
โอเซ่ เทคโนโลยีที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ โอเซ่ (ประเทศไทย)
โอเซ่ (Oce) เพิ่งรับรางวัลใหญ่ปีล่าสุด BERTL
’s Best จาก BERTL (Business Equipment Research and Test Laboratories) องค์กรอิสระที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ซึ่งการันตีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมที่สุดและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกันที่มีอยู่ในตลาด ในปี 2553 โอเซ่ประกาศถึงนโยบายเดินหน้าของกลุ่มว่า จะไม่หยุดแค่นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ดีที่สุด แต่เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมจะเดินไปด้วยกันสิ่งแวดล้อมสำคัญต่อเรา
โอเซ่ เป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านการ บริหารจัดการงานเอกสารและการพิมพ์ ก่อตั้งในปี 1877 สำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเวนโล ประเทศเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบันมีสาขาทั่วโลกกว่า 30 สาขา และให้บริการใน 90 ประเทศทั่วโลก สำหรับโอเซ่ (ประเทศไทย) เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 1990
“
อันเดรียส เลอบเบอร์ส” กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเซ่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จทั้งหมด และแม้จะเป็นความจริงที่ว่า ขั้นตอนการผลิตของบริษัทมีผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยา แต่ก็เป็นความจริงด้วยว่าเราให้ความสำคัญอย่างมากกับสิ่งแวดล้อม 1.เราลดปริมาณงานพิมพ์ที่ผิดพลาดและไม่จำเป็น 2.เราลดปริมาณการใช้พลังงาน 3.เราเพิ่มปริมาณการใช้วัสดุที่นำกลับมาใช้ซ้ำ และลดปริมาณขยะที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก และ 4.เราลดปริมาณการปล่อยสารอันตราย“
โอเซ่รับผิดชอบที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของเราส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เราติดตามการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด และพยายามพัฒนาให้ดีขึ้นอยู่เสมอ” อันเดรียส กล่าวมารู้จัก RoHS กันดีกว่า
ในยุคของการรณรงค์เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเช่นปัจจุบัน นอกเหนือจากมาตรฐานคุณภาพสินค้าแล้ว ประเทศต่างๆ หันมาให้ความสนใจต่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความเข้มงวดในการใช้วัตถุดิบและการใช้สารที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับแนวโน้มในการบริโภคสินค้าที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตต้องหันมาปรับปรุงเพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสินค้าให้เป็น
“ผลิตภัณฑ์สะอาด” เพื่อให้แข่งขันในตลาดได้RoHS หรือ Restriction of the use of cerrain hazardous substances in electrical and electronic equipment เป็นระเบียบของสหภาพยุโรปที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2549 เป็นต้นมา ถือเป็นระเบียบที่จำกัดการใช้สารที่เป็นพิษต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมใน สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อทำให้สามารถจัดการซากเครื่องใช้ไฟฟ้า (WEEE หรือที่รู้จักกันในชื่อขยะไฮเทค) ได้อย่างปลอดภัยขึ้น รีไซเคิลง่ายขึ้น และต้นทุนการกำจัดซากต่ำลง
สำหรับโอเซ่ นอกจากจะได้รับรางวัล RoHS Compliant แล้ว ก็ยังได้รับรางวัลระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อมอีกมากมาย เช่น Blue Angle Award, Climate Action Partnerและ FSC โดยถือเป็นหลักการทางธุรกิจที่จะต้องเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งตัวโอเซ่เองและตัวลูกค้าของโอเซ่
จุดยืนด้านสิ่งแวดล้อม
อันเดรียส กล่าวว่า จุดยืนด้านสิ่งแวดล้อมของโอเซ่ อยู่ภายใต้นโยบายด้านสุขภาพ ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ซึ่งยึดปฏิบัติใน 8 ด้านเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก คือ
1.การมีส่วนร่วมและจิตสำนึกของพนักงาน
2.ใช้มาตรการการป้องกันเพื่อลดผลกระทบ ตั้งแต่การลดปริมาณขยะ การจัดเก็บวัสดุเหลือใช้ การนำกลับมาใช้ การรีไซเคิล การควบคุมปริมาณขยะ การลดการปล่อยกลิ่นและไอระเหย รวมถึงการลดปฏิกิริยาการเกิดหมอกควัน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสาธารณชน
3.ปกป้องสุขภาพความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานในทุกๆ กิจกรรม โดยควบคุมทุกกระบวนการให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ตั้งแต่การออกแบบ การจัดซื้อ การขนส่ง กระจายสินค้า และการตลาด
4.ออกแบบและผลิตโดยยึดถือวงจรชีวิต โดยในการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้คำนึงถึงสุขอนามัยผู้ใช้ การทำงานที่มีประสิทธิภาพ ทุกผลิตภัณฑ์ออกแบบให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ กลับมาใช้ซ้ำและรีไซเคิลได้
5.พัฒนามาตรฐานด้านสุขภาพ ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด จะต้องผ่านขั้นตอนการรับรองจากสถาบันที่เป็นที่ยอมรับ เช่น TUV/VDE (เยอรมนี) UL (สหรัฐอเมริกา) หลายผลิตภัณฑ์ได้รับตรารับรอง EnergyStar องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐ และโรงงานผลิตได้ ISO 14001 การจัดการสิ่งแวดล้อม
6.ให้ข้อมูลแก่สาธารณะด้านสุขภาพ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักให้ทุกคนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง เปิดเผย
7.ร่วมมือกับคู่ค้าและผู้จัดหา ด้วยความรับผิดชอบและความห่วงใยสิ่งแวดล้อม
8.แจ้งลูกค้าเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง ในวิธีที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และการใช้งานด้วยสำนึกความรับผิดชอบ
ร่วมกันสร้างเครือข่ายสีเขียว
แนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของโอเซ่ ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นตลอดระยะเวลากว่า 130 ปีที่ผ่านมา ทำให้โอเซ่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีที่ให้ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม มีส่วนช่วยในการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรอย่างรู้ค่า ประหยัดพลังงาน ลดมลพิษทางอากาศและสารเคมี ขณะเดียวกันก็สามารถทำงานได้ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด
อันเดรียส กล่าวว่า จากจุดเริ่มต้นในเนเธอร์แลนด์ โอเซ่ส่งต่อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยรักษาโลกและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำให้โลกนี้ให้น่าอยู่ ร่วมกันสร้างเครือข่ายสีเขียวและเติบโตไปพร้อมๆ กันกับผู้คนนับล้าน นำมาซึ่งความยั่งยืนในการทำธุรกิจและการสร้างโลกให้คงอยู่
“
โอเซ่คือผู้บุกเบิกการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ผมยินดีเป็นอย่างมากที่ประเทศไทยได้ให้ความสนใจและตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะในความเห็นของผมแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย หรือผู้ใช้งาน สิ่งแวดล้อมคือหน้าที่ของเราทุกคน เราทุกคนมีหน้าที่เอาใจใส่ดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างดีที่สุด” อันเดรียส กล่าว






