
จะพลิกอีกมั้ย ?
หลายครั้งที่ทีมที่ดูเหนือกว่าต้องเจอกับคำว่า“พลิกล็อก” ของศึกเอฟเอ คัพ มาดูกันว่าครั้งนี้จะพลิกอีกหรือไม่
หลายครั้งที่ทีมที่ดูเหนือกว่าต้องเจอกับคำว่า“พลิกล็อก” ของศึกเอฟเอ คัพ มาดูกันว่าครั้งนี้จะพลิกอีกหรือไม่
โดย...KK18
ในขณะที่ศึกพรีเมียร์ลีกกำลังขับเคี่ยวกันอย่างตื่นเต้น ก็ต้องพักเบรกในสุดสัปดาห์นี้ เพราะเป็นคิวของศึกเอฟเอ คัพ ที่ดำเนินมาถึงรอบ 5 แล้ว 16 ทีมอรหันต์ที่ผ่านมาถึงรอบนี้ ประกอบด้วย 9 ทีมจากพรีเมียร์ลีก 5 ทีมจากแชมเปียนชิพ และทีมจากลีกวันกับลีกทูอย่างละ 1 ทีม แต่สำหรับทีมในกลุ่มบิ๊กโฟร์ สามารถเอาตัวรอดผ่านเข้ามาได้แค่ทีมเดียวคือ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล, ลิเวอร์พูล โดนทีเด็ดพลิกล็อกอันขึ้นชื่อของศึกลูกหนังรายการนี้ ทำร่วงตกรอบไปหมดแล้วเรียบวุธ
ด้วยเหตุนี้เอง ทีมสิงห์บลูจึงถูกมองว่าน่าจะมีโอกาสป้องกันแชมป์ได้สูง แต่ก่อนอื่นต้องผ่านด่านต่อไปให้ได้เสียก่อน โดย เชลซี จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี ในวันเสาร์นี้ เชลซีเพิ่งกรำศึกหนักเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในเกมออกไปพ่ายเอฟเวอร์ตัน 1-2 จึงเชื่อว่า เกมนี้กุนซือ คาร์โล อันเชลอตติ น่าจะพักแข้งหลักบางราย แต่คงไม่ถึงขั้นเปลี่ยนยกทีม เพราะอุตส่าห์มาไกลถึงขั้นนี้แล้ว แถมทีมหนักก็เหลืออยู่นิดเดียว ถ้ามาปิ๋วตกรอบตอนนี้ คงน่าเสียดายแย่
ความพร้อมของทีมสิงโตน้ำเงินคราม ยังคงหมดสิทธิใช้งาน โจเซ โบซิงวา, มิชาเอล เอสเซียง ที่ยังเจ็บยาว ทำได้แค่นั่งดูเพื่อนเช่นเดิม นอกจากนี้ ยังจะไร้เงา จอห์น เทอร์รี ปราการหลังจอมเจ้าชู้ที่สโมสรเปิดไฟเขียวให้บินไปง้อภรรยา โทนี พูล ถึงดูไบ ดังนั้น อเล็กซ์ กองหลังชาวแซมบ้าจึงน่าจะได้โอกาสลงยืนบัญชาเกมรับคู่กับ ริคาร์โด คาร์วัลโญ แทน
ขณะที่คาร์ดิฟฟ์ แม้จะเป็นทีมต่ำชั้นกว่า แต่ฟอร์มช่วงหลังถือว่ายอดเยี่ยมไม่น้อย โดยแพ้แค่นัดเดียวจาก 10 นัดหลังสุดในทุกรายการ รั้งอันดับ 4 ของลีกแชมเปียนชิพ
อย่างไรก็ตาม ทีมเจ้านกนางแอ่นของกุนซือเดฟ โจนส์ กำลังเผชิญปัญหาแข้งเจ็บระนาว ตั้งแต่กองหลังยันกองหน้า รวมแล้วมากกว่า 10 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นกำลังสำคัญของทีมเช่น “กัปตันทีม” มาร์ก ฮัดสัน, เกวิน เร, เจย์ โบธรอยด์ รวมทั้ง โจ เลดลีย์ ปีกตัวเก่งที่ตกเป็นเป้าหมายของหลายทีมในพรีเมียร์ลีก โดยมีรายงานว่า โจนส์ อาจเหลือนักเตะที่ฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนามแค่ 15 รายเท่านั้น
ดังนั้น คาร์ดิฟฟ์ ในฐานะทีมรองแชมป์เมื่อ 2 ปีก่อน จึงต้องฝากความหวังไว้ที่ ไมเคิล โชปรา ดาวยิงจอมพเนจร และทีเด็ดอีกหนึ่งตัวที่แผงหลังเชลซีจะประมาทไม่ได้เลยคือ ปีเตอร์ วิตติงแฮม กองกลางที่สอดขึ้นมาพังประตูได้ดีเหลือหลาย โดยนำเป็นดาวซัลโวของลีกแชมเปียนชิพอยู่ในขณะนี้ ด้วยผลงานกระซวกตาช่ายคู่แข่งไปแล้ว 15 ประตู
คู่นี้ไม่ว่าจะมองเหลี่ยมไหน มุมไหน เชลซีดูเหนือกว่าไปหมด ทั้งความพร้อมของทีม ชื่อชั้นตัวผู้เล่น กึ๋นของกุนซือ โดยเฉพาะฟอร์มการเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งเชลซีลงเตะไป 19 นัดทุกรายการในซีซันนี้ ยังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น โดยเก็บชัยชนะได้ถึง 17 นัด และเสมออีก 2 นัด
เชื่อขนมกินได้เลยว่า แท็กติก “อุดแล้วสวน” จะเป็นกลยุทธที่คาร์ดิฟฟ์งัดออกมาใช้ในเกมนี้แน่นอน ซึ่งถ้าพวกเขาเอาตัวรอด สามารถบุกมายันเสมอได้ก็ถือว่า(โคตร)สุดยอดแล้ว
แต่หลายครั้งครับ ที่ทีมที่ดูเหนือกว่าหลายขุมต้องเจอกับกิตติศัพท์ “ความพลิกล็อก” ของศึกเอฟเอ คัพ ซึ่งถ้าให้ฟันธงความน่าจะเป็นของคู่นี้ ผมก็ยังเชื่อว่า เชลซีน่าจะฉลุยเข้ารอบได้ไม่ยาก แต่ถ้าถามใจจริงแล้ว แฟนสิงห์บลูอย่าโกรธกันนะครับ ผมอยากให้มันพลิกล็อกวินาศสันตะโรไปเลย สะใจดี !!!
โปรแกรมเอฟเอ คัพ รอบ 5
วันเสาร์ที่ 13 ก.พ. 2553
เชลซี – คาร์ดิฟฟ์
เซาแธมป์ตัน – ปอร์ตสมัท
ดาร์บี – เบอร์มิงแฮม
เรดดิง – เวสต์บรอมวิช
แมนฯ ซิตี – สโตก
วันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ. 2553
โบลตัน – สเปอร์ส
ฟูแลม – นอตต์ส เคาน์ตี
คริสตัล พาเลซ – แอสตัน วิลลา







