posttoday
ทำดี สร้างภาพ

ทำดี สร้างภาพ

20 กรกฎาคม 2554

เรามีนิสัยอะไรในตัวเองที่ทำให้เราไม่ชอบตัวเองเลยบ้างคะ ขี้บ่น ขี้กลัว หงุดหงิดง่าย

เรามีนิสัยอะไรในตัวเองที่ทำให้เราไม่ชอบตัวเองเลยบ้างคะ ขี้บ่น ขี้กลัว หงุดหงิดง่าย

โดย...หนูดี – วนิษา เรซ

เรามีนิสัยอะไรในตัวเองที่ทำให้เราไม่ชอบตัวเองเลยบ้างคะ ขี้บ่น ขี้กลัว หงุดหงิดง่าย โมโหร้าย ไว้ใจคนง่ายไป ไว้ใจคนยากไป วิตกกังวล ไม่ชอบเอาใจใคร มีเรื่องกับคนบ่อยไป พูดตรงเกินไป ทำให้คนในครอบครัวเสียใจเพราะพลั้งเผลอ นอนดึก ชอบเที่ยว ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ขี้เกียจ ฯลฯ ลิสต์นี้มีได้อีกยาวค่ะ แต่หนูดีหยุดตรงนี้ก่อนดีกว่า

นิสัยพวกนี้ พวกเราต้องมีกันอย่างน้อยคนละ 1 อย่างแน่ๆ (ถ้าคิดว่าไม่มี กรุณาไปถามคนรอบตัวนะคะ อย่าคิดเองค่ะ ของแบบนี้ ต้องให้คนอื่นบอกด้วย ถ้าให้เราดูเอง บางทีอาจคิดว่าเราเพอร์เฟกต์ 100 เปอร์เซ็นต์แล้วก็ได้) และบางนิสัย เราก็อยากเลิกมาเป็นปีๆ แล้ว แต่ทำไมเลิกไม่ได้เสียทีก็ไม่รู้ เช่น นอนดึก ทำงานนาทีสุดท้ายทุกที อยากออกกำลังกายมากกว่านี้แต่ก็นั่งดูทีวีนาน (ไปหน่อย)

หนูดีเคยอ่านนิยายเล่มหนึ่งค่ะ ที่พระเอกถูกเทวดาประจำตัวลงโทษด้วยการบังคับให้ถือศีลแปดจนกว่าจะพ้นโทษที่ทำผิดไว้ จากเดิมที่พระเอกชอบดื่มเหล้า เที่ยวดึก แถมไปกิ๊กกับแฟนคนอื่นอีก แต่คราวนี้ พระเอกต้องเลิกจนหมด (เพราะเทวดาตามดูทุกกระดิก หลอกเทวดายากกว่าหลอกคน) ในที่สุด ถึงวันหนึ่งพระเอกทนไม่ไหว เขาคิดว่า ศีลแปดสำหรับหนุ่มชาวกรุงในปี พ.ศ. นี้มัน “เยอะ” เกินไป มัน “ไม่ใช่ตัวเขาเลย” และเขาก็อยากเลิกมาก เขาไม่ชอบ “ไม่เป็นตัวของตัวเอง” แบบนี้เลย

เมื่อพระเอกนำเรื่องนี้ไปปรับทุกข์กับนางเอก ก็เลยถูกนางเอกถามกลับว่า “แล้วระหว่างความเลวที่ตั้งใจทำ เป็นสิ่งที่เราทำแล้วรู้สึกว่า เป็นตัวของตัวเองมาก กับความดีที่ไม่ตั้งใจทำ ไม่เต็มใจทำ และทำไปแล้วรู้สึกว่า ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย สิ่งไหนมันแย่กว่ากัน” เลยทำให้พระเอกได้คิด

หนูดีเองฟังแล้วก็ได้คิดเหมือนกันค่ะว่า ระหว่างความไม่ดีที่ตั้งใจทำ กับความดีที่ไม่เต็มใจทำ อันไหนมันดีกว่ากัน คำตอบก็คือ เป็นความดีแน่ๆ แต่บางครั้งมันก็ยากนะคะ เพราะนิสัยที่ไม่ดีหลายๆ อย่างก็ประกอบกันอยู่ในตัว “คนดีๆ” ได้อย่างลงตัวและไม่น่าเชื่อ เช่น คนที่นิสัยดี๊ดี อาจเป็นคนขี้บ่นก็ได้ หรือเพื่อนบางคนของเราเป็นคนน่ารักมากๆ จนถึงนาทีที่โมโห เพราะเขาจะคุมอารมณ์โมโหไม่อยู่เอาเลย

หรือบางครั้งเราเห็นภาพคน ภาพข่าวในสังคม ทำบุญ ทำดี แล้วเราก็แอบคิดว่า “ทำดีสร้างภาพนี่นา” หนูดีได้ยินคำนี้หลายครั้ง จากที่เห็นด้วย ก็เริ่มมองในมุมที่ต่างไปพร้อมๆ กับที่ได้อ่านหน้าอื่นๆ ในหนังสือพิมพ์เล่มเดียวกัน โดยเฉพาะหน้าหนึ่งก็จะเห็นฉากฆาตกรรม ล่อลวง ข่มขืน โกง ฯลฯ ที่มานึกๆ ดู แล้วบรรดาฆาตกรและคนที่ข่มขืนผู้หญิง เขาก็ “จริงใจ” ในการทำความไม่ดีในแบบของเขานะคะ เช่น ตอนฆ่าคนเขาก็คงอยากฆ่าจริงๆ น่ะ ไม่ได้แกล้งทำ หรือแอ๊บฆ่าแบบไม่เป็นตัวของตัวเอง นั่นก็คงเป็นตัวของตัวเองสุดๆ แล้ว หรือคนที่ข่มขืนผู้หญิง ก็แน่นอนว่าเขาทำด้วยความตั้งใจและเต็มใจแน่ๆ (เพราะของอย่างนี้ เอาปืนจี้บังคับให้ทำไม่ได้หรอกค่ะ ว่าไหมคะ) หรือแม้กระทั่งตัวอย่างเบาะๆ ของคนที่ “มีกิ๊กแต่ไม่โกหกว่ามีกิ๊ก” คือ ไม่ผิดศีลข้อมุสา เพราะยอมรับหรือเปิดเผยกันไปเลย แต่ก็ผิดศีลข้อกาเม แล้วก็หวังว่า “โทษจะลด” แต่เมื่อเราลองคิดดู การไม่ผิดศีลข้อใดข้อหนึ่ง จะเป็นเหตุให้การผิดศีลอีกข้อหนึ่งเป็นเรื่องถูกขึ้นมาหรือคะ (แต่กฎหมายดูท่าจะเห็นด้วยแบบนี้ เพราะถ้าสารภาพพูดความจริงก็อาจลดโทษกึ่งหนึ่ง)

ศีลห้า เป็นสิ่งที่ถือได้ยาก สำหรับคนเมืองทั่วๆ ไป หลายคนลองแล้วก็พบว่ามันไม่สะดวกเอาเสียเลย หนูดีเองเมื่อลองถือแรกๆ ก็พบว่า ข้อที่ทำให้ลำบากที่สุดคือ ศีลข้อสี่ มุสาวาทา ซึ่งไม่ใช่การโกหกนะคะ แต่เป็นการพูดแบบที่ศาสนาเรียกว่า “พูดเพ้อเจ้อ” แต่พวกเรา สาวๆ รุ่นใหม่เรียก “เมาท์” กันค่ะ การที่เพื่อนๆ สาวๆ รวมตัวกันไปรับประทานข้าว จิบกาแฟยามว่าง สิ่งที่พวกเราทำนั้นหนีไม่พ้น “เมาท์กันมันส์” แน่ๆ ขนาดตอนชวนกันเรายังทับศัพท์กันไปเลยค่ะว่า “เดี๋ยวไปเมาท์กันนะ” ดังนั้น หนูดีเองหากไม่ได้เมาท์กับเพื่อนๆ ก็รู้สึก “ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย” แต่ “ตัวของเรา” มันสำคัญสักแค่ไหนถึงทำให้เราต้องทำในสิ่งที่เรารู้อยู่ว่า ไม่ดีแน่ๆ ได้เสมอๆ

เพื่อนผู้ชายหนูดีบางคนก็มีประสบการณ์ใกล้ๆ กัน คือเมื่อโดนชักชวนให้ไปปฏิบัติธรรมมากเข้า ทนเพื่อนๆ รบเร้าไม่ไหว ก็ลองไปสักครั้งหนึ่ง เมื่อไปถึงวัดพบความเงียบ (ที่คนอื่นๆ เขาเรียกความสงบ) เข้าก็ทนไม่ได้ ไม่มีใครพูดกัน (เป็นช่วงปิดวาจา) นั่งทั้งวันสลับเดินจงกรมช้าๆ รับประทานอาหาร 2 มื้อ เพียงเท่านี้เขากลับมาเล่าว่า ในหัว ที่คำพูดเด้งไปเด้งมาว่า “นี่ไม่ใช่เราเลย นี่ไม่ใช่ตัวเราเลย ตัวเราที่เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง เหมาะกับในผับมากกว่า เหมาะกับเสียงเพลงและเหล้า และรายล้อมด้วยเพื่อนๆ เสียงหัวเราะ ตัวเราไม่ใช่ความเงียบเหงาแบบนี้เลย” แต่ประหลาดที่แม้รู้สึกอย่างนี้ เขาก็ทน ไม่หนีออกมา และถือเสียว่า มาแล้วก็ลองให้ครบกำหนดวัน แต่พอผ่านไปหลายวันเข้า เขาเริ่มรู้สึกว่า ตัวตนของคนเราก็มีหลายๆ แบบ บางแบบเป็นตัวตนที่ดีที่สุด บางแบบเป็นตัวตนที่แย่ที่สุด เขาอยู่ในวงจรไหนในชีวิตที่ผ่านมา และในช่วงชีวิตที่เหลือ เขาพร้อมไหมที่จะเข้าสู่วงจรใหม่ ที่จะนำเขาไปพบกับความสุขแบบใหม่ๆ และเมื่อออกจากวัดหนนั้น แม้เขาจะดูภายนอกไม่เปลี่ยน แต่ภายในเขาบอกว่า เปลี่ยนไปมาก พบความสงบมากขึ้น มีความสุขเย็นใจแบบใหม่ ที่สำคัญเก็บเงินได้มากขึ้นด้วย เพราะเที่ยวกลางคืนและดื่มน้อยลง

บางครั้งการ “ทำดีสร้างภาพ” ก็ไม่ใช่สิ่งที่แย่เสมอไป เดี๋ยวนี้เวลาเห็นคนทำดีสร้างภาพแบบไม่จริงใจ หนูดีกลับคิดใหม่ว่า “ยังดีกว่าเขาเลือกจริงใจทำเลวแบบไม่สร้างภาพ” นะคะ และที่สำคัญสำหรับพวกเราเองด้วยแล้ว หากเรามีภาพตัวเราเองในแบบที่เราไม่ชอบตรงไหน เช่น นอนตื่นสาย บ่นมากไปหน่อย โมโหง่ายไปนิด วันนี้มาลอง “ทำดีสร้างภาพ” กันไหมคะ เริ่มต้นอาจฝืนใจ แต่ทำไปๆ จนเป็นความเคยชินได้เมื่อไร คราวนี้ความจริงใจก็ตามมาเองค่ะ อย่างไรเสีย “ทำดีไม่จริงใจ” ก็ยังดีกว่าอีกตัวเลือกหนึ่งมากนะคะ


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท