโบนัสด้วย โดยรายใหญ่คือ กิริน เบียร์ยี่ห้อดัง ซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลักของทีมชาติญี่ปุ่น ควักกระเป๋าแจกเหล่าขุนพลนาเดชิโกะรายละ 1 ล้านเยน
ดอกไม้แห่งความอดทนเริ่มผลิดอกแล้วสินะ...







