
มะกันฮิตหัดทารกว่ายนํ้าเชื่อช่วยเด็กเอาชีวิตรอด
เพราะสถิติจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐ
เพราะสถิติจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐ
ยืนยันว่าการจมน้ำเป็นอุบัติเหตุน่าเศร้าที่เกิดขึ้นได้บ่อยที่สุดสำหรับเด็กเล็ก บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองแดนลุงแซมเลยแห่พาลูกน้อยรุ่นเบบี๋เข้าคลาสเรียนวิธีการเอาตัวรอดจากการจมน้ำกันยกใหญ่ โดยเด็กที่เข้าร่วมนี้อยู่ในวัยกระเตาะเอามากๆ เรียกได้ว่าเข้าขั้นทารก เพราะมีอายุเพียงแค่ 4-6 เดือนเท่านั้น
ชั้นเรียนที่ว่านี้ มีชื่อเรียกเก๋ไก๋ว่า Infant Swimming Resource (ISR) ซึ่งรับสอนและฝึกหัดเด็กทารกให้รู้จักเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำให้ได้โดยเฉพาะ ที่สระว่ายน้ำเดล ซิตี ในรัฐเวอร์จิเนีย โดย เคที สมิธ ครูผู้ฝึกสอนที่จะแนะนำเทคนิคการเอาตัวรอดให้หนูน้อยทั้งหลาย ด้วยการฝึกให้เด็กรู้จักนอนทรงตัวในน้ำนิ่งๆ เพื่อรอความช่วยเหลือ หากเกิดอุบัติเหตุตกน้ำ
งานนี้ ซารา คุณแม่ที่พาวิกตอเรีย ลูกสาวในวัย 10 เดือน ซึ่งลงทุนขับรถจากบ้านเป็นเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อเข้าร่วมชั้นเรียนนี้ เปิดใจว่า แรกๆ ก็ต้องใจแข็งปล่อยให้ลูกร้องไห้สำลักน้ำบ้าง แต่ผลลัพธ์ท้ายที่สุดก็คุ้มค่าอย่างมหาศาล เพราะอย่างน้อย ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระและลดความวิตกกังวล เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ว่าลูกๆ จะไม่ได้รับอันตรายร้ายแรง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการฝึกหัดให้เด็กว่ายน้ำจะเป็นผลดีกับตัวเด็กเอง แต่กุมารแพทย์อย่าง ริชาร์ด ไลเชนสไตน์ ที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยแมรี แลนด์ กลับไม่เห็นด้วยที่พ่อแม่จะลากลูกโยนลงน้ำตั้งแต่ยังแบเบาะไม่ถึง 1 ขวบเช่นนี้ เพราะเทคนิคที่ระบุในหลักสูตรไม่ได้สอนให้ทารกว่ายน้ำเป็น และไม่ได้พิสูจน์ว่าเด็กสามารถเรียนรู้เพื่อเอาตัวรอดได้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นอาจส่งผลให้พ่อแม่ประมาทเผอเรอ เนื่องจากเข้าใจว่าเด็กไม่มีทางจมน้ำเพราะว่ายน้ำได้
นอกจากนี้ คุณหมอยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า การบังคับให้เด็กทารกว่ายน้ำอาจส่งผลให้เด็กเป็นไข้ แถมยังเสี่ยงให้เด็กได้รับพิษจากน้ำที่สำลักเข้าไปจนส่งผลต่อระบบกระเพาะและลำไส้ ตลอดจนอาจจะทำให้ผิวหนังติดเชื้อได้ง่ายอีกด้วย แถมดีไม่ดี เด็กอาจจะกลัวน้ำจนพานไม่ว่ายน้ำเลยตลอดชีวิตก็เป็นได้







