posttoday
Truly, It’s a Journey ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์

Truly, It’s a Journey ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์

13 กุมภาพันธ์ 2553

เรื่องและภาพ / ร้อยตะวันพันดาว

 

 

บนถนนข้าวสารในบ่ายของวันอันร้อนจัด ทุกคนต่างหาที่ทางหลบร้อนให้กับตัวเอง รวมถึงฉันที่เลือกทรู คอฟฟี่ สาขาถนนข้าวสาร ไว้อาศัยไอเย็นของแอร์คอนดิชันบรรเทาความร้อนรุ่มในฤดูหนาว ทว่าที่พิเศษกว่านั้น ฉันมีนัดค่ะ...ตั้งใจให้ร้านทรู คอฟฟี่ แห่งนี้เป็นฉากในท้องเรื่อง ใกล้เวลาเต็มทีที่ตัวเอกของเรากำลังเดินทางมาถึง

ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ในชุดลำลองเดินเปิดประตูกระจกผ่านเข้ามาในร้าน คำแรกจากปากเขาบอกเพียงว่ามาร้านนี้แล้วรู้สึกเหมือนมา “รื้อฟื้นความหลัง” เพราะที่นี่คือทรู คอฟฟี่ร้านแรกที่เผยโฉมออกมาให้ชาวไทยและต่างชาติได้รู้จักแบรนด์ทรูในอีกแง่มุมหนึ่ง

เป็นแง่มุมของการ Enable Lifestyle โดยอาศัยอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือเข้าสู่วิถีชีวิตของกลุ่มเป้าหมายที่ “ทรู” ไม่ต้องการจำกัดเพียงแค่สร้างสินค้าเทคโนโลยีอย่างเดียว หากต้องการเข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคอย่างไร้ขีดจำกัดอีกด้วย และอินเทอร์เน็ตนี่แหละคือสิ่งที่นำพาไปสู่เป้าหมายนั้น พร้อมๆ กับการสร้างโมเดลร้านทรู คอฟฟี่ที่มีโมเดลต้นแบบอยู่บนถนนข้าวสาร สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย

“ทรู คอฟฟี่เกิดที่นี่ วันนี้เราย้ายไปไหนไม่ได้ เพราะที่นี่เป็นเหมือนบ้านเราหลังแรก ใครมาไล่ก็ไม่ไป บ้านนี้เป็นบ้านไม้หลังสุดท้ายในถนนข้าวสารแล้ว ต้องอนุรักษ์เอาไว้” ปพนธ์ เริ่มย้อนเล่าก่อนพาฉันเดินสอดส่องมุมนั้นมุมนี้ในบ้านไม้หลังสวย ก่อนจบลงที่โซฟาตัวนุ่มเพื่อนั่งพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงคลอในร้านปะปนกับเสียงเครื่องชงกาแฟได้บรรยากาศดีทีเดียว

ชาเย็นใส่แก้วใบโตวางลงบนโต๊ะ เมนูนี้เป็นหนึ่งในเมนูกาแฟโบราณที่ทรู คอฟฟี่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา หวังจะให้เป็นซิกเนเจอร์ที่สอดคล้องกับแบรนด์ร้านกาแฟสายพันธุ์ไทยแท้ๆ ...หลังจิบชา บทสนทนาก็เริ่มต้น

ผ่านไป 2 ปี จนทรู คอฟฟี่มีร้านกาแฟกว่า 30 แห่งทั้งที่เป็นในรูปแฟรนไชส์และ “ทรู” ลงทุนทำเอง แต่ละแห่งส่วนใหญ่วางตัวอยู่ในเมืองท่องเที่ยว “จริงๆ แล้วตอนนั้นถ้าถามว่ามองสถานที่ท่องเที่ยวไหม ไม่ได้คิดอะไรเลย แล้วผมก็ไม่เคยมองว่าเราเป็นร้านกาแฟ ทรูเป็นผู้เติมเต็มคุณค่าในการใช้ชีวิตให้กันและกัน เป็นสิ่งที่เราคิดเอาไว้ เวลาเราทำอะไรเรามองภาพใหญ่ เราทำทุกวิถีทางเพื่อคิดอะไรใหม่ๆ ขึ้นมาแล้วสามารถทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้น เลยไม่ได้มองแค่ร้านกาแฟ ทีนี้เราก็มองต่อไปว่าที่ไหนจะทำให้เราเกิด การที่จะทำให้คนไทยเชิดหน้าชูตาได้ก็ต้องเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพราะเป็นที่ที่คนต่างชาติเข้ามาหาเรา เหมือนเวลาเราไปต่างประเทศ ไปประเทศนี้ต้องแบรนด์นี้ มันมีแบรนด์ มีสถานที่ที่จะไป เราก็เลือกเดสติเนชันน่าจะเป็นที่ที่เราควรไปอยู่ อย่าไปปล่อยให้ตกเป็นของแบรนด์ต่างชาติ เราก็เลยคิดว่าเราจะบุกล่ะ”

“เพราะเป็นทรู ถ้าเราจะต้อง Enable ไลฟ์สไตล์ต้องมีความเป็นไทยชัดเจน เรามีซิกเนเจอร์แล้ว มีโลเกชันแล้ว ที่เหลือก็คือเรื่องของคน เด็กๆ ที่เราจะหล่อหลอมให้เขาเป็นไทยมากขึ้น เรื่องนี้มันสอดคล้องกับความเป็นทรูทั้งสิ้น เราไม่ได้มองว่าเราเป็นกาแฟ วันนี้เราทำกาแฟ เราก็ไม่หยุดศึกษา เราเรียนแม้กระทั่งไปปลูก คั่วเอง แล้วค่อยๆ ให้ความรู้คนของเรา ถ้าวันหนึ่งกาแฟเราดี เรายินดีแจกจ่ายให้คนไทยที่อยากใช้กาแฟดี” เขาเล่า

เอเชียเป็นจุดหมายที่เขาเลือกมากกว่ายุโรป โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่หลายประเทศเชื่อมั่นในฝีมือคนไทย หลวงพระบาง เวียงจันทน์ โฮจิมินห์ซิตี ฮานอย ทุกเมืองท่องเที่ยวคุณจะได้พบกับทรู คอฟฟี่ แม้กระทั่งดาลัด เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงของเวียดนามอีกแห่งหนึ่ง ต่อไปไม่แน่นะว่าอาจจะได้นั่งจิบกาแฟทรู คอฟฟี่ที่นั่นก็ได้

ส่วนเมืองไทย ปีนี้เราจะได้เห็นทรู คอฟฟี่ที่ปายและหัวหิน ซึ่งปพนธ์ย้ำว่าที่หัวหินนั้น “รับรองทุกคนต้องไปถ่ายรูป เพราะสวยมากกกกก”

เพราะต้องคุมเกมร้านกาแฟ ในช่วงระยะแรกเขาต้องเดินทางไปศึกษาร้านกาแฟในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทั้งอิตาลี สเปน ฝรั่งเศส ส่วนในเอเชียนั้น ร้านกาแฟในเวียดนามดูจะทำเขา “อึ้ง” ที่สุด

“คนเวียดนามกินกาแฟไม่เหมือนชาวบ้าน ผมเคยไปดูร้านกาแฟที่เวียดนาม จำชื่อไม่ได้แล้ว ใหญ่โตมโหฬารมาก กลางวันเหมือนเธคเปิดเพลงดิสโก้ทั้งวัน กินกาแฟเหรอ? ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ไปดูแล้วอึ้งเลย แล้วกลางวันออกมานั่งกินกาแฟกัน จีบกัน” พูดจบก็หัวเราะ

“ผมเดินทางดูร้านกาแฟเยอะ ในโลกนี้ไปงานกาแฟมาครบแล้ว ซึ่งเราเห็นความต่างในวิถีการกินกาแฟของแต่ละประเทศ แต่งานกาแฟที่ไปดูนั้นไม่เห็นความต่างอะไรเลย เหมือนมอเตอร์โชว์ เพราะเจ้าเดิมก็มาออกบูธ เวลาไปตลกมาก เราไปถึงเขาก็งง เขาไม่รู้จักเรา ถามเราว่าเป็นบริษัททำอะไร เราบอกเป็นเทเลคอม (หัวเราะ) พอเราบอกว่าเรามีร้านกาแฟ 30 กว่าแห่งภายใน 2 ปี ยิ่งเห็นร้านที่พารากอนยิ่งงงเลย ก็เลยเริ่มคุยกับเรา” ความสนุกออกรสมากขึ้นเรื่อยๆ จากประสบการณ์การเดินทางของเขา

“การเดินทางมันทำให้เกิดภาพในหัวเรา ร้านผมดีไซน์จากการเดินทางของผมทั้งนั้น เพราะผมไปผมก็จะได้แรงบันดาลใจต่างๆ ผมบอกเลย ก๊อบเขาเลยละกัน (หัวเราะ) ทุกร้านก๊อบทั้งนั้น (หัวเราะร่วน)” มุขนี้เล่นเอาผู้ฟังขำกลิ้งกันไปเลย

แต่ที่ประทับใจที่สุดต้องเป็นทริปที่อังกฤษต้องเดินดูร้านกาแฟ 67 ร้านในวันเดียว แถมต้องทำแผนที่แต่ละร้านไว้ด้วย เพราะอีกวันเขาต้องลุยเดี่ยวเอง “บางร้านผมนั่งตั้งแต่เช้ายันเย็นจนคนขายมองว่าเป็นคนติดกาแฟ ผมนั่งดูเยอะมาก ดูว่าทำไมเขามากิน ทำไมใช้ชีวิตอย่างนี้ ทำไมทำกาแฟกันอย่างนี้ ทำไมร้านเขาอยู่ในตลาด ทำไมคนถึงมา เยอะแยะไปหมด...

“ผมว่าการทำร้านกาแฟมันสนุกนะ เพราะมันไม่เครียด แล้วมันทำให้เราเกิด Passion ทำให้เรามีความสุข เรามีใจรักที่จะทำอินเทอร์เน็ตและกาแฟ ทำให้เราได้เรียนรู้จักคุณค่าของกันและกัน ผมว่าคุณค่านี้มันได้ทั้งคู่ อินเทอร์เน็ตมันเปิดโลกทัศน์ มันไม่ได้เปิดในแง่โลกเสมือน แต่มันทำให้เรามองเห็นโลกจริงชัดเจนขึ้น” เขาทิ้งท้ายด้วยประโยคงามๆ

ทรู คอฟฟี่ คงไม่หยุดเพียงเท่านี้ หลากสิ่งผุดขึ้นมากมายในหัวสมองเขา อย่างน้อยเพื่อทำให้คนต่างชาติได้รู้จักร้านกาแฟสายพันธุ์ไทยแท้...และต่อไปอาจกลายเป็นจุดนัดพบของเหล่านักเดินทางตามเมืองท่องเที่ยวแทนร้านกาแฟแบรนด์ตะวันตก

...แล้วเจอกันที่ทรู คอฟฟี่@@@

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท