posttoday
หนุ่มกระทิง...แพ้แล้วพาล (เยอะไป)

หนุ่มกระทิง...แพ้แล้วพาล (เยอะไป)

25 กรกฎาคม 2554

 ช่วงนี้กำลังมีการแข่งขัน “ฟีนา เวิลด์ อควอติก แชมเปียนชิพ 2011” หรือกีฬาทางน้ำชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 14

 ช่วงนี้กำลังมีการแข่งขัน “ฟีนา เวิลด์ อควอติก แชมเปียนชิพ 2011” หรือกีฬาทางน้ำชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 14

โดย...ลา มาส เฟลีซ

ช่วงนี้กำลังมีการแข่งขัน “ฟีนา เวิลด์ อควอติก แชมเปียนชิพ 2011” หรือกีฬาทางน้ำชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 14 ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน (วันที่ 1631 ก.ค.) ซึ่งแน่นอนว่า “เจ้าภาพ” จีน กำลังนำในตารางสรุปเหรียญ (8 ทอง 8 เงิน 1 ทองแดง) ตามด้วย รัสเซีย (623) ณ วันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุด ฮาเบียร์ อิญานา การ์เซีย นักกระโดดน้ำชาวสเปน ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นักกีฬาเจ้าบ้าน หลังผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ กระโดดน้ำ 3 เมตรชาย ซึ่ง เหอชง ฉลามแดนมังกร ดีกรีเหรียญทองโอลิมปิกและแชมป์โลกปี 2009 เป็นผู้คว้าเหรียญทองไปครองท่ามกลางกองเชียร์เจ้าถิ่น

“พวกคนจีนเป็นทาส ผมไม่ใช่ (แบบนั้น) ผมมีสังคม และผมก็ยังมีเวลาเล่นฟุตบอลทุกวันอาทิตย์ด้วย” การ์เซีย กล่าว

มาดูการฝึกของ เหอชง กันดีกว่า ทำไมถึงเก่งกาจขนาดนั้น รวมทั้งจะได้รู้ด้วยว่า ข้อกล่าวหาของ การ์เซีย มีมูลความจริงรึเปล่า

การฝึกของ เหอชง เริ่มเมื่อตอนที่ เหอปิง คุณพ่อของเขาซึ่งเป็นคนงานก่อสร้างในขณะนั้น ส่งเขาไปเข้าเรียนในโรงเรียนกีฬา เพราะมันถูกกว่าโรงเรียนธรรมดามาก

ณ ที่นั่น เขาต้องเข้ารับการฝึกอย่างหนักนานถึง 12 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว เพราะด้วยความตั้งใจที่จะหาเงินมาช่วยเหลือจุนเจือครอบครัว ซึ่งตอนนั้น ครอบครัวของเขามีสมาชิกถึง 5 คน โดยต้องยัดเยียดอยู่รวมกันในห้องที่มีพื้นที่แค่ 7 ตารางเมตรเท่านั้น แถมยังช่วยกันหาเงินเท่าไหร่ก็แทบจะไม่พอใช้

จะว่าโดนฝึกเหมือนทาสซะทีเดียวก็คงไม่ได้หรอก แต่มันเป็นเพราะความที่เขาอยากให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น นั่นแหละจึงเป็นแรงกระตุ้นให้เขาอดทนที่จะซ้อมแบบโหดๆ โดยไม่ปริปากบ่นซักกะแอะ และที่สำคัญก็ไม่ได้มีใครมาถือแส้คอยขู่อยู่ตลอดเวลาซะที่ไหน

ไม่รู้เคยมีใครบอก การ์เซีย บ้างรึเปล่าว่า “ทาส” กับ “ทุ่มเท” มันไม่เหมือนกัน และถ้า เหอชง ไม่ทุ่มเทให้กับการฝึกหรือเลือกที่จะไปทำอย่างอื่นแทน เขาก็คงต้องโทษตัวเองก่อนเป็นคนแรกแล้วล่ะ เฮ้อ คนสมัยนี้ ชี้นิ้วไปเรื่อย

แค่นั้นยังไม่จบ นักกระโดดน้ำชาวสเปนคนนี้ ยังเชื่ออีกว่า เจ้าภาพอย่างจีนมีการตัดสินที่ลำเอียงเข้าข้างนักกีฬาของตัวเอง

“2 เหรียญทองแรกเป็นของจีน และหลังจากนั้นเราทุกคนก็เข้าไป (มีโอกาส) ซึ่งมันก็ไม่ต่างกันนัก ถ้านักกีฬาจีน (กระโดด) พลาด ยังไง (คณะกรรมการ) ก็ให้เขา 8 แต้มอยู่ดี เคยมีนักกระโดดน้ำจีนเสียหลักจังหวะลงแตะผิวน้ำ แล้วเขาก็ยังได้ถึง 7.5 แต้ม” หนุ่มแดนกระทิง กล่าวแบบเซ็งๆ

เอ้า ตกลง 8 หรือ 7.5 กันแน่ ไปกล่าวหาวิจารณ์กรรมการแบบนี้ เดี๋ยวโดนโทษหนักนะ ขอบอก หากไม่พอใจควรทำหนังสือยื่นประท้วงเป็นเรื่องเป็นราวน่าจะดีกว่า

มาดู ฉินไค ตัวเต็งอีกคนของเจ้าภาพในการกระโดดน้ำ 3 เมตรชาย แต่กลับพลาดท่าในการกระโดดครั้งที่ 5 จนร่วงลงไปอยู่อันดับ 4 ไร้เหรียญติดมือในการแข่งครั้งนี้บ้างแล้วกัน

“ผมกระโดดได้ดี แต่ผมยังสามารถทำได้ดีกว่านี้อีกและจะกลับบ้านไปฝึกซ้อมเพิ่มเติม” ฉินไค กล่าว

นี่คือตัวอย่างของผู้แพ้ที่ดี คือคิดที่จะกลับไปปรับปรุงพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น โดยเสียความมั่นใจ (ดูไว้เป็นตัวอย่างนะ)

ไม่รู้ว่า การ์เซีย ผูกใจเจ็บหรือฝังใจอะไรในอดีตกับนักกีฬาจีนก็ไม่รู้ เพราะตอนที่เขาไปแข่งขันที่กรุงโรมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็เคยพูดกระแนะกระแหนเจ้าเหรียญทองกระโดดน้ำชาวจีนมาแล้ว

“ชนะคนจีนมันมีความหมายมากกว่าได้เหรียญทองซะอีก”

แบบนี้สงสัยว่า การ์เซีย คงต้องพึ่งพานักจิตวิทยาด้านกีฬาซะแล้วล่ะมั้ง เพราะถ้าคิดว่ายังไงก็แพ้ แล้วจะไปชนะใครได้ แถมมันยังเข้าข่าย “แพ้แล้วพาล” ชัดๆ

แต่ถ้าเป็นเรื่องของความอิจฉาตาร้อน ก็น่าจะเก็บอาการหน่อยก็ดีนะ หัดรักษาภาพไว้บ้าง เพราะภาพลักษณ์ของนักกีฬาถือเป็นสิ่งสำคัญในการที่บรรดาสปอนเซอร์ทั้งหลายจะเข้าไปช่วยสนับสนุน เพราะถึงเก่งแต่ปากปีจอ ก็ไม่มีใครมาชวนเซ็นสัญญาด้วยหรอก

หรือยอมรับมาตรงๆ เลย จะง่ายกว่ามั้ย ว่ายังไงกระทิงก็สู้มังกรไม่ได้อยู่ดี

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท