posttoday
ม่วนซื่นวัฒนธรรม นครหลวงเวียงจันทน์ # 1

ม่วนซื่นวัฒนธรรม นครหลวงเวียงจันทน์ # 1

13 กุมภาพันธ์ 2553

เรื่อง – ม.ล.สราลี กิติยากร

 

สบายดีค่ะ และแล้วสัปดาห์นี้น้ำผึ้งก็ยังคงปักหลักอยู่ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งสองทริปที่ผ่านมานั้น ถือได้ว่าเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยสีสันการผจญภัยหลากหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นนั่งรถลุยเส้นทางลูกรังดินแดงนานนับชั่วโมง เดินป่าลุ้นระทึกพิชิตถ้ำขนาดใหญ่กับบรรยากาศสุดจะวังเวง แถมนอนกลางป่ากลางเขาเอนอิงไปกับธรรมชาติขนานแท้

มาทริปนี้ น้ำผึ้งและเหล่าคาราวานเที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ ขอเข้าเมืองชื่นชมแสงสีกันที่นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวค่ะ ซึ่งงานนี้เราได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจาก “ท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว” ท่านดูแลดีมากๆ เลย ซึ่งน้ำผึ้งคงไม่ต้องบอกนะคะว่าอาการของแต่ละคนเป็นยังไง... เมื่อได้ออกจากป่ามาสูดกลิ่นอายเมืองหลวง...!!! และไกด์ของเราครั้งนี้ก็คือ ท้าวสุรเช ประธานบริษัท ท่องเที่ยวธรรมชาติ สิ่งแรกที่สะดุดตาเมื่อเข้ามายังเมืองหลวงของประเทศลาวที่ต่างจากบ้านเรานั้นก็คือ สภาพการจราจรในกรุงเวียงจันทน์ค่ะ เรียกว่าคล่องตัวเอามากๆ บนถนนมีรถค่อนข้างน้อย นอกจากนี้ป้ายสัญลักษณ์จราจรตามท้องถนนก็ดูแปลกตาไปจากบ้านเรา ทำเอาพวกเรางงอยู่ไม่น้อย... เมืองเวียงจันทน์เป็นเมืองที่ไม่ใหญ่โตมากนัก ตึกสูงๆ ส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่ราชการซะมากกว่าค่ะ แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็ต้อง “ประตูไชย” จุดเด่นใจกลางเมืองของนครหลวงเวียงจันทน์ ที่ตั้งตระหง่านให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ได้มาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เค้าบอกกันว่า “ถ้าหากว่ามานครหลวงเวียงจันทน์แล้วไม่มาที่ประตูไชย ก็ถือว่าไม่ได้มา”

“ประตูไชย” เป็นอนุสรณ์สถาน สร้างเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงครามอินโดจีน ลักษณะสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลของประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แต่ลักษณะสถาปัตยกรรมก็ยังมีเอกลักษณ์ของลาวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปศิลปะลาวแบบปูนปั้นใต้ซุ้มประตูโค้งของประตูชัย ด้านบนเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมวิวทิวทัศน์ของนครหลวงเวียงจันทน์อีกด้วยค่ะ

หลังจากที่เราได้เก็บภาพเป็นที่ระลึกจนหนำใจกันแล้ว น้ำผึ้งและคาราวานก็มุ่งหน้าไปยัง “พระเจดีย์ธาตุหลวง” ความโดดเด่นของพระเจดีย์ธาตุหลวงก็คือ สีเหลืองทองอร่ามเด่นสะดุดตามาแต่ไกลเลยล่ะค่ะ พระเจดีย์ธาตุหลวงนี้มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับพระธาตุพนมบ้านเรา เป็นศาสนสถานที่สำคัญที่สุดของประเทศลาว เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติ และยังแทนความเป็นเอกราชและอำนาจอธิปไตยของประเทศลาวอีกด้วย ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 มีนักเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติแวะมานมัสการ บริเวณด้านหน้ามีอนุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ผู้สร้างนครเวียงจันทน์ประดิษฐานอยู่ พระหัตถ์ของพระองค์ทรงถือพระแสงดาบวางพาดไว้บนพระเพลา เล่ากันว่า พระแสงดาบเล่มนี้ทำหน้าที่ปกป้องพระธาตุหลวง ส่วนภายในพระเจดีย์ธาตุหลวงเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โดยในแต่ละปีจะมีงานประเพณีใหญ่มนัสการพระธาตุหลวงในคืนเพ็ญเดือน 12 ถือเป็นงานยิ่งใหญ่ระดับชาติของลาวทีเดียวค่ะ สำหรับบริเวณเจดีย์พระธาตุหลวง อนุญาตให้ผู้หญิงเข้ามาได้ ถ้าหากเป็นคนลาวจะต้องนุ่งผ้าซิ่น สำหรับคนต่างชาติเขาอนุญาตให้เข้ามาได้เลย นอกจากอยู่ในช่วงงานบุญพระเจดีย์ธาตุหลวง เขาจะมีซิ่นให้เช่า ทั้งคนลาวและชาวต่างชาติจะต้องนุ่งซิ่นเข้ามา ถือว่าเป็นงานประเพณีค่ะ

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่เรานอนพักค้างแรมกันที่ “สถานทูตไทย” ซึ่งบรรยากาศเหมือนอยู่ประเทศไทยไม่มีผิดเลยล่ะค่ะ น้ำผึ้งและคาราวานก็ออกเดินทางเที่ยวรอบเมืองนครหลวงเวียงจันทน์กันต่อ จุดหมายแรกของวันนี้อยู่กันที่ “วัดอินแปง” ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่งอยู่ในนครเวียงจันทน์ ภายในประกอบด้วยสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วัดอินแปงทางประวัติศาสตร์ยากที่จะหาหลักฐานแน่นอนว่าสร้างขึ้นเมื่อใด ใครเป็นผู้สร้าง แต่ก็มีนิทานพื้นเมืองปรัมปราที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าสืบทอดกันมาก็คือ สมัยก่อนที่สร้างวัดนี้ขึ้นมา ก็ได้มีพระอินทร์แปลงกายลงมา แล้วก็มาช่วยแต่งสร้างวัดแห่งนี้จนสำเร็จ ทุกคนก็เลยเรียกชื่อวัดแห่งนี้ว่า “วัดอินแปง”

และใกล้ๆ วัดอินแปง ก็ต้องเป็น “วัดองตื้อ” สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 16 ภายหลังที่เจ้าไชยเชษฐาธิราชสร้างเมืองเวียงจันทน์ 6 ปี และสันนิษฐานว่าสร้างครอบวัดเก่าในสมัยขอม เพราะอยู่บริเวณวัดอินแปงได้พบเห็นวัฒนธรรมขอมหลายแห่ง ซึ่งแต่ก่อนวัดองตื้อ วัดอินแปง และวัดหายโศก ตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน ผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าว่าแต่ก่อนเรียกว่า “วัดไชยะภูมิ” เมื่อมีพระพุทธรูปองตื้อมาประดิษฐานที่นี่แล้ว คนทั้งหลายจึงเรียกว่า “วัดองตื้อ” มาจนถึงปัจจุบันค่ะ

พออิ่มบุญอิ่มธรรมมาแล้วถึง 2 วัด เพื่อไม่ให้เกิดอาการเบื่อซะก่อน น้ำผึ้งเลยขอไปอีกแนวที่ถนัด นั้นก็คือ เดินช็อปปิ้งกระจายกันที่ตลาดเซ้า (ภาษาลาว) หรือตลาดเช้านั่นเองค่ะ ที่นี่จะเน้นขายเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า พอถึงที่หมายแต่ละคนไม่รอช้า... สองมือล้วงกระเป๋า สองเท้าก้าวเข้าตลาด เล่นจับจ่ายจนลืมตัวหมดตังค์ไปกันหลาย... ระหว่างทางเดินเห็นรถเข็นไอศกรีม เลยขอแวะชิมกันซะหน่อย ซึ่งภาษาลาวเรียกไอศกรีมว่า “กะแล่ม” รสชาติก็เหมือนบ้านเราค่ะ พอเดินจนเมื่อยท้องเริ่มร้อง ก็ต้องหาของหนักๆ กินซะหน่อย และพิกัดสุดท้ายของวันนี้ก็อยู่ที่หิ้วท้องไปยกซดกินเฝอ อาหารสไตล์เวียดนามที่ร้านพิมค่ะ...

การมาเยือนนครหลวงเวียงจันทน์ของคาราวาน เที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ ยังไม่หมดแค่นี้นะคะ เพราะนครหลวงเวียงจันทน์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งรอให้เราเข้าไปสัมผัสกัน ถ้าหากอยากรู้ว่าน้ำผึ้งจะพาไปเที่ยวที่ไหนกันต่อ ต้องติดตามอ่านตอนต่อไปสัปดาห์หน้านะคะ และอย่าลืมร่วมชื่นชมศิลปวัฒนธรรมลาวครั้งนี้ในรายการ เที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ วันอาทิตย์นี้ เวลา 06.20 น. ทางช่อง 3 ค่ะ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ