
หลอนไปเอง
คนเราเมื่อเวลาจิตอ่อนมักทำให้มีจินตนาการที่เป็นลบมากกว่าบวก
คนเราเมื่อเวลาจิตอ่อนมักทำให้มีจินตนาการที่เป็นลบมากกว่าบวก
โดย.. ปู โลกเบี้ยว / ภาพ : กิจจา อภิชนรจเรข
จิตอ่อนอาจเกิดจากความเครียด วิตกจริตคิดมากเกิน
แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียดและคิดมากล่ะ ก็มาจากอคติและความสำนึกผิด หวาดกลัว ความไม่เข้าใจ ทำให้เกิดทุกข์น่ะซิ จินตนาการถึงออกมาในด้านลบมากกว่าบวก แต่ถ้าคนเราไม่ได้คิดอะไร มีสภาพจิตปกติ ไม่ขึ้นไม่ลง ไม่เก็บเอาเรื่องราววุ่นวายมาคิดในใจ มีสติและปัญญารู้เท่าทันสิ่งที่เกิดขึ้น ว่ามันเกิดเพราะอะไร ก็คงไม่มีจินตนาการบ้าๆ บอๆ หรอกใช่มั้ยล่ะ
ที่ว่ามาเนี่ยก็เพราะตัวปูเคยเจอกับสภาพหลอนเพราะเกิดจากการอคติน่ะซิ
ไม่นานมานี้ได้ไปทำงานที่ จ.สุโขทัย นั่งรถตู้ไปตั้งแต่เช้า 9 โมง แวะกินไปตลอดทาง กว่าจะถึง จ.สุโขทัย ก็ปาเข้าไปบ่าย 3 ได้ งานมีตอน 6 โมงเย็น ทีมงานเลยให้เข้าพักที่โรงแรมที่เขาจัดไว้ให้ก่อน เพื่อแต่งเนื้อแต่งตัวแล้วค่อยไปทำงาน พอน้องทีมงานเอากุญแจมาให้ก็ดีใจใหญ่ โอ้โห! งานนี้เขาใจป้ำ...ให้อยู่คนละห้องส่วนตัวเลย ลิงโลดมาก
ตอนที่น้องเอากุญแจยื่นมาให้มีทั้งหมด 4 ห้อง นัมเบอร์ห้องที่น้องยื่นมาให้ปูต่างหากนั้นพอปูเห็น บวกลบคูณหารแล้วไม่อยากรับเลย เพราะเป็นหมายเลขที่ไม่ค่อยดีนัก (ต้องขออภัยที่บอกตรงๆ ไม่ได้ เดี๋ยวจะเก็บไปคิดมากเหมือนปู เป็นเลขที่คนไทยไม่ชอบเพราะมันมัวเมามืดมนในด้านมืด) เพราะที่ผ่านมาหมายเลขเนี้ยเจอกับใครก็มักมีอาถรรพ์ เพราะปูดันไปดูให้คนอื่นเขาแล้วมันโดนน่ะ
ที่เคยนำเสนอไว้นานแล้ว เรื่องคอนโดมิเนียมของพี่คนหนึ่งถูกงัดแล้วขโมยไม่เอาของไปเลยทิ้งเอาไว้บนที่นอนให้เป็นปริศนา แต่กลับเอาขวานจามประตูเพื่อจะเปิดออก เปิดออกนะ ไม่ใช่เปิดเข้ามา ตำรวจเป็นงง หมายเลขห้องรวมกันแล้วก็ได้เจ้าตัวเลขนี้แหละ และบ้านเลขที่ของพี่คนหนึ่งที่รวมแล้วได้เลขนี้อีกเช่นกัน มักจะฝันร้ายว่ามีคนมากระชากเธอให้ลุกขึ้น และฝันนั้นก็กลายเป็นจริง เพราะเมื่อเธอตื่นขึ้นมาดันมีรอยนิ้วมือทั้งห้านิ้วบนข้อมือเธอน่ะซิ
พอปูเจอเลขนี้เข้าไปเลยทำให้มีอคติและหวาดทันที พอครั้นกำลังจะหยิบกุญแจหมายเลขอื่น ก็มีมืออีกหลายมือเข้ามาแย่งกันหยิบ สุดท้ายก็เหลือกุญแจห้องหมายเลขนี้แหละที่ไม่มีใครหยิบ เหมือนจงใจให้เราต้องอยู่ห้องนี้จนได้ และแล้วก็เข้าใจว่าทำไมเจ้าภาพถึงใจดีที่ให้พวกเราอยู่กันคนล่ะห้องส่วนตั๊วส่วนตัว เพราะไม่มีลิฟต์ ต้องขึ้นบันไดไปชั้น 4 ในห้องไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวก พวกสบู่ แชมพู มีแอร์และน้ำร้อนก็บุญแล้วค่ะคู้ณณ
ห้องนี้อยู่ใกล้กับบันได ดีใจสุดๆ เพราะไม่ต้องแบกกระเป๋าไปไกล พอเข้าไปในห้องนี้จะมืดและเย็นมาก ปูก็รีบไปเปิดม่านหน้าต่าง มองออกไปเห็นวิวสวยมาก มีบ้านทรงไทย เห็นภูเขา ได้ยินเสียงสถานีรถไฟ เน้นว่าบรรยากาศสถานีรถไฟไม่ใช่เสียงรถไฟวิ่งอยู่นะ ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แอบงีบสักพักใหญ่ๆ จนน้องมาเรียกขอเข้ามาในห้อง บอกว่าน้ำมีสีน้ำตาล ปูก็บอกว่าไม่นะ ในห้องพี่น้ำใสมาก เพราะอาบน้ำแปรงฟันแล้ว
น้องก็ทักว่าทำไมห้องพี่ปูเย็นมากขนาดเนี้ย ปูก็เฉยๆ ไม่ได้บอกอะไรน้องว่าในใจมีอคติกับเลขห้องนี้อยู่ จนไปทำงาน น้องๆ ที่ดูแลเครื่องเสียงดนตรีก็มาทักทายถามว่าพี่ปูพักอยู่โรงแรมอะไร ปูก็บอกว่าไม่รู้ จำชื่อไม่ได้ แต่อยู่ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟ น้องก็ทำหน้าตกใจปนงง เมื่อรู้ว่าเป็นโรงแรมอะไรก็บอกว่า พี่คะ โรงแรมนี้อยู่ใจกลางเมืองนะคะ ไม่มีสถานีรถไฟหรอก ปูบอกมีจริงๆ พี่ยังเห็นบ้านทรงไทยและภูเขาเลย แต่ทุกคนที่พักด้วยกันก็ยืนยันว่าไม่เห็นอย่างที่ปูเห็น
อึ้ยยยย!!! แล้วมันยังไงกันล่ะเนี่ย คืนนั้นกว่าจะหลับได้แทบแย่ อาจเป็นเพราะความมีอคติกับเจ้าตัวเลขที่ว่านั่นแหละทำให้ปูคิดและเห็นภาพ หลอนไปเอง เป็นเพราะสภาพจิตไม่ปกติ ใจดันไปรับอะไรด้านลบเข้าแล้วเอาไปปรุงแต่ง ไม่สามารถควบคุมจิตให้เป็นปกติได้ เลยทำให้เกิดความหวาดกลัวโดยไม่รู้ตัว ทำให้จินตนาการอะไรก็ไม่รู้ขึ้นมา แต่ถ้าจิตเราสงบมีปัญญารู้เท่าทัน ไม่หาเรื่องมาแต่งใจเรา ก็ไม่มีจินตนาการในด้านลบ จิตที่ไม่ได้ถูกปรุงแต่งคือจิตที่คงที่และสุขสงบนั่นเอง เพราะฉะนั้น จงพยายามมีสติในทุกๆ ที่ที่ไปเถอะจ้ะ







